อิวาเตะเป็นจังหวัดที่ต้องไปขับรถเที่ยวหน้าใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้สักครั้ง! ตลอดพื้นที่ของจังหวัดใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น ทั้งเนินเขาสีแดงเพลิง หุบเขาลึก วัดเก่าแก่ และป่าเงียบสงบ จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ส้ม และทองอร่าม ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
ที่พิเศษกว่านั้นคือฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ไม่ได้มาพร้อมกันหมด แต่ค่อย ๆ ไล่ระดับกันไป พื้นที่สูงอย่างภูเขาคุริโคมะและฮาจิมันไตจะเริ่มเปลี่ยนสีก่อนเมืองโมริโอกะ ฮิระอิซุมิ และหุบเขาที่อยู่ต่ำลงมาหลายสัปดาห์ ทำให้มีโอกาสไปเจอช่วงใบไม้สวยที่สุดได้หลายรอบ
ตั้งแต่จุดชมวิวชื่อดังอย่างวัดชูซนจิและหุบเขาเกบิเคอิ ไปจนถึงลำธารบนภูเขาที่เงียบสงบและเส้นทางขับรถชมวิวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติแทบไม่เคยไปถึง เราคัดมาให้แล้ว 15 จุดที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวชมฤดูใบไม้ร่วงในอิวาเตะ
(ภาพ: PIXTA)
ทำไมต้องไปอิวาเตะช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ด้วยขนาดที่กว้างใหญ่และความสูงของพื้นที่ที่แตกต่างกันมาก ทำให้ฤดูใบไม้ร่วงของอิวาเตะยาวนานและหลากหลายกว่าที่ไหน ๆ สีแรกจะเริ่มปรากฏตามพื้นที่ภูเขาแถบฮาจิมันไตและภูเขาคุริโคมะตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน จากนั้นค่อย ๆ ไล่ลงมาตามป่าและหุบเขา จนถึงพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
นั่นหมายความว่าฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ไม่ได้มีแค่การตามหาต้นเมเปิลต้นดังต้นเดียว คุณสามารถเดินป่าบนภูเขาที่ได้ฉายาว่า “พรมของเทพเจ้า” ล่องเรือใต้หน้าผาหินปูนที่สะพรั่งด้วยสีสัน แช่ออนเซ็นลับในหุบเขาหลังเดินชมใบไม้ ตะลุยวัดที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกขององค์การยูเนสโกท่ามกลางต้นเมเปิลแดง หรือแค่ขับรถผ่านผืนป่าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีอยู่รอบตัวไปเรื่อย ๆ ก็ฟินได้
อิวาเตะยังให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายอย่างน่าประทับใจ แม้แต่ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามที่สุดบางแห่งก็อยู่ห่างไกลจากความพลุกพล่านของแหล่งชมใบไม้ชื่อดังแถบโตเกียวและเกียวโต จึงเหมาะมากสำหรับนักเดินทางที่อยากสำรวจโทโฮคุแบบชิล ๆ ช้า ๆ
เที่ยวอิวาเตะฤดูใบไม้ร่วงอย่างไรดี: รถไฟ รถบัส หรือรถเช่า?
จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องมีรถก็ชมใบไม้เปลี่ยนสีในอิวาเตะได้ เพราะจุดเที่ยวอย่างฮิระอิซุมิ หุบเขาเกบิเคอิ สวนซากปราสาทโมริโอกะ และหลายแห่งรอบเมืองอิจิโนเซกิ ไปถึงได้ค่อนข้างสะดวกด้วยรถไฟหรือรถบัส
แต่ถ้ามีรถ คุณจะได้เห็นอีกด้านของจังหวัดที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง สถานที่อย่างหุบเขาคักคนดะ หุบเขาโชทันเคอิ ภูเขาอินุคุระ ช่องเขาเซนนิน และบางส่วนของฮาจิมันไต เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก หรือไม่ก็ขับรถแล้วรวมเป็นทริปวันเดียวได้ง่ายกว่ามาก อีกทั้งยังแวะจุดชมวิว ออนเซ็น ร้านอาหารริมทาง และจุดชมใบไม้เล็ก ๆ ระหว่างทางได้อย่างอิสระ
สำหรับคนที่ใช้โมริโอกะเป็นฐาน สถานีโมริโอกะเป็นหนึ่งในจุดรับรถเช่าที่สะดวกที่สุด มีบริษัทให้บริการอยู่ใกล้ ๆ หลายเจ้า เช่น ORIX Rent a Car, Toyota Rent a Car, Nippon Rent-A-Car, Enterprise Rent-A-Car และ JR Rent-A-Car โดย ORIX และ Toyota มีสาขาห่างจากสถานีเพียงเดินไม่กี่นาที ส่วน Nippon Rent-A-Car มีสาขาสถานีโมริโอกะอยู่ห่างจากทางออก A2 ประมาณ 50 เมตร
ผู้อ่าน LIVE JAPAN ยังประหยัดได้อีกเมื่อจอง Nippon Rent-A-Car รับส่วนลดพิเศษ 10% สำหรับการเช่ารถมาตรฐาน หรือลด 15% เมื่อเช่าตั้งแต่ 6 วันขึ้นไป ใช้ได้ที่สาขา Nippon Rent-A-Car ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงสาขาสถานีโมริโอกะ
1. ภูเขาคุริโคมะ (ซุกาวะ) (栗駒山・須川)

ภูเขาคุริโคมะเป็นหนึ่งในภูเขาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคเหนือญี่ปุ่น สูง 1,626 เมตร ตั้งอยู่จุดที่จังหวัดอิวาเตะ มิยางิ และอากิตะมาบรรจบกัน ฝั่งอิวาเตะนักเดินป่าจะขึ้นทางซุกาวะ ย่านออนเซ็นบนที่ราบสูงที่ให้ความรู้สึกห่างไกลจากโลกภายนอกอย่างน่าประทับใจ มีไอน้ำกำมะถัน ที่พักบนภูเขา และเส้นทางเดินที่พาเข้าสู่ทิวทัศน์แบบภูเขาสูงได้แทบจะทันที
ภูเขาลูกนี้โด่งดังเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีเป็นพิเศษ และเริ่มเปลี่ยนสีเร็วกว่าที่อื่นเพราะอยู่สูง ตั้งแต่ราวปลายเดือนกันยายน ไม้พุ่มเตี้ยบนภูเขา ต้นโรวัน ต้นเมเปิล และพืชพรรณอื่น ๆ จะแต่งแต้มไหล่เขาด้วยแถบสีแดงสด ส้ม เหลือง และเขียวที่ยังไม่จางหาย ความกว้างใหญ่และความเข้มข้นของสีสันทำให้คุริโคมะได้ฉายาว่า “คามิโนะจูตัน” หรือ “พรมของเทพเจ้า” และในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ไหล่เขาจะดูราวกับถูกคลุมด้วยพรมแพตช์เวิร์กผืนมหึมา

