Tax-Free Shopping in Japan: คู่มือฉบับสมบูรณ์ปี 2026 พร้อมกฎคืนภาษีใหม่
- Written by: ทีมบรรณาธิการ LIVE JAPAN
วางแผนช้อปปิ้งในญี่ปุ่นอยู่ใช่ไหม? นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขสามารถประหยัดเงินได้ด้วยระบบช้อปปิ้งปลอดภาษีของญี่ปุ่นที่ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต ระบบนี้ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ยา ขนม ไปจนถึงของฝากต่างๆ
- Table of Contents
-
- ช้อปปิ้งปลอดภาษีในญี่ปุ่นคืออะไร?
- ใครบ้างที่ช้อปปลอดภาษีในญี่ปุ่นได้?
- ซื้ออะไรได้บ้างแบบปลอดภาษีในญี่ปุ่น?
- ขั้นตอนช้อปปิ้งปลอดภาษีในญี่ปุ่นทำงานอย่างไร
- สนามบินที่รองรับขั้นตอนขาออกผ่าน Visit Japan Web
- วิธีใช้ Visit Japan Web สำหรับช้อปปิ้งปลอดภาษี
- ช้อปปลอดภาษีในญี่ปุ่นได้ที่ไหนบ้าง?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับช้อปปิ้งปลอดภาษีในญี่ปุ่น
- ช้อปปลอดภาษีออนไลน์ในญี่ปุ่นได้ไหม?
- อะไรคือสินค้าน่าซื้อปลอดภาษีที่สุดในญี่ปุ่น?
- ประหยัดเพิ่มด้วยคูปองปลอดภาษีจาก LIVE JAPAN
ช้อปปิ้งปลอดภาษีในญี่ปุ่นคืออะไร?

โครงการช้อปปิ้งปลอดภาษีของญี่ปุ่นเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พำนักในญี่ปุ่นและมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข สามารถซื้อสินค้าที่เข้าเกณฑ์จากร้านค้าปลอดภาษีที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ต้องเสียภาษีการบริโภคของญี่ปุ่น
มีเพียงร้านที่ได้รับการรับรองเป็นร้านค้าปลอดภาษีเท่านั้นที่ให้บริการนี้ได้ ให้สังเกตโลโก้ Japan Tax-Free Shop หรือสอบถามพนักงานว่าร้านนั้นให้บริการช้อปปิ้งปลอดภาษีหรือไม่ เพราะไม่ใช่ทุกสาขาของร้านเชนใหญ่ๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้
ช้อปปิ้งปลอดภาษี (Tax-free) แตกต่างจาก ร้านค้าปลอดภาษีสนามบิน (Duty-free) ทั่วไป โดย Tax-free มักหมายถึงการยกเว้นภาษีการบริโภคของญี่ปุ่น ในขณะที่ร้าน Duty-free อาจขายสินค้าบางประเภทโดยไม่มีภาษีศุลกากรหรือภาษีอื่นๆ ด้วย
- ยอดซื้อขั้นต่ำ: โดยทั่วไปคือ 5,000 เยน (ก่อนภาษี) ที่ร้านปลอดภาษีเดียวกันในวันเดียวกัน
- ใครมีสิทธิ์บ้าง: ส่วนใหญ่คือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ได้พำนักในญี่ปุ่น เดินทางเข้าประเทศด้วยสถานะที่เข้าเกณฑ์ และพำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน
- ต้องเตรียมอะไรบ้าง: ปกติใช้เพียงพาสปอร์ต หรือที่ร้านค้าที่เข้าร่วมภายใต้ระบบปัจจุบัน อาจใช้ QR โค้ด Tax-Free Shopping จาก Visit Japan Web ที่รองรับได้เช่นกัน
- ช้อปได้ที่ไหนบ้าง: ร้านค้าปลอดภาษีที่ได้รับอนุญาต ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายยา ร้านแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า เอาท์เล็ตมอลล์ และร้านขายของฝาก
- จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026: โดยปกติภาษีจะถูกหักออกตั้งแต่ตอนจ่ายเงิน หรือคืนให้ผ่านเคาน์เตอร์ปลอดภาษีของร้าน
- ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026: ต้องจ่ายเต็มราคารวมภาษีก่อน จากนั้นศุลกากรจะต้องยืนยันว่าสินค้าถูกนำออกจากญี่ปุ่นจริง ก่อนที่จะดำเนินการคืนเงินภาษี
- ข้อควรระวัง: ผู้ซื้อต้องนำสินค้าที่ซื้อออกจากญี่ปุ่นด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวไม่สามารถใช้วิธีส่งสินค้าปลอดภาษีไปต่างประเทศเองแล้วแสดงเอกสารการจัดส่งเพื่อขอรับสิทธิ์ได้อีกต่อไป
ใครบ้างที่ช้อปปลอดภาษีในญี่ปุ่นได้?

สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เงื่อนไขนั้นไม่ยุ่งยากเลย นักท่องเที่ยวต่างชาติมักมีสิทธิ์เมื่อไม่ได้พำนักในญี่ปุ่น เดินทางเข้าประเทศด้วยสถานะที่เข้าเกณฑ์ เช่น ผู้พำนักชั่วคราว (Temporary Visitor) และสามารถยืนยันได้ว่าพำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน ผู้ที่ถือสถานะทางการทูต ข้าราชการ หรือใบอนุญาตขึ้นฝั่งบางประเภทก็อาจมีสิทธิ์เช่นกัน
นักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเที่ยวชมญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเข้าประเทศด้วยสถานะผู้พำนักชั่วคราว
คนญี่ปุ่นที่เดินทางกลับมาเยือนประเทศชั่วคราวก็อาจมีสิทธิ์เช่นกัน หากตรงตามเงื่อนไขผู้ไม่พำนัก รวมถึงสามารถพิสูจน์ได้ว่าอาศัยอยู่นอกประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี
ใครบ้างที่ไม่มีสิทธิ์ช้อปปลอดภาษี?
โดยทั่วไปคุณจะไม่สามารถใช้ระบบช้อปปิ้งปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวได้ หากคุณ:
・พำนักอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นในฐานะผู้พำนัก
・เดินทางเข้าประเทศด้วยสถานะทำงาน นักเรียน ผู้ติดตาม หรือสถานะพำนักระยะยาวอื่นๆ ที่ไม่เข้าเกณฑ์
・พำนักในญี่ปุ่นเกินระยะเวลาที่กำหนดสำหรับสิทธิ์ปลอดภาษี
・ไม่สามารถแสดงเอกสารที่จำเป็นเพื่อยืนยันคุณสมบัติได้
・ซื้อสินค้าไม่ถึงยอดขั้นต่ำที่กำหนด
สำหรับการซื้อสินค้าจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026 สินค้าที่ซื้อเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือเพื่อขายต่ออย่างชัดเจนก็จะถูกยกเว้นเช่นกัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป เงื่อนไขนี้จะถูกยกเลิก แต่การซื้อจะถูกจำกัดปริมาณให้อยู่ในระดับที่ผู้ซื้อสามารถถือติดตัวและนำออกจากญี่ปุ่นได้เองแทน
ซื้ออะไรได้บ้างแบบปลอดภาษีในญี่ปุ่น?

