HOME พื้นที่โดยรอบมหานครโตเกียว โทะชิงิ นิกโก “คู่มือเที่ยวนิกโก้” ท่องเที่ยวมรดกโลกและเต็มอิ่มกับอาหารขึ้นชื่อ! แนะนำเกร็ดความรู้พื้นฐาน, สถานที่ท่องเที่ยว และอาหารขึ้นชื่อในพื้นที่รอบ ๆ นิกโก้
“คู่มือเที่ยวนิกโก้” ท่องเที่ยวมรดกโลกและเต็มอิ่มกับอาหารขึ้นชื่อ! แนะนำเกร็ดความรู้พื้นฐาน, สถานที่ท่องเที่ยว และอาหารขึ้นชื่อในพื้นที่รอบ ๆ นิกโก้

“คู่มือเที่ยวนิกโก้” ท่องเที่ยวมรดกโลกและเต็มอิ่มกับอาหารขึ้นชื่อ! แนะนำเกร็ดความรู้พื้นฐาน, สถานที่ท่องเที่ยว และอาหารขึ้นชื่อในพื้นที่รอบ ๆ นิกโก้

Date published: 29 ก.ค. 2562
Last updated: 17 ก.ย. 2563

นิกโก้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดโทจิงิ ในภูมิภาคคันโต โดยนั่งรถไฟจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง เริ่มจาก “ศาลเจ้าโทโชงู” มรดกโลกที่เป็นสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ “น้ำตกเคกง” หนึ่งในน้ำตกที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น (นิฮงซันเมบะคุ) “อิโระฮะซากะ” และ “ทะเลสาบชูเซ็นจิ” สถานที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามในแต่ละฤดูกาล ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และ “คินุกาวะออนเซ็น” บริเวณที่มีแหล่งบ่อน้ำพุร้อนที่โดดเด่นของภูมิภาคคันโต ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับประวัติศาสตร์, ธรรมชาติและบ่อน้ำพุได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงอยากนำเสนอข้อมูลพื้นฐานของสถานที่ต่าง ๆ ในนิกโก้ รวมไปถึงพื้นที่รอบ ๆ ที่ต้องไปของนิกโก

วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่าในนิกโก้ เต็มอิ่มไปกับเสน่ห์ของธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี

วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่าในนิกโก้ เต็มอิ่มไปกับเสน่ห์ของธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี

นิกโก้ ตั้งอยู่ที่ภาคตะวันตกในภูมิภาคคันโต อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดโทจิงิ ซึ่งอยู่ในเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ ประเทศ นอกเหนือจาก “วัดและศาลเจ้าแห่งนิกโก้” ที่เป็นมรดกโลกแล้ว ยังมีวัดและศาลเจ้าอีกหลายแห่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขาหรือทะเลสาบ เช่น “ภูเขานันไตซัน” “ทะเลสาบชูเซนจิ” ด้วยความงดงามของทิวทัศน์ที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล รวมไปถึงความมีเสน่ห์ของที่นี่ทำให้มีผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวมากกว่า 12 ล้านคนตลอดทั้งปี
ของกินขึ้นชื่อของที่นี่คือ “ยูบะหรือฟองเต้าหู้” ซึ่งผลิตด้วยน้ำบาดาลจากภูเขาที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ และบ่อน้ำพุร้อน “NIKKO” ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น และยังรู้จักในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกด้วย

ชมความงดงามของธรรมชาติทั้งสี่ฤดูในนิกโก้ ห้ามพลาดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงและทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาว !

ชมความงดงามของธรรมชาติทั้งสี่ฤดูในนิกโก้ ห้ามพลาดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงและทิวทัศน์หิมะในฤดูหนาว !

เมื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีที่นิกโก้แล้ว อุณหภูมิจะต่ำกว่าที่โตเกียว เพราะในเมืองและในภูเขามีระดับน้ำทะเลที่ต่างกันเกือบ 2,000 เมตร จึงทำให้อุณหภูมิแตกต่างกันมาก จึงควรนำเสื้อผ้าที่เหมาะกับทุกสภาพอากาศ และสามารถเปลี่ยนได้สะดวกไปด้วย

เนื่องจากอุณหภูมิในแต่ละฤดูต่างกันมากส่งผลให้ทิวทัศน์ธรรมชาติมีความสวยงามที่แตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาล ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนิกโก้ และหนึ่งในนั้นที่พลาดไม่ได้คือใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามในนิกโก้ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูหนาว ที่แห่งนี้ก็ยังมีเสน่ห์อีกมากมาย เช่น มีบ่อน้ำพุร้อนที่สามารถชมหิมะขณะที่แช่น้ำได้ สามารถชื่นชมน้ำแข็งย้อยและ เทศกาลหิมะที่ภูเขาโอะคุนิกโก

เดินทางจากสถานีอุเอะโนะ และสถานีอะซะกุซะ มานิกโก้ได้อย่างไร ?