ไม่จำเป็นต้องเป็นนักปีนเขาตัวยงก็ชื่นชมความงามของคุริโคมะได้ เส้นทางซุกาวะเริ่มต้นท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขาไฟอันน่าตื่นตาเหนือออนเซ็นซุกาวะ และแม้แต่ช่วงล่าง ๆ ก็ยังเห็นวิวภูเขาสีสันสดใสได้กว้างไกล สำหรับผู้ที่เดินต่อไปยังยอดเขา ใช้เวลาปีนราว 2 ชั่วโมงจากจุดเริ่มต้นเส้นทางซุกาวะในสภาพอากาศปกติ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีโดยทั่วไปอยู่ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเร็วกว่าสีสันในเมืองที่อยู่พื้นราบมาก
สิ่งที่น่าจดจำที่สุดอย่างหนึ่งของการมาฝั่งอิวาเตะคือการผสมผสานระหว่างการเดินป่ากับออนเซ็น หลังจากอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นบนภูเขาและสีสันฤดูใบไม้ร่วงมาหลายชั่วโมง คุณก็กลับมาแช่น้ำแร่ร้อนที่ย่านซุกาวะได้ นี่คือประสบการณ์ฤดูใบไม้ร่วงสุดคลาสสิกของอิวาเตะแบบ “เดินป่าก่อน แช่ออนเซ็นทีหลัง”
- รถบัส: ขึ้นรถบัสอิวาเตะโคสึ สายมุ่งหน้าออนเซ็นซุกาวะ จากสถานี JR อิจิโนเซกิ (ทางออกฝั่งตะวันตก) ใช้เวลาประมาณ 90 นาที (ให้บริการตามฤดูกาล)
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR อิจิโนเซกิ (ขับรถประมาณ 80 นาที)
-
ซุกาวะโคเก็น須川高原
-
Address
มุราตะโคไน อิจิโนเซกิ อิวาเตะ 019-0801
View Map
-
Address
มุราตะโคไน อิจิโนเซกิ อิวาเตะ 019-0801
2. อุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไต เส้นทางแอสปีเตะไลน์ ฮาจิมันไต (โกไซโช) (十和田八幡平国立公園 八幡平地域 ・御在所)

ฮาจิมันไตแอสปีเตะไลน์เป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถขึ้นเขาที่น่าประทับใจที่สุดของโทโฮคุตอนเหนือ ความยาวประมาณ 27 กิโลเมตร ตัดผ่านอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมันไตระหว่างอิวาเตะกับอากิตะ ถนนสายนี้ไม่ได้เป็นแค่ทางไปยังที่ใดที่หนึ่ง แต่ตัวถนนเองนี่แหละคือไฮไลต์ ไต่ขึ้นผ่านที่ราบสูงภูเขาไฟ หนองน้ำ ป่า และทิวทัศน์ภูเขาเปิดโล่ง ก่อนถึงย่านยอดเขาฮาจิมันไต ชื่อที่แปลกตานี้มาจากคำว่า “แอสปีเตะ” (aspite) ซึ่งเป็นศัพท์ธรณีวิทยาเก่าแก่ที่หมายถึงรูปทรงคล้ายโล่กว้างของภูมิประเทศภูเขาไฟ
โกไซโชตั้งอยู่ทางฝั่งอิวาเตะของเส้นทาง เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมสำหรับชมทิวทัศน์ที่ราบสูงของพื้นที่นี้ บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำโกไซโช ผู้มาเยือนสามารถลงจากรถเดินเล่นตามทางเดินรอบหนองน้ำและบึงได้ ขณะที่ภูมิทัศน์รอบข้างโชว์เอกลักษณ์ภูเขาไฟของฮาจิมันไตอย่างเต็มที่ พืชพรรณที่นี่เริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยหญ้าและไม้พุ่มจะกลายเป็นโทนสีสนิมและสีทอง ก่อนที่สีสันฤดูใบไม้ร่วงจะค่อย ๆ เคลื่อนลงไปยังผืนป่าด้านล่าง

เสน่ห์ที่แท้จริงของฤดูใบไม้ร่วงคือสีสันหลากหลายที่มองเห็นได้พร้อมกันในคราวเดียว ต้นสนสีเขียวเข้มตัดกับต้นเบิร์ชและบีชสีเหลือง เมเปิลสีส้มและแดงแผ่กระจายไปตามไหล่เขา และสันเขาไกล ๆ ก็ซ้อนกันเป็นชั้นสีสันทีละชั้น เนื่องจากถนนสูงต่ำต่างระดับมาก บางครั้งนักท่องเที่ยวจึงได้เห็นฤดูใบไม้ร่วงหลายช่วงในการขับรถเที่ยวเดียว ตั้งแต่สีที่เริ่มจางใกล้ยอดเขา ไปจนถึงผืนป่าที่ใกล้ถึงจุดสวยที่สุดด้านล่าง
นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างตามฤดูกาลที่น่าสนุก คือแอสปีเตะไลน์เส้นเดียวกับที่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้เปลี่ยนสี จะกลายเป็น “สโนว์คอร์ริดอร์” หลังถนนเปิดอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อรถเกลี่ยหิมะตัดผ่านกองหิมะที่สูงตระหง่านหลายเมตรเหนือรถที่แล่นผ่าน ส่วนฤดูใบไม้ร่วงมอบบุคลิกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงให้กับถนนสายนี้ เปลี่ยนจากกำแพงสีขาวมาเป็นพาโนรามาเปิดโล่งของสีแดง ทอง และเขียว
- รถเช่า: แนะนำอย่างยิ่ง เช่าได้ที่สถานี JR โมริโอกะหรือสถานี JR ทาซาวาโกะ (ประมาณ 60-70 นาที)
- รถบัส: รถบัสเคนโปกุตามฤดูกาล สายมุ่งหน้าโรงแรมฮาจิมันไตเมาน์เทน/โกไซโช จากสถานี JR โมริโอกะ
-
ที่จอดรถโกไซโชนุมะ御在所沼駐車場
-
Address
ฮาจิมันไตแอสปีเตะไลน์ ไดนิจิวาริ มัตสึโอโยริกิ ฮาจิมันไต อิวาเตะ 028-7302
View Map
-
Address
ฮาจิมันไตแอสปีเตะไลน์ ไดนิจิวาริ มัตสึโอโยริกิ ฮาจิมันไต อิวาเตะ 028-7302
3. วัดโมสึจิ (毛越寺)

วัดโมสึจิเป็นหนึ่งในสถานที่ที่บอกได้ดีที่สุดว่าทำไมฮิระอิซุมิถึงได้รับเลือกเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก แม้อาคารวัดอันยิ่งใหญ่จากศตวรรษที่ 12 ส่วนใหญ่จะสูญหายไปหลายร้อยปีแล้ว แต่สวนสไตล์แดนสุขาวดีอันน่าทึ่งยังคงอยู่ โดยมีบึงโออิซุมิงะอิเกะอันกว้างใหญ่เป็นศูนย์กลาง สวนแห่งนี้ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบแดนสุขาวดีตามคติพุทธ สร้างภูมิทัศน์ในอุดมคติที่น้ำ หินที่วางอย่างพิถีพิถัน ชายฝั่ง ต้นไม้ และภูเขารอบข้างประกอบกันเป็นภาพเดียวกัน
การมาเยือนโมสึจิจึงต่างจากการไปวัดเพื่อชื่นชมสถาปัตยกรรมเป็นหลักอยู่มาก ความสุขส่วนใหญ่อยู่ที่การเดินวนรอบบึงช้า ๆ และสังเกตว่าภูมิทัศน์ถูกออกแบบมาอย่างไร บางส่วนของชายฝั่งถูกปั้นให้คล้ายหาดทราย หินต่าง ๆ จำลองแนวชายฝั่งที่ขรุขระ และลำธารที่ไหลลงบึงก็จำลองการเคลื่อนของน้ำจากภูเขาสู่ทะเล องค์ประกอบเหล่านี้ได้แรงบันดาลใจจากหลักการสร้างสวนที่มีมาราว 1,000 ปี