สินค้าส่วนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อในญี่ปุ่นเข้าเกณฑ์ปลอดภาษีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง ยา อาหาร เครื่องดื่ม และของฝาก ทั้งนี้กฎเกณฑ์รายละเอียดจะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
การซื้อสินค้าจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026
ภายใต้ระบบปัจจุบัน สินค้าที่เข้าเกณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
สินค้าทั่วไป (General goods)
เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ ของใช้ในบ้าน งานฝีมือดั้งเดิม และของฝาก โดยทั่วไปต้องซื้อรวมอย่างน้อย 5,000 เยน (ก่อนภาษี) ที่ร้านเดียวกันในวันเดียวกัน
สินค้าสิ้นเปลือง (Consumables)
อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ยา และสินค้าอื่นๆ ที่ใช้แล้วหมดไป ต้องซื้อรวม 5,000–500,000 เยน (ก่อนภาษี) ที่ร้านเดียวกันในวันเดียวกัน และต้องบรรจุในหีบห่อที่ผ่านการรับรองแบบผนึก ห้ามเปิดขณะอยู่ในญี่ปุ่น
บางครั้งสามารถรวมสินค้าทั่วไปกับสินค้าสิ้นเปลืองเพื่อให้ครบยอดขั้นต่ำ 5,000 เยนได้ แต่สินค้าทั่วไปนั้นจะต้องถูกบรรจุหีบห่อและนับเป็นสินค้าสิ้นเปลืองแทน
- อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ดูได้ที่ คู่มือกฎช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งอธิบายว่าระบบใหม่จะทำงานอย่างไรตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป
การซื้อสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
ถ้าคุณเคยใช้ระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในยุโรปหรือประเทศอื่นๆ มาก่อน ระบบใหม่ของญี่ปุ่นจะคุ้นเคยไม่ยาก คือจ่ายภาษีตอนซื้อของ จากนั้นยืนยันว่านำสินค้าออกนอกประเทศตอนเดินทางกลับ แล้วจึงได้รับเงินคืนภาษี
กฎเกณฑ์ต่างๆ ก็เรียบง่ายขึ้นมากด้วย
・ยกเลิกการแบ่งแยกระหว่างสินค้าทั่วไปกับสินค้าสิ้นเปลือง
・ยกเลิกเพดานสูงสุด 500,000 เยนสำหรับสินค้าสิ้นเปลือง
・ไม่ต้องบรรจุหีบห่อแบบผนึกพิเศษอีกต่อไป
・ยอดซื้อขั้นต่ำยังคงอยู่ที่ 5,000 เยน (ก่อนภาษี) ต่อร้านต่อวัน
อย่างไรก็ตาม สินค้าสิ้นเปลืองอย่างอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง ยังคงต้องอยู่ในสภาพไม่ใช้งานตอนที่คุณเดินทางออกจากญี่ปุ่น จึงจะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนภาษี ทองคำแท่ง แพลทินัมแท่ง เหรียญบางประเภท และสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีการบริโภคอยู่แล้ว จะไม่รวมอยู่ในเงื่อนไขนี้
ขั้นตอนช้อปปิ้งปลอดภาษีในญี่ปุ่นทำงานอย่างไร

จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026
ร้านค้าจัดการเรื่องภาษีปลอดภาษีกันสองแบบหลักๆ บางร้านจะหักภาษีออกให้ตั้งแต่ตอนจ่ายเงิน ส่วนบางร้านจะให้จ่ายเต็มราคาก่อน แล้วค่อยไปดำเนินการคืนภาษีที่เคาน์เตอร์ปลอดภาษี
ที่ร้านค้า
1. ตรวจสอบว่าร้านนั้นให้บริการปลอดภาษีหรือไม่ สังเกตโลโก้ Japan Tax-Free Shop หรือสอบถามพนักงาน
2. แสดงบัตรประจำตัว ใช้พาสปอร์ตหรือ QR โค้ดจาก Visit Japan Web (หากรองรับ)
3. ทำขั้นตอนปลอดภาษีให้เสร็จสิ้น ทางร้านจะตรวจสอบคุณสมบัติและบันทึกรายการซื้อของคุณ
4. จ่ายเงินและรับสินค้า คุณจะจ่ายในราคาที่หักภาษีแล้ว หรือได้รับเงินคืนที่เคาน์เตอร์
ข้อควรระวัง: สินค้าสิ้นเปลืองมักถูกผนึกไว้ ห้ามเปิดขณะอยู่ในญี่ปุ่น
ตอนเดินทางออกจากญี่ปุ่น
แสดงพาสปอร์ตต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สนามบินหรือท่าเรือที่คุณเดินทางออก เจ้าหน้าที่อาจขอตรวจสินค้า จึงควรเก็บสินค้าไว้ในที่หยิบง่าย หากสินค้าอยู่ในกระเป๋าโหลด ให้ทำขั้นตอนศุลกากรที่จำเป็นให้เสร็จก่อนเช็คอินกระเป๋า
ขั้นตอนช้อปปิ้งปลอดภาษีตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนมาใช้ระบบคืนภาษีแบบ Refund คุณจะจ่ายเต็มราคารวมภาษีตอนซื้อของ แล้วจะได้รับเงินเทียบเท่าภาษีการบริโภคคืน หลังจากศุลกากรยืนยันว่าคุณนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นแล้ว
