HOME พื้นที่โดยรอบมหานครโตเกียว โทะชิงิ นิกโก คู่มือท่องเที่ยวนิกโก้โทโชกุ ท่องมรดกโลกอย่างชาญฉลาด! รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเดินทางและสถานที่ที่ไม่ควรพลาด
คู่มือท่องเที่ยวนิกโก้โทโชกุ ท่องมรดกโลกอย่างชาญฉลาด! รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเดินทางและสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

คู่มือท่องเที่ยวนิกโก้โทโชกุ ท่องมรดกโลกอย่างชาญฉลาด! รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเดินทางและสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

Date published: 4 ส.ค. 2562
Last updated: 17 ก.ย. 2563

เมืองนิกโก้ จังหวัดโทจิงิ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของกรุงโตเกียว โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากอะซะกุซะ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มักจะเป็นจุดหมายของการมาทัศนศึกษา ซึ่ง “ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ” เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ในครั้งนี้จะแนะนำเกี่ยวกับศาลเจ้านิกโก้โทโชกุตั้งแต่วิธีการสักการะ ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด! สำหรับท่านที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมหรือประวัติศาสตร์ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และยังสามารถเดินทางได้ง่ายจากโตเกียว ถือว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว

“ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ” ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับท่านโทกูงาวะ อิเอยาสุ บุคคลในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น

“ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ” ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับท่านโทกูงาวะ อิเอยาสุ บุคคลในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น

ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่มีอายุกว่า 260 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ โดยมีเทพประจำศาลเจ้าคือ ท่านโทกูงาวะ อิเอยาสุ โชกุนคนแรกของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ โชกุนอิเอยาสุได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาประเทศญี่ปุ่นสมัยใหม่เป็นอย่างมาก ท่านเสียชีวิตลงเมื่ออายุ 75 ปี หลังจากผ่านงานพิธีศพตามแบบชินโตที่ภูเขาคุโน จังหวัดชิซูโอกะแล้ว ท่านก็ได้มาเป็นเทพบูชาประจำศาลเจ้านิกโก้แห่งนี้

©日光東照宮

อาคารต่าง ๆ ของศาลเจ้าในปัจจุบัน ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่โดยโชกุนรุ่นที่สาม ท่านอิเอมิสึ อาคารในศาลเจ้ามีทั้งหมด 55 หลัง เช่น โยเมมง เป็นวิหารหลัก (สมบัติของชาติ) ได้มีการทุ่มเงินจำนวนมหาศาล เพื่อจ้างช่างที่มีฝีมือมาก่อสร้าง
สิ่งก่อสร้างแต่ละแห่ง ได้รับการบริจาคน้ำมันเคลือบเงาและสี รวมไปถึงมีการแกะสลักตกแต่งเสาจำนวนมาก อาคารถูกปรับปรุงใหม่ให้ดูสวยงาม หรูหราเป็นประกายเหมือนใหม่อย่างดีที่สุด ในเดือนธันวาคม ปี 1999 ก็ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง “เซไคอิซัง เมกุริ บัส” ไปนิกโก้โทโชกุ

ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง “เซไคอิซัง เมกุริ บัส” ไปนิกโก้โทโชกุ
Siwaporn / Shutterstock.com

เนื่องจากเดินทางได้ง่าย จึงสามารถไปเยี่ยมชมศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ แบบไปกลับจากโตเกียวได้ภายในวันเดียว ถ้าขึ้นรถไฟแบบด่วนพิเศษสายโทบุจากอะซะกุซะหรือคิตะเซนจู จะถึงสถานีโทบุนิกโก้ ด้วยเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีรถไฟด่วนพิเศษจากสถานี JR ชินจูกุที่จะเข้าไปวิ่งเส้นโทบุอีกด้วย ทำให้เดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น

เมื่อถึงสถานีโทบุนิกโก้แล้ว สามารถขึ้นรถโดยสารประจำทาง “เซไคอิซัง เมกุริ บัส” ตรงป้ายรถโดยสารประจำทาง 2C ที่อยู่ตรงหน้าได้ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ราคา 290 เยน และเด็กราคา 150 เยน