ฤดูใบไม้ร่วงยังเพิ่มอีกหนึ่งมิติให้กับภูมิทัศน์ ต้นเมเปิลญี่ปุ่นรอบสวนกลายเป็นสีแดงและส้ม ตัดกับต้นไม้ยืนต้นสูง และในวันที่อากาศนิ่ง ทั้งฉากจะสะท้อนลงในบึงโออิซุมิงะอิเกะได้แทบสมบูรณ์แบบ ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่ “จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี” จุดเดียว แต่เป็นชุดภาพที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ขณะเดินรอบน้ำ ทั้งซากวัด ต้นไม้ บึง และเนินเขาไกล ๆ ที่ปรากฏขึ้นจากหลายมุม
อีกรายละเอียดที่น่าสนใจคือสวนแห่งนี้ยังคงอยู่แม้อาคารอันงดงามที่ล้อมรอบจะหายไปหมดแล้ว ในช่วงรุ่งเรืองที่สุด ว่ากันว่าโมสึจิมีอาคารวัดหลายสิบหลังและกุฏิพระอีกหลายร้อยหลัง และมีขนาดใหญ่โตพอจะเทียบกับวัดชูซนจิได้ ปัจจุบันฐานอาคารที่ยังเหลืออยู่ช่วยให้ผู้มาเยือนจินตนาการถึงกลุ่มวัดที่สูญหายไปได้ ขณะยืนอยู่ในภูมิทัศน์ที่คนสมัยเฮอันก็ยังจำได้
- รถไฟ: เดินประมาณ 10-15 นาทีจากสถานี JR ฮิระอิซุมิ (สายหลักโทโฮคุของ JR)
- รถบัส: รถบัสวนรุนรุนจากสถานี JR ฮิระอิซุมิ (5 นาทีถึงป้ายโมสึจิ)
-
วัดโมสึจิ毛越寺
-
Address
โอซาวะ 58 ฮิระอิซุมิ อำเภอนิชิอิวาอิ อิวาเตะ 029-4102
View Map
เว็บไซต์: https://www.motsuji.or.jp/en/
-
Address
โอซาวะ 58 ฮิระอิซุมิ อำเภอนิชิอิวาอิ อิวาเตะ 029-4102
4. วัดชูซนจิ (中尊寺)

วัดชูซนจิเป็นวัดที่โด่งดังที่สุดของฮิระอิซุมิ และเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมชิ้นเอกของญี่ปุ่นตอนเหนือ ประวัติศาสตร์ของวัดย้อนไปได้กว่า 1,000 ปี แต่รุ่งเรืองสูงสุดในสมัยตระกูลฟูจิวาระแห่งภาคเหนือในศตวรรษที่ 12 ซึ่งฮิระอิซุมิเติบโตเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมพุทธที่มั่งคั่ง ห่างไกลจากเมืองหลวงทางการเมืองอย่างเกียวโตและนารา วัตถุกว่า 3,000 ชิ้นของวัดชูซนจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติหรือสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือคอนจิกิโด หรือหอทอง สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1124 แทบทุกพื้นผิวที่มองเห็นของหอหลังเล็กนี้ถูกปิดด้วยแผ่นทองคำและการตกแต่งอันประณีต จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างศิลปะพุทธสมัยเฮอันที่หลงเหลืออยู่อย่างน่าทึ่งที่สุด อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับตระกูลฟูจิวาระแห่งภาคเหนือ เพราะมีการบรรจุร่างของสมาชิกตระกูลไว้ในอาคารหลังนี้

ในฤดูใบไม้ร่วง การเดินไปยังหอทองน่าจดจำไม่แพ้จุดหมายปลายทาง ผู้มาเยือนจะเดินขึ้นสึกิมิซากะ หรือ “ทางลาดชมจันทร์” ใต้ต้นซีดาร์ขนาดยักษ์ที่ปลูกเรียงรายตามทางเข้า ต้นเมเปิลที่แซมอยู่ระหว่างต้นซีดาร์เปลี่ยนเป็นสีส้ม ทอง และแดงเข้ม สร้างประกายสีสันสดใสตัดกับป่าสีเขียวเข้ม และเพราะวัดชูซนจิตั้งอยู่บนเนินเขาสูงราว 130 เมตร ช่องเปิดระหว่างทางจึงให้ชมวิวชนบทฮิระอิซุมิได้ด้วย
ระหว่างทางยังมีของน่าค้นพบเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกมาก ทั้งหอวัด พระพุทธรูป ตราประทับโกชูอิน และเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับมัตสึโอะ บาโช กวีไฮกุผู้โด่งดังที่เคยมาเยือนฮิระอิซุมิ ในฤดูใบไม้ร่วง วัดชูซนจิมักจัดแสดงดอกเบญจมาศตามธรรมเนียม เพิ่มเสน่ห์ตามฤดูกาลให้กับบริเวณวัดที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีอยู่แล้ว
- รถไฟ: เดินประมาณ 20-25 นาทีจากสถานี JR ฮิระอิซุมิ
- รถบัส: รถบัสวนรุนรุนจากสถานี JR ฮิระอิซุมิ (10 นาทีถึงป้ายชูซนจิ)
-
วัดชูซนจิ中尊寺
-
Address
โคโรโมโนะเซกิ 202 ฮิระอิซุมิ อำเภอนิชิอิวาอิ อิวาเตะ 029-4195
View Map
เว็บไซต์: https://www.chusonji.or.jp/language_en/
-
Address
โคโรโมโนะเซกิ 202 ฮิระอิซุมิ อำเภอนิชิอิวาอิ อิวาเตะ 029-4195
5. หุบเขาเก็มบิเคอิ (厳美渓)

เก็มบิเคอิเป็นหุบเขายาว 2 กิโลเมตรสุดตระการตาที่แม่น้ำอิวาอิกัดเซาะเป็นรูปร่างขณะไหลลงมาจากแถบภูเขาคุริโคมะ ตลอดหลายร้อยปี กระแสน้ำเชี่ยวปั้นหินให้กลายเป็นร่อง แอ่ง น้ำตก และหลุมกลมมนสุดเอกลักษณ์ ได้ภูมิทัศน์ที่สลับระหว่างแก่งน้ำเชี่ยวกรากกับช่วงน้ำสีเขียวมรกตที่นิ่งสงบอย่างน่าประหลาดใจ หุบเขาแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทั้งสถานที่ทิวทัศน์งามระดับชาติและอนุสรณ์ธรรมชาติ
มีทางเดินให้สำรวจหุบเขาได้หลายมุม รวมถึงสะพานแขวนที่มองเห็นความต่างระหว่างกระแสน้ำเชี่ยวด้านต้นน้ำกับแอ่งน้ำนิ่งได้ชัดเจนเป็นพิเศษ ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลและไม้ผลัดใบอื่น ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองอยู่เหนือหินสีเทา โดยผืนสีสะท้อนลงในแม่น้ำใสด้านล่าง ช่วงใบไม้สวยที่สุดมักอยู่ราวกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