- แสดงเอกสารที่จำเป็น ทางร้านจะตรวจสอบคุณสมบัติและบันทึกการซื้อแบบปลอดภาษี
- ลงทะเบียนข้อมูลการคืนเงิน ยืนยันวิธีการรับเงินคืน เนื่องจากแต่ละร้านและผู้ให้บริการคืนภาษีอาจมีวิธีที่แตกต่างกัน
- จ่ายเต็มราคารวมภาษี จ่ายราคาเต็มรวมภาษีการบริโภคไปก่อน
- เก็บสินค้าที่ซื้อไว้ให้ครบ สินค้าทุกชิ้นในรายการปลอดภาษีนั้นๆ ต้องพร้อมให้ตรวจสอบตอนที่คุณเดินทางออกจากญี่ปุ่น
- เดินทางออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วัน ต้องดำเนินการยืนยันกับศุลกากรให้เสร็จภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ
- ทำขั้นตอนให้เสร็จก่อนโหลดกระเป๋า ใช้ตู้ทำรายการปลอดภาษีในโซนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ก่อนที่จะเช็คอินกระเป๋าที่มีสินค้าปลอดภาษีอยู่ เพราะเมื่อเช็คอินไปแล้วจะไม่สามารถขอกระเป๋าคืนมาทำขั้นตอนนี้ได้ง่ายๆ
- สแกนพาสปอร์ต สแกนพาสปอร์ตของคุณที่ตู้ทำรายการปลอดภาษีที่กำหนดไว้
- ตรวจสอบผลลัพธ์:
・สีเขียว: การยืนยันจากศุลกากรเสร็จสมบูรณ์แล้ว
・สีแดง: ให้นำพาสปอร์ตและสินค้าที่เกี่ยวข้องไปยังจุดตรวจศุลกากรที่กำหนดไว้ - ผ่านการตรวจสอบตามที่กำหนด ศุลกากรจะตรวจสอบสินค้าตามรายการซื้อแต่ละครั้ง หากสินค้าชิ้นใดในรายการหายไป สินค้าชิ้นอื่นๆ ในรายการเดียวกันจะไม่มีสิทธิ์รับเงินคืนภาษีด้วย
- รับเงินคืนภาษี หลังจากยืนยันการส่งออกสินค้าแล้ว ทางร้านหรือผู้ให้บริการคืนภาษีจะดำเนินการคืนเงินให้ ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ อาจคืนผ่านบัตรเครดิต โอนเข้าบัญชีธนาคาร แอปพลิเคชัน หรือเป็นเงินสดที่จุดเดินทางออก
สนามบินที่รองรับขั้นตอนขาออกผ่าน Visit Japan Web

ที่สนามบินหลัก 7 แห่ง นักท่องเที่ยวจะสามารถทำขั้นตอนขาออกแบบปลอดภาษีรูปแบบใหม่ผ่าน Visit Japan Web ได้ด้วย โดยเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่กำหนดไว้ในโถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ตัวเลือกนี้ใช้ได้ก่อนถึงจุดตรวจรักษาความปลอดภัย
・สนามบินนานาชาตินาริตะ
・สนามบินฮาเนดะ
・สนามบินนานาชาติคันไซ
・สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์
・สนามบินฟุกุโอกะ
・สนามบินชินชิโตเสะ
・สนามบินนาฮะ
วิธีใช้ Visit Japan Web สำหรับช้อปปิ้งปลอดภาษี
Visit Japan Web ช่วยให้ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และกักกันโรคสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นสะดวกรวดเร็วขึ้น และยังช่วยให้บางขั้นตอนของการปลอดภาษีง่ายขึ้นด้วย แต่บทบาทของมันจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณช้อปปิ้งช่วงไหน
จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026
นักท่องเที่ยวที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขและมีสถานะเดินทางเข้าประเทศที่รองรับ สามารถสร้าง QR โค้ด Tax-Free Shopping ผ่าน Visit Japan Web ได้
ที่ร้านค้าที่รองรับระบบนี้ เพียงแสดง QR โค้ดแทนการทำขั้นตอนแบบใช้พาสปอร์ตตามปกติ แต่ไม่ใช่ทุกร้านปลอดภาษีที่จะอ่าน QR โค้ดได้ ควรสอบถามก่อนช้อปปิ้ง
อย่างไรก็ตาม คุณยังคงต้องพกพาสปอร์ตติดตัวตลอดเวลาที่อยู่ในญี่ปุ่น
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
Visit Japan Web จะมีบทบาทตอนเดินทางออกจากญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ที่สนามบินนาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ ฟุกุโอกะ ชินชิโตเสะ และนาฮะ นักท่องเที่ยวสามารถทำขั้นตอนขาออกผ่านระบบออนไลน์ได้ในบริเวณผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ โดยใช้เครือข่ายไร้สายเฉพาะของสนามบิน
- อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ดูได้ที่ คู่มือกฎช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งอธิบายว่าระบบใหม่จะทำงานอย่างไรตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป
ช้อปปลอดภาษีในญี่ปุ่นได้ที่ไหนบ้าง?