ป้ายที่อยู่ใกล้ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุมากที่สุด คือป้าย “โอโมเตะซันโด” เมื่อออกจากสถานีแล้วถนนโดยรอบจะคล้ายกัน เพราะดูเหมือนเป็นเส้นทางที่มุ่งไปสู่ศาลเจ้า อาจจะทำให้รู้สึกลังเลว่าต้องลงตรงไหน ดังนั้นควรสังเกตให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่ลงผิดป้าย

เริ่มจากซื้อตั๋วเข้าชมที่ห้องจำหน่ายตั๋ว มีเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่รองรับถึง 4 ภาษา

เริ่มจากซื้อตั๋วเข้าชมที่ห้องจำหน่ายตั๋ว มีเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่รองรับถึง 4 ภาษา

หลังจากที่ลงจากรถโดยสารประจำทางแล้วเดินออกมาเล็กน้อย จะมองเห็นเสาหินโทริอิ และเมื่อเดินมุ่งหน้าตรงเข้าไปทางซ้ายมือจะมีห้องจำหน่ายตั๋วเข้าชมตั้งอยู่

ขั้นแรกคือ ต้องซื้อตั๋วเข้าชมที่นี่ (ผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายขึ้นไปราคา 1,300เยน, นักเรียนมัธยมต้นและนักเรียนประถมราคา 450 เยน) โดยจะมีเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติตั้งอยู่ ซึ่งเครื่องนี้รองรับภาษาอื่นนอกจากภาษาญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีนหรือภาษาเกาหลี นอกจากเงินสดแล้วยังสามารถใช้บัตรแทนเงินสดที่ใช้ขึ้นโดยสารรถอย่าง “Suica” หรือ “PASMO” ซื้อได้ด้วย

ถ้าต้องการฟังการอธิบายอย่างละเอียดขอแนะนำให้ใช้ “ไกด์แบบเสียง”

ถ้าต้องการฟังการอธิบายอย่างละเอียดขอแนะนำให้ใช้ “ไกด์แบบเสียง”

ห้องจำหน่ายตั๋วเข้าชมมีการจัดจำหน่าย “ไกด์เสียงภายในเขตวัด” (500เยน/ชุด) โดยไกด์เสียงจะอธิบายอาคารสิ่งก่อสร้างทั้ง 29 อาคารตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีบันทึกคำคมสำคัญของท่านโชกุนอิเอยาสุไว้อีกด้วย โดยมีการบันทึกไว้ 3 ภาษา คือ ภาษาญี่ปุ่น(ผู้ใหญ่/เด็ก) ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ทำให้แม้แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถฟังเข้าใจได้ จึงอยากจะขอแนะนำให้กับท่านที่อยากจะทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ

มีที่ให้ยืมเครื่องเล่นอยู่ด้านหน้าเมื่อเดินผ่านประตูเข้ามา

เนื่องจากมีเครื่องเล่นให้ยืม จึงสามารถใส่หูฟังเดินวนรอบตัวศาลเจ้าตามคำอธิบายได้

จุดถ่ายภาพสวย ๆ ก็มี! “สถานที่เยี่ยมชม” ทั้ง 7 แห่งที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

<@(1) โกะจูโท (เจดีย์ห้าชั้น)b@>

เมื่อเดินผ่านเสาหินโทริอิเข้ามา สิ่งที่จะเห็นทันทีทางด้านซ้ายคือ เจดีย์ห้าชั้น (โกะจูโท) ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เจดีย์นี้มีความสูง 35 เมตร มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้สีแดงเป็นหลักในการตกแต่งภายนอกและมีการประดับอย่างงดงาม เดิมทีเจดีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาในปี 1650 แต่เกิดเหตุเพลิงไหม้ทำให้ถูกไฟเผาไปในปี 1815 หลังจากนั้นมีการบูรณะขึ้นมาอีกครั้งในปี 1818 และอยู่มาจวบจนปัจจุบัน มีการใช้เทคนิคในการก่อสร้างของสมัยเอโดะตอนปลายและยังมีคุณสมบัติที่สามารถรองรับแรงสั่นและแรงกระทบของแผ่นดินไหวหรือพายุ ทำให้ไม่พังง่าย ๆ