แต่สิ่งที่โด่งดังที่สุดของเก็มบิเคอิกลับเป็นของกินได้ นั่นคือ “คักโกะดังโงะ” ที่ได้ฉายาว่า “ดังโงะบิน” ซึ่งส่งมาจากร้านฝั่งตรงข้ามหุบเขาผ่านตะกร้าที่แขวนไว้กับสายเคเบิล ผู้มาเยือนใส่เงินลงในตะกร้า ตีแผ่นไม้ด้วยค้อนไม้เพื่อส่งสัญญาณให้ร้าน แล้วรอดูตะกร้าพุ่งกลับข้ามแม่น้ำมา พร้อมไม้เสียบข้าวปั้นนุ่ม ๆ และชาร้อน
การส่งของนี้กลายเป็นการแสดงประจำถิ่นไปเสียแล้ว ที่น่าทึ่งเป็นพิเศษคือชาถูกส่งข้ามหุบเขามาพร้อมกับดังโงะ แต่พนักงานผู้ชำนาญก็ส่งถึงมือได้โดยไม่หกสักหยด นี่แหละคือแหล่งท่องเที่ยวประจำถิ่นสุดแปลกที่มักกลายเป็นช่วงเวลาแสนประทับใจของทริป
- รถบัส: รถบัสอิวาเตะโคสึ (ป้ายที่ 10) จากสถานี JR อิจิโนเซกิ (ทางออกฝั่งตะวันตก) สายมุ่งหน้าเก็มบิเคอิหรือออนเซ็นซุกาวะ (ประมาณ 20 นาทีถึงป้ายเก็มบิเคอิ)
-
หุบเขาเก็มบิเคอิ厳美渓
-
Address
ทากิโนอูเอจินาอิ เก็มบิโจ อิจิโนเซกิ อิวาเตะ 021-0101
View Map
-
Address
ทากิโนอูเอจินาอิ เก็มบิโจ อิจิโนเซกิ อิวาเตะ 021-0101
6. ช่องเขาเซนนิน (仙人峠)

ช่องเขาเซนนินตัดผ่านเทือกเขาที่กั้นระหว่างโทโนทางตอนในกับชายฝั่งแปซิฟิกแถบคามาอิชิ เป็นเส้นทางที่สำคัญสำหรับการเดินทางระหว่างสองภูมิภาคมาช้านาน ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 283 ทำให้การข้ามเขาค่อนข้างสะดวก แต่ไหล่เขาชัน หุบเขาแคบ และซากถนนเก่ายังคงให้ความรู้สึกเหมือนเส้นทางข้ามภูเขาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ทางหลวงธรรมดาอีกสายหนึ่ง
ฝั่งคามาอิชิสวยตระการตาเป็นพิเศษ ถนนเก่าคดเคี้ยวเป็นโค้งและเกลียวต่อเนื่องตามภูมิประเทศสูงชัน ให้ผู้ขับได้เห็นวิวหุบเขาเบื้องล่างและไหล่เขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ในฤดูใบไม้ร่วง ทางลาดเหล่านี้กลายเป็นสีเหลือง ส้ม สีสนิม และเขียวชอุ่มที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อย่างหนาแน่น โดยสีจะสวยที่สุดช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

ช่องเขานี้ยังเกี่ยวข้องกับนักเขียนผู้เป็นที่รักที่สุดคนหนึ่งของอิวาเตะ คือเคนจิ มิยาซาวะ ใกล้ปากอุโมงค์เซนนินฝั่งคามาอิชิมีอนุสาวรีย์จารึกบทกวีของเขาตั้งอยู่ ย้ำเตือนว่าภูมิทัศน์ภูเขาและอุตสาหกรรมอันขรุขระแห่งนี้ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าในจินตนาการทางวัฒนธรรมของภูมิภาค
อีกเรื่องน่ารู้ในท้องถิ่นคือ “เซนนินฮิมิซุ” น้ำพุที่ผูกพันกับช่องเขา คามาอิชิที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นแหล่งผลิตเหล็กที่สำคัญของญี่ปุ่นมาแต่อดีต การขับรถผ่านช่องเขาเซนนินจึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับนักเดินทางที่อยากผสมผสานภูมิทัศน์นิทานพื้นบ้านของโทโนเข้ากับประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของคามาอิชิและชายฝั่งซันริกุ
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR ชิน-ฮานามากิ (ชินคันเซ็น) หรือสถานี JR โทโน (ประมาณ 40-50 นาทีผ่านทางหลวงหมายเลข 283)
-
ช่องเขาเซนนิน仙人峠
-
Address
ไคโด คัสชิโชว คามาอิชิ อิวาเตะ 026-0055
View Map
-
Address
ไคโด คัสชิโชว คามาอิชิ อิวาเตะ 026-0055
7. ทะเลสาบคินชู (ใกล้สะพานฮ็อตโตะซังโกะ) (錦秋湖・ほっと三五橋付近)

ทะเลสาบคินชูเป็นทะเลสาบเทียมทางตะวันตกของอิวาเตะที่เกิดจากเขื่อนยูดะบนแม่น้ำวากะ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยป่าทึบ ชื่อของทะเลสาบเหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงเป็นพิเศษ เพราะคำว่า “คินชู” ชวนให้นึกถึงผ้าแพรปักสุดหรูหรา และในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ไหล่เขารอบผืนน้ำก็ดูราวกับผ้าทอที่ประกอบด้วยสีแดง เหลือง ส้ม และเขียวจริง ๆ
ทะเลสาบแห่งนี้ไม่ได้มีจุดชมวิวชื่อดังเพียงจุดเดียว แต่ให้รางวัลแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปรอบ ๆ บริเวณ ทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 107 ทอดตามแนวชายฝั่งบางช่วง ขณะที่รถไฟสาย JR คิตะคามิลัดเลาะผ่านทิวทัศน์ภูเขาเดียวกัน แถวสะพานฮ็อตโตะซังโกะ ภูเขาสีสันสดใสไหลลงมาเกือบถึงผิวน้ำ ให้วิวที่ถ่ายรูปสวยเป็นพิเศษเมื่อทะเลสาบสงบนิ่ง

ช่วงที่ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงสวยที่สุดโดยทั่วไปคือกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นเมเปิลและไม้ใบกว้างอื่น ๆ ปกคลุมภูเขาโดยรอบ ความตัดกันของน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ใบไม้สีสด สะพาน และรถไฟที่แล่นผ่านเป็นครั้งคราว ทำให้พื้นที่นี้มีกลิ่นอายชนบทโทโฮคุอย่างชัดเจน น้ำตกและช่วงต่าง ๆ ของแม่น้ำวากะที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เป็นจุดชมใบไม้เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ขับรถสำรวจ
ใกล้ ๆ กันยังมีแหล่งท่องเที่ยวริมทางรถไฟสุดแปลกน่าทึ่ง สถานีฮ็อตโตะยูดะมีออนเซ็นสาธารณะอยู่ภายในสถานีจริง ๆ และในห้องอาบน้ำก็มีสัญญาณแบบไฟจราจรที่คอยเตือนผู้แช่ตัวเมื่อรถไฟกำลังเข้าใกล้ ไฟสีเขียวน้ำเงิน เหลือง และแดงจะบอกว่าต้องรีบแต่งตัววิ่งไปที่ชานชาลาด่วนแค่ไหน เป็นหนึ่งในส่วนผสมสุดแปลกของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
- รถไฟ & แท็กซี่: นั่งสาย JR คิตะคามิไปลงสถานี JR ยูดะโคเก็นหรือสถานี JR ยูดะออนเซ็น แล้วต่อแท็กซี่อีกประมาณ 10 นาที
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR คิตะคามิ (ขับรถประมาณ 40 นาที)
-
จุดชมวิวนิชิวากะ西和賀町展望所
-
Address
39 ชิวาริ-195-2 อุเอโนโนะ นิชิวากะ อำเภอวากะ อิวาเตะ 029-5511
View Map
-
Address
39 ชิวาริ-195-2 อุเอโนโนะ นิชิวากะ อำเภอวากะ อิวาเตะ 029-5511
8. หุบเขาเกบิเคอิ (猊鼻渓)