เดินทางจากสถานีอุเอะโนะ และสถานีอะซะกุซะ มานิกโก้ได้อย่างไร ?
Siwaporn / Shutterstock.com

ที่นิกโก้มีรถไฟสาย JR สถานีนิกโก้ และรถไฟโทบุ สถานีโทบุนิกโก้ ทั้งสองสถานีนี้ใช้เวลาเดิน 5 นาที
แต่ในกรณีที่เดินทางมาจากฝั่งโตเกียว หากใช้ JR จะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟหลายครั้ง ดังนั้นสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติการเดินทางมาสถานี“โทบุนิกโก้”จึงสะดวกกว่า

ขอบเขตในแต่ละพื้นที่ของนิกโก้นั้นค่อนข้างกว้าง จึงอยากนำเสนอให้เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางที่มีฟรีพาสจะสะดวกกว่า เมื่อไปท่องเที่ยว ถึงแม้ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟสาย JR หรือ โทบุนิกโก้ ก็ไม่ต้องกังวลเพราะว่าทุกสถานีจะมีรถประจำทางคอยให้บริการ

●จากสถานีอุเอะโนะ
・ในกรณีที่ใช้บริการรถไฟสายโทบุ “รถไฟด่วนพิเศษสเปเชีย” : ถึง “สถานีคิตะเซนจู” โดยโตเกียวเมโทรสายฮิบิยะ หรือ JR สายโจบัน เปลี่ยนสายไปขึ้นรถไฟสายโทบุ ใช้บริการ “รถไฟด่วนพิเศษสเปเชีย” ไปลงที่ “สถานีโทบุนิกโก้” (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 55 นาที)
・ในกรณีที่ใช้บริการรถไฟ JR “สายชินคันเซ็นโทโฮคุ”: ถึง “สถานีอุสึโนมิยะ” โดยรถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุ JR เปลี่ยนสายไปขึ้น JR สายนิกโก้ลง JR “สถานีนิกโก้” (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที)

●จากสถานีอะซะกุซะ
・ในกรณีที่ใช้บริการรถไฟสายโทบุ “รถไฟด่วนพิเศษสเปเชีย” จะวิ่งตรงมายัง “สถานีโทบุนิกโก้” ได้ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

※สามารถเดินทางไปยังบ่อน้ำพุร้อนคินุกาวะด้วยรถไฟสายโทบุ “รถไฟด่วนพิเศษสเปเชีย” โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟ แต่ถ้าหากออกจากสถานีโทบุนิกโก้ สายนิกโก้ ขบวนรถไฟจะชื่อว่า “เคะกง” ในกรณีที่ออกเดินทางจากสถานีคินุกาวะออนเซ็น สายคินุกาวะ ขบวนรถไฟจะชื่อว่า “คินุ” ชื่อของรถไฟจะแตกต่างกันตามสถานีปลายทางจึงต้องตรวจสอบให้ดีก่อนขึ้นโดยสาร

※ โอะคุนิกโก้ ถึงแม้จะมีชื่อว่า”นิกโก้” แต่ว่าอยู่ค่อนข้างไกล ใช้บริการรถโดยสารประจำทางโทบุจากสถานี JR นิกโก้ หรือโทบุนิกโก้ จะใช้เวลาในการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง 80 นาที

พื้นที่ในเมืองนิกโก้

ย่านในเมืองรอบ ๆ สถานีนิกโก้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวที่นี่ “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก้” ที่เป็นมรดกโลก สิ่งก่อสร้างในนิกโก้ซันไนกว่า 103 แห่ง ถูกห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้บริเวณรอบข้างกลายเป็นทิวทัศน์ทางวัฒนธรรมที่งดงาม และมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลัก ๆ 3 แห่ง คือ “ศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซัน” ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ปลายสะพาน “ชินบะชิ” สะพานสีแดงอันงดงาม รวมไปถึงศาลเจ้าชื่อดังอย่าง “นิกโก้โทโชกุ” และ “วัดนิกโก้ซันริงโนจิ” สถานที่ซึ่งมีสุสานของ “โชโดโชนิน” บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกนิกโก

นอกจากนี้ยังมี ”โรงแรมนิกโก้คานายะ” โรงแรมรีสอร์ทสไตล์ยุโรปที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมี “นิกโก้ ทาโมซาวะ อิมพิเรียล วิลล่า” สวนและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของจักรพรรดิในอดีต และที่ราบสูง “คิริฟุริโคเก็น” ที่มีชื่อเสียงในการปลูกนิกโกคิสุเกะ (ดอกลิลลี่)