©日光東照宮

ยิ่งถ้าเป็นฤดูกาลของใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้บริเวณโดยรอบจะเปลี่ยนเป็นสีแดงซึ่งเข้ากันได้ดีกับเจดีย์ห้าชั้น ทำให้ได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงามยิ่งกว่าเดิม

(2) ชินคิวชะ・ซันซารุ (คอกม้าศักดิ์สิทธิ์และลิงสามตัว)

เมื่อเดินผ่านประตูหน้ามาแล้วมุ่งหน้าไปทางซ้าย จะเจอกับชินคิวชะและซันซารุ ชินคิวหมายถึงคอกม้าที่ม้าเทพพำนักอยู่ ในตอนที่ท่านอิเอยาสุได้มาเป็นเทพประจำศาลเจ้า ม้าของท่านก็ได้รับการยกย่องให้เป็นม้าเทพ

ตามช่องว่างของอาคารมีการแกะสลักลิง 8 ตัวที่วิจารณ์การใช้ชีวิตของมนุษย์ โดยรูปสลักนี้ถูกแกะสลักตามความเชื่อในอดีตที่ว่าลิงจะช่วยปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของม้า โดยมีลิง 3 ตัวที่ปิดหู, ปิดปาก, ปิดตาด้วย 2 มือ คือ “ลิงที่ไม่มอง, ลิงที่ไม่พูด, ลิงที่ไม่ฟัง” อันโด่งดังก็รวมอยู่ด้วย

ใกล้ๆกันนั้นมีร้านขายพวงกุญแจและเครื่องรางรูปลิงอยู่ ซึ่งเป็นรูปลิงที่สุดแสนจะน่ารัก

(3) โยเมมง

©日光東照宮

โยเมมงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของศาลเจ้าโทโชกู มีความสูง 11 เมตร ประดับประดาไปด้วยรูปสลักกว่า 508 รูป ความสวยสง่าอันสูงส่งที่ถูกประดับด้วยทองคำเปลว ทำให้รู้สึกตะลึงจนแทบลืมหายใจเลยทีเดียว

มีการแกะสลักแม้กระทั่งในจุดเล็กๆ น้อยๆ ถึงกับได้รับชื่อว่า ฮิกุระชิ โนะ มง (ประตูตลอดวัน) เพราะไม่ว่าจะมองไปเมื่อใดก็ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ

เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพที่ระลึกมาก ถ้าไปกันไม่ถึง 10 ท่าน ก็สามารถให้พนักงานช่วยถ่ายรูปให้ฟรีโดยใช้กล้องหรือสมาร์ทโฟนของท่านเอง
ที่นี่เป็นเหมือนตัวแทนประตูของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นจึงไม่ควรพลาดที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

(4) เนมุริเนโกะ (แมวหลับ)

หลังจากลอดผ่านโยเมมงมาแล้ว เดินไปตามทางเดินตะวันออกที่จะพาไปยังศาลเจ้าชั้นในที่อยู่ทางด้านขวาไปเรื่อย ๆ จะเจอกับเนมุริเนโกะ (แมวหลับ) เนมุริเนโกะเป็นรูปแกะสลักที่มีชื่อเสียง เช่นเดียวกับลิง 3 ตัว โดยเป็นรูปแมวกำลังนอนอยู่ตามชื่อเรียก

เนื่องจากภาพสลักค่อนข้างมีขนาดเล็ก จึงควรคอยสังเกตไม่ให้เผลอมองข้ามไป

ดูเหมือนว่างานแกะสลักรูปแมวกำลังหลับจะเป็นอะไรที่แปลกสำหรับสถานที่เช่นวัดในประเทศญี่ปุ่นพอสมควร ตามตำนานหนึ่ง กล่าวกันว่ารูปสลักนี้ ถูกสลักขึ้นเป็นรูปแมวกำลังเคลิ้ม ขณะอาบแสงจากดวงอาทิตย์ โดยจงใจให้มีความเกี่ยวพันกับชื่อสถานที่ Nikko (แปลว่า แสงอาทิตย์) และยังมีการเล่าต่อกันมาอีกว่า ฮิดาระ จินโกโระ ช่างแกะสลักมากฝีมือที่มีชื่อเสียงสมัยเอโดะเป็นเจ้าของผลงานชิ้นนี้ แต่ก็ยังมีอีกหลายข่าวลือเช่นกัน