เกบิเคอิให้ประสบการณ์หุบเขาที่แตกต่างจากเก็มบิเคอิที่อยู่ใกล้ ๆ อย่างสิ้นเชิง ที่นี่แม่น้ำซาเตสึไหลอย่างเอื่อยเฉื่อยระหว่างหน้าผาหินปูนสูงตระหง่านประมาณ 100 เมตร เกิดเป็นหุบเขาแคบที่แทบจะถูกล้อมปิด ยาวราว 2 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้เดินตามทางริมแม่น้ำ แต่นั่งเรือท้องแบนแบบดั้งเดิมเพื่อชมทิวทัศน์
เรือถูกขับเคลื่อนด้วยคนพายที่ใช้ไม้ยาวค้ำแทนเครื่องยนต์ ทำให้การเดินทางเงียบสงบอย่างน่าทึ่ง ผนังหินปูน ก้อนหินรูปร่างแปลกตา ต้นไม้ที่เกาะตามขอบหน้าผา และเงาสะท้อนบนผิวแม่น้ำ ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปด้วยความเร็วเท่าการเดิน ใช้เวลาไปกลับประมาณ 90 นาที จึงเป็นทริปที่เน้นการผ่อนจังหวะและดื่มด่ำกับทิวทัศน์ไม่แพ้การไปให้ถึงจุดชมวิวใดจุดหนึ่ง

ฤดูใบไม้ร่วงน่าจะเป็นฤดูที่ตระการตาที่สุด ต้นเมเปิลและไม้ผลัดใบอื่น ๆ ระเบิดเป็นสีแดงและเหลืองตามยอดผาและรอบหน้าผาหินเปลือย ตั้งแต่ราวกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน การแหงนมองขึ้นจากระดับน้ำช่วยเน้นความสูงของหุบเขา โดยเฉพาะตรงที่ใบไม้สีสดดูเหมือนจะทะลักล้นออกจากขอบผนังหินปูน
ช่วงเวลาไฮไลต์มักมาถึงเมื่อคนพายวางไม้ค้ำแล้วร้องเพลงพื้นบ้านประจำถิ่น “เกบิ โอยวาเกะ” เมื่อไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เสียงของเขาก้องกังวานระหว่างหน้าผาอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนการแสดงละครอยู่ไม่น้อย แต่ก็เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวแบบโบราณที่ผูกพันแนบแน่นกับเกบิเคอิไปแล้ว
- สถานีเกบิเคอิยังเป็นหนึ่งในจุดจอดของPOKÉMON with YOU Trainรถไฟท่องเที่ยวธีมโปเกมอนสีสันสดใสของ JR East ที่วิ่งระหว่างอิจิโนเซกิกับเคเซนนุมะในวันที่กำหนด สำหรับผู้ที่มาเยือนเกบิเคอิ ขบวนรถไฟมีกำหนดจอดที่นี่ประมาณ11:48-12:03 น.สำหรับเที่ยวมุ่งหน้าเคเซนนุมะ และประมาณ15:54-16:04 น.สำหรับเที่ยวมุ่งหน้าอิจิโนเซกิ แม้จะไม่ได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้ แฟน ๆ โปเกมอนก็ลองคอยดูชานชาลาในช่วงเวลาเหล่านี้ เผื่อจะได้เห็นรถไฟสุดพิเศษขบวนนี้
- ตารางเวลาและวันให้บริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบตารางเวลาล่าสุดของ JR East
- รถไฟ: เดิน 5 นาทีจากสถานี JR เกบิเคอิ (สาย JR โอฟุนาโตะ)
- ค่าเรือ: ผู้ใหญ่ 2,000 เยน เด็กประถม 900 เยน เด็กเล็ก 200 เยน
・ระยะเวลา: ประมาณ 90 นาที
・เวลาออกเรือ: 1 เมษายน-5 พฤศจิกายน 8:30-16:00 น. / 6-10 พฤศจิกายน 8:30-15:30 น. / 11-20 พฤศจิกายน 8:30-15:00 น. / 21 พฤศจิกายน-31 มีนาคม 9:30-15:00 น.
・โดยทั่วไปเรือออกทุกชั่วโมง และมีรอบเพิ่มเติมเวลา 9:30 น. และ 10:00 น.
9. อาปปิโคเก็น (安比高原)

อาปปิโคเก็นเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติในฐานะหนึ่งในจุดหมายสกีหลักของโทโฮคุ แต่นอกฤดูหนาวจะกลายเป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่เงียบสงบ มีทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ป่า ทางเดินเดินป่า และวิวภูเขา โรงแรมและรีสอร์ตกระจุกตัวอยู่รอบลานสกี ถัดออกไปเป็นป่าเบิร์ช ป่าบีช ทุ่งหญ้า และไหล่เขาของภูเขามาเอโมริ
ฤดูใบไม้ร่วงเผยให้เห็นอีกด้านของอาปปิที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ต้นเบิร์ชและบีชเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดและสีทอง ขณะที่พื้นที่สูงขึ้นไปมีสีส้มและแดงเป็นหย่อม ๆ หนึ่งในไฮไลต์ของพื้นที่คือป่าบีชทุติยภูมิ ป่าที่ฟื้นตัวเองตามธรรมชาติหลังถูกตัดในอดีต และงดงามจนได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในจุดอาบป่าที่โดดเด่นของญี่ปุ่น

ในช่วงที่มีกระเช้าชมวิวตามฤดูกาลเปิดให้บริการ การขึ้นภูเขามาเอโมริช่วยให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้นมาก เห็นรีสอร์ตอยู่เบื้องล่างและเทือกเขาทางตอนเหนือของอิวาเตะทอดยาวไปจรดขอบฟ้า เอกสารการท่องเที่ยวของฮาจิมันไตเปรียบใบบีชสีเหลืองของอาปปิไว้อย่างน่าจดจำว่าเหมือน “ฝนเลมอน” ซึ่งช่วยให้นึกภาพออกว่าป่าเหล่านี้เหลืองทองเข้มข้นแค่ไหน
อาปปิเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากชมทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงโดยไม่ต้องลงแรงปีนเขายาก ๆ คุณเดินเล่นในป่าเบา ๆ ควบคู่ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกของรีสอร์ต วิวภูเขา ออนเซ็น และผลิตภัณฑ์นมท้องถิ่น แล้วกลับไปพักโรงแรมสบาย ๆ แทนที่จะต้องไปอยู่ตรงจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าห่างไกล
- รถไฟ & แท็กซี่: นั่งสาย JR ฮานาวะไปลงสถานี JR อาปปิโคเก็น แล้วต่อแท็กซี่หรือรถชัตเทิลอีกประมาณ 10 นาที
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR โมริโอกะ (ประมาณ 50 นาทีผ่านทางด่วนโทโฮคุ)
-
อาปปิโคเก็น安比高原
-
Address
117 อาปปิโคเก็น ฮาจิมันไต อิวาเตะ 028-7306
View Map
-
Address
117 อาปปิโคเก็น ฮาจิมันไต อิวาเตะ 028-7306
10. หุบเขาคักคนดะ (葛根田渓谷)

หุบเขาคักคนดะเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่ดิบเถื่อนที่สุดของอิวาเตะ ทอดยาวราว 10 กิโลเมตรผ่านต้นน้ำของแม่น้ำคักคนดะทางใต้ของภูเขาอิวาเตะ ถนนค่อย ๆ ลึกเข้าไปในหุบเขารูปตัววีที่เรียงรายด้วยป่าบีชดึกดำบรรพ์และป่าไม้ใบกว้างอื่น ๆ จนในที่สุดไปถึงย่านออนเซ็นลับแลอย่างทากิโนอูเอะออนเซ็น
ฤดูใบไม้ร่วงมาถึงที่นี่เร็ว โดยทั่วไปอยู่ช่วงต้นถึงกลางเดือนตุลาคม ต้นบีชกลายเป็นสีเหลืองเรืองรอง ขณะที่ต้นเมเปิลเติมริ้วสีแดงและส้มสดใส สร้างกำแพงสีสันหนาแน่นสองฝั่งแม่น้ำ เนื่องจากป่าโดยรอบส่วนใหญ่ยังไม่ถูกพัฒนา ประสบการณ์ที่นี่จึงให้ความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าสู่ป่าเขาธรรมชาติมากกว่าไปชมสวนใบไม้เปลี่ยนสีที่จัดแต่งไว้

จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือน้ำตกโทริโกเอะ น้ำตกสูงราว 30 เมตรที่พุ่งลงสู่แอ่งสีเขียวเข้มใกล้ปลายหุบเขาด้านบน สิ่งที่ทำให้แปลกเป็นพิเศษคือภูมิทัศน์ภูเขาไฟรอบ ๆ ความร้อนใต้พิภพทำให้ไอน้ำลอยขึ้นจากพื้นดินเหนือและรอบน้ำตก ในเช้าฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็น คุณอาจเห็นไอขาวลอยผ่านใบไม้สีสันสดใส
กิจกรรมความร้อนใต้พิภพนี้ยังอธิบายการมีอยู่ของทากิโนอูเอะออนเซ็น ออนเซ็นห่างไกลที่มีประวัติศาสตร์กว่า 200 ปี คักคนดะน่าดึงดูดเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ชอบส่วนผสมของใบไม้เปลี่ยนสี น้ำตก ทิวทัศน์ภูเขาไฟ และออนเซ็นบนภูเขาแบบโบราณ มากกว่าการถ่ายรูปใบไม้จากจุดชมวิวริมถนนเฉย ๆ
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR ชิซุคุอิชิ (ประมาณ 30 นาที) หรือสถานี JR โมริโอกะ (ประมาณ 50 นาที) โปรดทราบว่าขนส่งสาธารณะเข้าไปในหุบเขามีจำกัดมาก
-
หุบเขาคักคนดะ葛根田渓谷
-
Address
นิชิเนะ ชิซุคุอิชิ อำเภออิวาเตะ อิวาเตะ 020-0500
View Map
-
Address
นิชิเนะ ชิซุคุอิชิ อำเภออิวาเตะ อิวาเตะ 020-0500
11. ภูเขาอินุคุระ (犬倉山)

ภูเขาอินุคุระตั้งตระหง่านข้างอามิฮาริออนเซ็นทางฝั่งตะวันตกของภูเขาอิวาเตะ และเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะสัมผัสทิวทัศน์บนที่สูงจริง ๆ แถบชิซุคุอิชิ อยู่ริมเส้นทางอามิฮาริที่มุ่งสู่ภูเขาอิวาเตะ แต่ผู้มาเยือนสามารถใช้ “เท็งคุโนะลิฟต์” (Sky Lift) ตามฤดูกาลเพื่อขึ้นสู่ที่สูงได้เกือบทั้งหมดโดยไม่ต้องเดินขึ้นเขายาวนาน
เมื่อลิฟต์ทั้งสามตัวเปิดให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งขึ้นไปถึงระดับความสูงราว 1,300 เมตร แล้วเดินเท้าต่อไปยังจุดชมวิวอินุคุระและยอดเขา จากตรงนั้นทิวทัศน์เปิดกว้างอย่างน่าตื่นตา มองเห็นภูเขาอิวาเตะ ภูเขาฮายาจิเนะ และแอ่งชิซุคุอิชิ ในวันที่อากาศแจ่มใสเป็นพิเศษ ยังมองเห็นเทือกเขาที่ไกลออกไปตรงขอบฟ้าได้อีกด้วย

ฤดูใบไม้ร่วงทำให้การขึ้นเขาคุ้มค่าเป็นพิเศษ เมื่อมองลงมาจากลิฟต์ ป่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากเขียวเป็นทอง ส้ม และแดง ขณะที่พืชพรรณบนภูเขาสูงกว่านั้นมีโทนสีสนิมเข้มขึ้น เพราะทัศนียภาพทอดข้ามความต่างของระดับความสูงอย่างมาก ผู้มาเยือนจึงได้เห็นฤดูใบไม้ร่วงค่อย ๆ แผ่ขยายไปทั่วภูมิทัศน์ ไม่ใช่แค่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มต้นเมเปิลแต่ละกลุ่ม
ตัวลิฟต์เองก็เป็นส่วนหนึ่งของความสนุก แทนที่จะนั่งอยู่ในกระเช้าปิด ผู้มาเยือนจะนั่งลิฟต์สกีแบบเก้าอี้เปิดเหนือไหล่เขา ทำให้การเดินทางให้ความรู้สึกเหมือนเดินลอยฟ้าผ่านใบไม้เปลี่ยนสี อามิฮาริออนเซ็นด้านล่างว่ากันว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานราว 1,300 ปี และการมาเยือนในฤดูใบไม้ร่วงจบลงได้อย่างสดชื่นด้วยการแช่ออนเซ็นหลังลงจากภูเขา
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR ชิซุคุอิชิหรือสถานี JR โมริโอกะ (ประมาณ 50-60 นาทีถึงบริเวณทางขึ้นเขาอามิฮาริโคเก็น)
-
ลานสกีอามิฮาริออนเซ็น網張温泉スキー場・網張温泉 天空のリフト
-
Address
โคมัตสึคุระ 14-3 นางายามะ ชิซุคุอิชิ อำเภออิวาเตะ อิวาเตะ 020-0585
View Map
ฤดูกาลเขียว: 1 มิถุนายน-3 พฤศจิกายน
・ลิฟต์ที่ 1 (เท็งคุโนะโอกะ): ทุกวัน
・ลิฟต์ที่ 1-3 (จุดชมวิวอินุคุระ): เฉพาะวันที่ 19-27 กันยายน, 1-4 ตุลาคม และ 10-12 ตุลาคม
เวลาทำการ
・ลิฟต์ที่ 1: 6:30-9:30 น. (ขึ้นรอบสุดท้าย 9:00 น.) วันหยุดสุดสัปดาห์/วันหยุดนักขัตฤกษ์ 6:30-11:00 น. (ขึ้นรอบสุดท้าย 10:30 น.)
・ลิฟต์ที่ 1-3: 6:30-17:00 น. (ขึ้นรอบสุดท้าย 16:00 น.)
ค่าโดยสาร
・ลิฟต์ที่ 1: เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ 800 เยน / เด็ก 400 เยน ไป-กลับ 1,200 เยน / 600 เยน
・ลิฟต์ที่ 1-2: เที่ยวเดียว 1,200 เยน / 600 เยน ไป-กลับ 1,600 เยน / 800 เยน
・ลิฟต์ที่ 1-3: เที่ยวเดียว 1,600 เยน / 800 เยน ไป-กลับ 2,100 เยน / 1,000 เยน
เว็บไซต์: https://www.qkamura.or.jp/iwate/free2/?p=24 -
Address
โคมัตสึคุระ 14-3 นางายามะ ชิซุคุอิชิ อำเภออิวาเตะ อิวาเตะ 020-0585
12. สวนซากปราสาทโมริโอกะ (盛岡城跡公園・岩手公園)

สวนซากปราสาทโมริโอกะตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของปราสาทโมริโอกะ ที่มั่นของเจ้าเมืองตระกูลนัมบุผู้ปกครองพื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นแถบนี้ ปราสาทสร้างเสร็จในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 บนเนินเขาใกล้จุดบรรจบของแม่น้ำสายใหญ่ ทำให้อยู่ใจกลางเมืองปราสาทที่ค่อย ๆ พัฒนามาเป็นโมริโอกะในปัจจุบัน
อาคารปราสาทไม้หายไปหมดแล้ว แต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่ก็ว่าได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของสถานที่ นั่นคือกำแพงหินแกรนิตขนาดมหึมาที่ตั้งซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทั่วสวน พื้นผิวสีเทาอ่อนสร้างฉากหลังที่โดดเด่นเป็นพิเศษให้กับทิวทัศน์ตามฤดูกาล โดยมีทางเดินไต่ขึ้นไประหว่างลานปราสาทเก่า บันไดหิน สนามหญ้า และร่องรอยของแนวป้องกันในอดีต

ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นเมเปิลและต้นไม้อื่น ๆ รอบซากปราสาทเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง ความตัดกันระหว่างใบไม้สีสดกับกำแพงหินมหึมาทำให้ปราสาทโมริโอกะถ่ายรูปสวยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะจุดที่ใบไม้ไหลล้นกำแพงหรือเป็นกรอบให้วิวเมือง
ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคือจัดรวมเข้ากับแผนเที่ยวในเมืองได้ง่ายมาก ต่างจากจุดชมใบไม้บนภูเขาห่างไกลของอิวาเตะ สวนแห่งนี้ตั้งอยู่กลางเมือง ใกล้ศาลเจ้าซากุรายามะ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโมริโอกะ ย่านร้านค้า และร้านอาหาร ช่วงเช้าคุณชมสีสันฤดูใบไม้ร่วงท่ามกลางซากปราสาท แล้วอีกไม่กี่นาทีก็ไปกินโมริโอกะเรเมนหรือจาจาเมนได้เลย
- เดิน: เดินประมาณ 15-20 นาทีจากสถานี JR โมริโอกะ
- รถบัส: รถบัสวน “เด็นเด็นมูชิ” จากสถานี JR โมริโอกะ (10 นาทีถึงป้ายสวนซากปราสาทโมริโอกะ)
-
สวนอิวาเตะ (สวนซากปราสาทโมริโอกะ)岩手公園(盛岡城跡公園)
-
Address
1-37 อุจิมารุ โมริโอกะ อิวาเตะ 020-0023
View Map
-
Address
1-37 อุจิมารุ โมริโอกะ อิวาเตะ 020-0023
13. หุบเขาโชทันเคอิ (重湍渓)

โชทันเคอิเป็นหุบเขาเล็ก ๆ ลับตาบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำซารุงาอิชิในโทโน ห่างไกลจากเส้นทางท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีรอบใจกลางเมือง ทิวทัศน์อันโดดเด่นของที่นี่ไม่ได้มาจากหน้าผาสูงตระหง่าน แต่มาจากแผ่นหินแกรนิตขนาดมหึมาที่ถูกกัดเซาะเป็นรูปทรงคล้ายขั้นบันไดกว้างทั่วท้องน้ำ
น้ำไหลลงระหว่างชั้นหินธรรมชาติเหล่านี้เป็นแก่งตื้น ๆ และน้ำตกจิ๋วต่อเนื่องกัน รูปทรงที่ไม่เหมือนใครนี้ถูกเปรียบมาแต่โบราณว่าเหมือนเสื่อทาทามิที่ปูเรียงกัน ทำให้หุบเขามีบรรยากาศอบอุ่นใกล้ชิดกว่าสถานที่อย่างเกบิเคอิมาก ที่นี่คุณจะมองข้ามลวดลายของหินและน้ำ แทนที่จะแหงนมองผนังหุบเขาอันยิ่งใหญ่

ตั้งแต่ราวกลางถึงปลายเดือนตุลาคม ป่ารอบข้างจะเติมสีแดง เหลือง และส้มสดใสให้กับฉาก ใบไม้ร่วงสะสมอยู่ระหว่างแผ่นหินแกรนิตสีเทาขณะที่แม่น้ำยังคงไหลผ่าน ทำให้ที่นี่เป็นจุดที่ดึงดูดช่างภาพที่สนใจทั้งรายละเอียดเล็ก ๆ และทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงแบบกว้าง
โชทันเคอิยังเข้ากับบรรยากาศของโทโนอย่างลงตัว ภูมิภาคนี้ขึ้นชื่อไปทั่วญี่ปุ่นเรื่องนิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับวิญญาณภูเขา ตำนาน และเรื่องเล่าที่รวบรวมไว้ใน “ตำนานแห่งโทโน” (The Legends of Tono) ตัวโชทันเคอิเองเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นหลัก แต่ที่ตั้งอันเงียบสงบลึกเข้าไปในชนบทมีความลึกลับเล็กน้อยและซ่อนเร้นแบบที่นักท่องเที่ยวหลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงโทโนพอดี
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR โทโน (ประมาณ 35 นาที) หรือสถานี JR ชิน-ฮานามากิ (ประมาณ 50 นาที)
-
โชทันเคอิ重湍渓
-
Address
20 ชิวาริ สึกิโมชิโจ คามิสึกิโมชิ โทโน อิวาเตะ 028-0661
View Map
-
Address
20 ชิวาริ สึกิโมชิโจ คามิสึกิโมชิ โทโน อิวาเตะ 028-0661
14. ลำธารบนภูเขาคุจิ (久慈渓流)

ลำธารบนภูเขาคุจิทอดตามทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 281 จากคุจิเข้าสู่ตอนใน ผ่านหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรรมชาติประจำจังหวัดคุจิ-ฮิรานิวะ น้ำใสไหลอยู่ข้างถนนท่ามกลางก้อนหินใหญ่ ป่าไม้ไม่ผลัดใบ และไม้ผลัดใบ เป็นทางแวะชมวิวที่สะดวกสำหรับผู้เดินทางระหว่างชายฝั่งซันริกุกับตอนในทางเหนือของอิวาเตะ
ฤดูใบไม้ร่วงมักถึงจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ต้นโอ๊ก ต้นเฮอร์สเชสต์นัต และต้นเมเปิลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแดง ขณะที่สนแดงญี่ปุ่นและซีดาร์ยังคงเขียว ทำให้ได้สีสันหลากหลายเป็นพิเศษ เพราะลำธารและถนนวิ่งเคียงกันในบางช่วง ผู้มาเยือนจึงแวะหยุดได้หลายจุด ไม่ต้องพึ่งจุดชมวิวที่แออัดเพียงจุดเดียว

หนึ่งในสถานที่สำคัญที่โด่งดังที่สุดคือคางามิอิวะ หรือ “หินกระจก” ใกล้ ๆ กันมีฟุโรเซน น้ำพุธรรมชาติที่นับเป็นหนึ่งในน้ำชื่อดังของอิวาเตะ ตำนานท้องถิ่นยิ่งไปไกลกว่านั้น อ้างว่าการดื่มน้ำนี้ช่วยรักษาโรคและให้ “ฟุโรโชจู” คือความไม่แก่และอายุยืน
รายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงเทพนิยายนี้ทำให้ลำธารบนภูเขาคุจิมีบุคลิกมากกว่าจุดแวะชมใบไม้ริมถนนธรรมดา เมื่อรวมกับแม่น้ำใส ป่า และบรรยากาศที่ค่อนข้างเรียบง่าย จึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับนักเดินทางที่มองหาทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงอันเงียบสงบห่างจากจุดหมายยอดนิยมของอิวาเตะ
- รถบัส: เจอาร์บัสโทโฮคุ (มุ่งหน้าโมริโอกะ/นิโนเฮะ) จากสถานี JR คุจิไปลงป้ายรถบัสโมริมาเอะ (ประมาณ 15 นาที)
- รถเช่า: แนะนำให้เช่าที่สถานี JR คุจิ (ประมาณ 15-20 นาที)
-
ลำธารบนภูเขาคุจิ久慈渓流
-
Address
ไดจูจิวาริ ยามางาตะโจสึนางิ คุจิ อิวาเตะ 028-8711
View Map
-
Address
ไดจูจิวาริ ยามางาตะโจสึนางิ คุจิ อิวาเตะ 028-8711
15. หุบเขาบาเซ็นเคียว (馬仙峡)