บริเวณคินุกาวะ

สถานที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนจำนวนมากในภูมิภาคคันโต มีโรงแรมและเรียวกัง (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น) เรียงรายอยู่ตามหุบเขาคินุกาวะ ช่วงแรกในสมัยเอโดะที่ค้นพบ มีเฉพาะเจ้าเมืองและพระภิกษุเท่านั้นที่จะเข้ามาได้ ที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่มีประวัติความเป็นมา
จากสถานีนิกโก้ สามารถเดินทางโดยรถไฟ (สายโทบุนิกโก้) หรือรถโดยสารประจำทางได้ บริเวณโดยรอบมีสวนสนุกที่มีเอกลักษณ์เช่น “โทบุ เวิลด์สแควร์” “เอโดะวันเดอร์แลนด์ นิกโก้เอโดะมุระ” และยังมี “กระเช้าลอยฟ้าคินุกาวะ” ที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ เหมาะกับการพาลูกและครอบครัวไปเที่ยวอย่างยิ่ง

ย่านโอคุนิกโก้

ย่านโอคุนิกโก้ ใช้เวลาเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางจากใจกลางเมืองนิกโก้ประมาณ 80 นาที เมื่อปีนขึ้นไปจะพบกับ “อิโระฮะซากะ” สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียง และเต็มไปด้วยธรรมชาติที่น่าสนใจทั้งภูเขา, ทะเลสาบ, น้ำตก และบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,300 เมตร นอกจากนี้ยังมี“ทะเลสาบชูเซ็นจิ” สถานที่ที่จะได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพโดยเรือนำเที่ยวหรือ เรือคายัค และยังสามารถชมทิวทัศน์ของทะเลสาบชูเซ็นจิและภูเขาได้จาก “จุดชมวิวอาเคจิดาระ” อีกด้วย

เพลิดเพลินกับการชมธรรมชาติ น้ำตกและบ่อน้ำพุร้อนขณะเดินในป่าเซ็นโจกาฮาระซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางเดินที่แนะนำ เนื่องจากจะได้ชมทั้ง “น้ำตกเคกง” ที่ปริมาณน้ำมีกำลังไหลแรงมหาศาล และ “น้ำตกริวซู” สถานที่ตั้งของอิโระฮะซากะที่มีชื่อเสียงเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี และ “น้ำตกยูดาทาคิ” น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความกว้างมากถึง 25 เมตร

อีกทั้งยังมี “สวนอุทยานอนุสรณ์สถานทูตอิตาลีวิลล่า” และ “สวนอุทยานอนุสรณ์สถานทูตอังกฤษวิลล่า” ซึ่งเป็นสถานที่ในประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นสถานที่พักร้อนนานาชาติอีกด้วย

นิกโก้ในญี่ปุ่น

นิกโก้ในญี่ปุ่น

ตั้งแต่อดีตนิกโก้เป็นสถานที่แรกเริ่มของลัทธิสักการะบูชาภูเขาที่เจริญรุ่งเรือง หลังจากนั้นได้มีการสร้าง “ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ” เพื่อกราบไหว้ “โทกูงาวะ อิเอยาสุ” โชกุนคนแรกของตระกูลโทกูงาวะที่ปกครองประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1603 จนถึงยุคเอโดะต่อเนื่องมา 265 ปี ทำให้มีผู้คนจำนวนมากแวะเข้ามาสักการะและนิกโก้ก็ค่อย ๆ เจริญขึ้นเรื่อย ๆ

เนื่องจากสิ่งก่อสร้างรวมถึงศาลเจ้าโทโชกุได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะ “วัดและศาลเจ้าแห่งนิกโก้” ที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อีกทั้งนิกโก้ยังมีธรรมชาติที่มีเสน่ห์ และยังมีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคคันโตที่มีชื่อเสียงคือ “น้ำตกริวซู” และ “อิโระฮะซากะ” ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากแวะเข้ามาชมทิวทัศน์ที่งดงาม

นิกโก้จากมุมมองชาวต่างชาติ

นิกโก้จากมุมมองชาวต่างชาติ
Thanya Jones / Shutterstock.com

นิกโก้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ไม่เพียงแค่ในหมู่คนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่รวมไปถึงชาวต่างชาติอีกด้วย เป็นที่รู้จักกันในฐานะสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น ในอดีตยังเป็นบ้านพักตากอากาศของสถานทูต เป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อหนีอากาศร้อนในฤดูร้อน ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นสถานที่ที่มีวัฒนธรรมตะวันตกฝังรากลึกอยู่ด้วย

ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในนิกโก้กว่าหนึ่งแสนคนตลอดทั้งปี เนื่องจากสามารถเดินทางไปกลับจากโตเกียว หรือจะแวะพักตามที่พักบ่อน้ำพุร้อนได้ และยังมี “นิกโก้พาส” บัตรโดยสารที่สามารถใช้บริการรถที่คุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น จึงสะดวกสบายในการเดินทาง

*This information is from the time of this article's publication.
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.

แชร์บทความนี้

Recommended places for you

ค้นหา