(5) โกฮงชะ (ศาลเจ้าหลัก)
สิ่งที่อยู่ด้านหน้าของโยเมมง คือโกฮงชะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดในศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ โดยประกอบด้วย ฮงเด็น (วิหารหลัก), อิชิ โนะ มะ (พื้นที่ระหว่างวิหารหลักและพื้นที่สำหรับกราบไหว้) และไฮเด็น (สถานที่สำหรับกราบไหว้หน้าวิหารหลัก) โดยจะมีการจัดงานเทศกาลและพิธีต่าง ๆ ที่นี่ตลอดทั้งปี

เป็นที่น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ทำการถ่ายรูป แต่ที่นี่ก็มีความสวยงามเลอค่าอลังการไม่แพ้กับโยเมมง มีการตกแต่งที่งดงามพิถีพิถันและประณีตเป็นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ได้รับเลือกให้เป็นสมบัติของชาติ

สำหรับผู้ที่มาสักการะธรรมดาไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าทางประตูหน้า แต่สามารถเข้ามาจากทางปีกขวาของอาคารได้เลย โดยต้องถอดรองเท้าก่อนเข้ามาเยี่ยมชม นอกจากนี้การได้มาลองชมช่วงที่มีงานพิธีก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน

(6) หลุมศพของท่านโทกูงาวะ อิเอยาสุ (อาคารชั้นในและอาคารสมบัติชั้นใน)

การจะไปหลุมศพของท่านโทกูงาวะ อิเอยาสุนั้นจะต้องเดินผ่านซากะชิตะมงที่มีรูปแกะสลักแมวหลับอยู่ แล้วมุ่งหน้าไปตามทางยาวและบันไดที่สร้างจากหิน

บันไดหินมี 207 ขั้นและมีความลาดชั้นเป็นอย่างมาก

การเดินขึ้นบันไดเหล่านี้ อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยจนหอบได้ สำหรับผู้ที่ไม่มีความมั่นใจด้านพลังกายก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ค่อย ๆ เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า แต่ในวันที่ฝนตก ขั้นบันไดจะลื่นมาก ดังนั้นจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

กลางทางจะมีป้ายเขียนไว้ว่า “ชั่วชีวิตของมนุษย์เป็นดั่งการแบกสัมภาระเดินทางไปบนถนนอันยาวไกล ไม่ควรที่จะต้องรีบร้อน” ซึ่งประโยคนี้เป็นคำคมที่มีชื่อเสียงของท่านโทกูงาวะ อิเอยาสุ พอลองท่องประโยคนี้ให้ขึ้นใจแล้วพยายามเดินขึ้นบันไดจนสุดทาง ก็จะสามารถชมวิวทิวทัศน์ในมุมมองที่เปลี่ยนไปす。

มื่อเดินขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดจะพบกับแท่นนมัสการชั้นในด้านหน้า หลังจากหยุดพักหายใจเพียงพอแล้วก็มาสักการะ

นอกจากนี้ยังมีเซียมซี (1 ครั้ง ราคา 100 เยน) ที่มีภาษาต่างชาติรองรับถึง 5 ภาษาให้ลองเสี่ยงทายกันอีกด้วย

เมื่อเดินเข้าไปข้างในจะพบกับหลุมศพของท่านโทกูงาวะ อิเอยาสุ เจดีย์อันน่าเกรงขามตั้งอยู่บนฐานหิน 8 มุม 5 ขั้นและฐาน 3 ชั้นที่ทำจากสัมฤทธิ์ ซึ่งทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่น่าหวั่นเกรงอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเดินรอบเจดีย์จะพบกับต้นสุงิอายุ 600 ปีที่ เรียกกันว่า “คานาอุสุงิ (ต้นสุงิอธิษฐาน)” เชื่อกันว่าถ้าหันหน้าเข้าหาแท่นบูชาต้นสุงิแล้วพูดคำขอออกมา จะทำให้คำขอนั้นเป็นจริง ถ้าเดินผ่านไปตรงนั้นก็ไม่ควรจะพลาดเช่นกัน