บาเซ็นเคียวตั้งอยู่นอกใจกลางเมืองนิโนเฮะเล็กน้อย ที่ซึ่งแม่น้ำมาเบจิไหลผ่านหน้าผาหินสุดตระการตาและหน้าผาที่ปกคลุมด้วยป่า จุดเด่นที่เป็นสัญลักษณ์คือโอกามิอิวะและเมกามิอิวะ หรือ “หินเทพเจ้า” และ “หินเทพธิดา” ก้อนหินขนาดมหึมาสองก้อนที่สูงตระหง่าน 180 เมตรและ 160 เมตรตามลำดับเหนือภูมิทัศน์รอบข้าง
ทั้งสองก้อนนี้ถือเป็นคู่ “เมโอโตะอิวะ” ขนาดยักษ์ หรือ “หินคู่สามีภรรยา” ญี่ปุ่นมีหินรูปร่างเล็กกว่าอีกมากมายที่ได้ชื่อโรแมนติกนี้ ซึ่งมักแทนด้วยหินสองก้อนที่ผูกเข้าด้วยกันเป็นคู่ แต่หินของบาเซ็นเคียวโดดเด่นที่ขนาดอันใหญ่โตมโหฬาร สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทิวทัศน์งามระดับชาติ

ฤดูใบไม้ร่วงทำให้หน้าผาดูโดดเด่นชัดเจนยิ่งขึ้น ป่าไม้ผลัดใบริมแม่น้ำมาเบจิเปลี่ยนเป็นสีส้ม เหลือง และแดงสด ขณะที่หินสีเข้มกว่าตั้งตระหง่านเหนือใบไม้ วิวรอบสะพานบาเซ็นโดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะเห็นทั้งแม่น้ำ ป่า และผนังหินยักษ์ในภูมิทัศน์เดียวกัน ช่วงสีสวยที่สุดมักมาถึงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
บาเซ็นเคียวยังเดินทางสะดวกอย่างไม่คาดคิดสำหรับภูมิทัศน์ขนาดนี้ อยู่ห่างจากสถานีนิโนเฮะ ซึ่งเป็นสถานีบนโทโฮคุชินคันเซ็น เพียงระยะขับรถหรือนั่งแท็กซี่สั้น ๆ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากลิ้มรสทิวทัศน์อันดิบเถื่อนของอิวาเตะตอนเหนือ โดยไม่ต้องเสียเวลาทั้งวันไปยังเส้นทางภูเขาห่างไกล
- ขับรถไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของสวนบาเซ็นเคียวประมาณ 10 นาทีจะถึงจุดชมวิวหุบเขาบาเซ็นเคียว ที่นั่นคุณจะได้ชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสี หินรูปร่างต่าง ๆ และหุบเขาจากมุมสูง
- แท็กซี่หรือรถเช่า: นั่งแท็กซี่หรือขับรถ 5-10 นาทีจากสถานี JR / IGR นิโนเฮะ
-
สวนบาเซ็นเคียว馬仙峡公園
-
Address
ไดนากาไต 115 อิชิคิริโดโกโระ นิโนเฮะ อิวาเตะ 028-6103
View Map
-
Address
ไดนากาไต 115 อิชิคิริโดโกโระ นิโนเฮะ อิวาเตะ 028-6103

อิวาเตะงดงามที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อคุณตามรอยสีสันตลอดหลายสัปดาห์ ตั้งแต่ช่องเขาสูง หุบเขา เมืองวัด ป่า ไปจนถึงสวนสาธารณะในเมือง บางจุดเดินทางด้วยรถไฟหรือรถบัสได้ง่าย ส่วนการเช่ารถจะเปิดประตูสู่หุบเขาเงียบสงบ เส้นทางชมวิว และย่านออนเซ็น ซึ่งทำให้การสำรวจจังหวัดนี้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะมาแค่วันเดียวที่ฮิระอิซุมิ หรือต่อยอดเป็นทริปขับรถเที่ยวโทโฮคุที่ยาวขึ้น ฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นว่าภูมิทัศน์ของอิวาเตะหลากหลายเพียงใด
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.
ทัวร์และกิจกรรมยอดนิยม
Recommended places for you
-
Geibikei Gorge
Rivers, Lakes & Canyons
Morioka, Hiraizumi And Hachimantai
-
Yokote Park
Parks
Surrounding Areas Of Akita
-
Ishiguro Samurai House
Historical Places
Surrounding Areas Of Akita
-
Nikka Whisky Sendai Distillery
Culture Experience
Sendai And Matsushima
-
Ginzan Onsen
Hot Springs (Onsen) & Bath Houses (Sento)
Surrounding Areas Of Yamagata
-
Hachimantai Aspite Line
Landscapes
Morioka, Hiraizumi And Hachimantai
-
10 เทศกาลโทโฮคุที่ต้องไปสักครั้ง: สัมผัสมัตสึริสุดยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่นตอนเหนือ
by: Guest Contributor
-
35 อันดับ สิ่งที่ต้องทำเมื่อไปเที่ยวเซ็นได! มีแนะนำจุดชมวิว อาหารรสเลิศ และแหล่งซื้อของฝากด้วยนะ
-
คู่มือเที่ยวฟาร์ม Koiwai: สำรวจ ลิ้มรส และสนุกสนาน ณ แหล่งท่องเที่ยวเกษตรชั้นนำของอิวาเตะ
-
รักใต้แสงดาว: สัมผัสเทศกาลทานาบาตะ เซนได 2026 แบบคนท้องถิ่น (6-8 ส.ค.)
by: Guest Contributor
-
GALA Yuzawa คู่มือท่องเที่ยวฤดูหนาว (2025–2026): สกีรีสอร์ตเดียวในญี่ปุ่นที่มีสถานีชินคันเซ็นของตัวเอง
by: Hide
-
คู่มือท่องเที่ยวเซนไดช่วงฤดูร้อน: สภาพอากาศเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม พร้อมเทคนิคแต่งตัวจากบรรณาธิการที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น
-
การเดินทางจากสนามบินนาริตะ มาประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกก็ไม่มีปัญหา!
-
นั่งรถไฟจากสนามบินแค่ 10 นาที! เดินเล่นหน้าวัด “Naritasan Shinshoji”
-
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปญี่ปุ่น: 15 สิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางที่ไร้กังวล
-
วัฒนธรรมโอะฟุโระ (การแช่น้ำร้อนญี่ปุ่น) และวิธีการใช้โอะฟุโระ
-
ช้อปปิ้งญี่ปุ่น 2026: ปฏิทินลดราคาประจำปี ดีลเด็ดที่ห้ามพลาด แหล่งช้อปที่ต้องไป
-
มนุษย์ญี่ปุ่นก็เป็นอย่างนี้แหละ! มาเรียนรู้สิ่งที่คนญี่ปุ่นชอบทำกัน