(7) ยาคุชิโด นาคิริว
สิ่งที่อยู่ด้านหน้าทางซ้ายมือของโยเมมง คือยาคุชิโด ถึงจะอยู่ภายในศาลเจ้าโทโชกุแต่ก็ถือว่าเป็นวัดที่อยู่ในความดูแลของวัดริงโนจิ

ที่นี่มีนาคิริว (มังกรคำราม) อันโด่งดังอยู่ นาคิริวหมายถึงรูปมังกรที่วาดอยู่บนกำแพง มองผ่านๆ จะเห็นเป็นแค่รูปมังกรเท่านั้น แต่เมื่อเขย่ากรับญี่ปุ่น (เฮียวชิกิ) แล้วจะได้ยินเสียงเหมือนมังกรคำรามดังออกมา

ตัวจริงของเสียงคำรามนี้ คือเสียงสะท้อนระหว่างพื้นและเพดาน เพดานที่มีรูปวาดมังกรมีลักษณะเป็นหลุมลงไป ทำให้เสียงกังวานได้ยาก จึงเกิดเป็นเสียงเช่นนี้ขึ้นนั่นเอง เนื่องจากพื้นที่ภายในเป็นเขตห้ามถ่ายภาพจึงไม่สามารถให้ดูภาพได้ แต่ที่นี่ก็นับเป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับศาลเจ้าโทโชกุแห่งนี้ การบรรยายมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาต่างประเทศจึงไม่ต้องกังวล อย่าลืมมาลองฟังเสียงคำรามนี้ด้วยตัวท่านเอง
นอกจากนั้นที่ยาคุชิโดแห่งนี้มีการจำหน่ายเครื่องรางอันสวยงามที่มีเสียงเหมือนกระดิ่งและถูกเรียกว่า “เครื่องรางกระดิ่งมังกรคำราม” (1 ชิ้น ราคา 1,000 เยน มีให้เลือก 9 สี) ว่ากันว่าเครื่องรางนี้จะช่วยในเรื่องโชคและความปรารถนา ดังนั้นอย่าลืมลองหาซื้อกัน

ในครั้งนี้ ได้รวบรวม สถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการเยี่ยมชมของศาลเจ้าโทโชกุเรียบร้อยแล้ว
ถ้าต้องการจะเยี่ยมชมสถานที่ที่ต่าง ๆ เหล่านี้ให้ครบแบบไม่รีบร้อนจะต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวและเวลาไว้ให้พร้อม
นอกจากนี้ ภายนอกเขตศาลเจ้ายังมี “พิพิธภัณฑ์โทโชกุ” หรือ “หอศิลป์โทโชกุ”ตั้งอยู่ และบริเวณโดยรอบของศาลเจ้ายังมีร้านขายของกินและร้านขายของที่ระลึกอีกมากมาย ทำให้สามารถสนุกเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังสามารถนั่งรถโดยสารประจำทางฟรีไปยัง “เอโดะวันเดอร์แลนด์ หมู่บ้านเอโดะนิกโก้”โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ แก่ทุกท่านเวลาคิดแผนเดินทางมาเที่ยวในนิกโก

  • ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine)
    日光東照宮
    • Address ที่อยู่ : Tochigi,Nikko,Yamauchi 2301
    • Nearest Station วิธีเดินทาง : ลงสถานีโทบุ นิกโก้ ต่อรถบัสเซไคอิซัง เมกุริ บัส อีกประมาณ 20 นาที
    • Phone Number 0288-54-0560
    • ช่วงเวลาทำการ : วันที่ 1 เมษายน - 31 ตุลาคม(8 โมงเช้า-5 โมงเย็น)/วันที่ 1 พฤศจิกายน - 31มีนาคม (8 โมงเช้า – 4 โมงเย็น) ※ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนก็ตามจะทำการหยุดจำหน่ายตั๋วก่อนเวลาปิด 30 นาที
      ค่าธรรมเนียม : ผู้ใหญ่ และนักเรียนมัธยมปลายขึ้นไปราคา 1,300เยน เด็กประถมราคา 450 เยน

*This information is from the time of this article's publication.
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.

แชร์บทความนี้

ค้นหา