ช้อปปิ้งปลอดภาษีมีให้บริการอย่างแพร่หลายทั่วญี่ปุ่น โดยเฉพาะในย่านที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปเยือน ให้สังเกตโลโก้ Japan Tax-Free Shop หรือสอบถามพนักงานโดยตรง เพราะไม่ใช่ทุกสาขาหรือทุกร้านในเครือใหญ่ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้เสมอไป
- ห้างสรรพสินค้า
- Daimaru, Hankyu, Hanshin, Isetan Mitsukoshi, Keio Department Store, Kintetsu Department Store, Odakyu Department Store, Takashimaya, Tobu Department Store
- ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า
- BicCamera, Edion, Joshin, Nojima, Yamada Denki, Yodobashi Camera
- ร้านดิสเคาท์
- Don Quijote, Komehyo, Takeya
- ร้านขายยา
- Daikoku Drug, Matsumoto Kiyoshi, Sugi Pharmacy, Sapporo Drug Store (Satudora), Sundrug, Tsuruha Drug, Welcia
- แบรนด์ญี่ปุ่นและร้านค้าเฉพาะทาง
- สาขาที่เข้าร่วมของแบรนด์อย่าง UNIQLO, MUJI, Sanrio และแบรนด์เครื่องมืออุปกรณ์กลางแจ้ง Snow Peak รวมถึงศูนย์การค้าใหญ่ๆ อย่าง Mitsui Outlet Parks และ LaLaport ก็อาจมีบริการช้อปปิ้งปลอดภาษีเช่นกัน
- ร้าน Duty-Free ในสนามบินและใจกลางเมือง
- ญี่ปุ่นยังมีร้าน Duty-Free ในสนามบิน รวมถึงร้าน Duty-Free สไตล์สนามบินใจกลางเมืองอีกไม่กี่แห่ง เช่น Japan Duty Free GINZA และ Lotte Duty Free Tokyo Ginza
ข้อควรระวัง: การให้บริการปลอดภาษีอาจแตกต่างกันไปตามสาขา ร้านค้า สินค้า และผู้เช่าพื้นที่ ควรสอบถามให้แน่ใจก่อนซื้อทุกครั้ง
ที่ไหนบ้างที่มักไม่มีบริการปลอดภาษี?

ร้านอาหารและคาเฟ่
อาหารและเครื่องดื่มที่รับประทานในญี่ปุ่นไม่เข้าเกณฑ์โครงการปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว
โรงแรมและบริการต่างๆ
ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าความบันเทิง และบริการอื่นๆ ไม่ใช่สินค้าที่จับต้องได้ซึ่งจะถูกนำออกนอกประเทศ จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองของสิทธิ์ยกเว้นภาษีนี้
ร้านสะดวกซื้อ
การซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่จะไม่ถูกดำเนินการเป็นรายการปลอดภาษี แม้ว่าบางสาขาที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการจำนวนมากอาจแตกต่างออกไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับช้อปปิ้งปลอดภาษีในญี่ปุ่น
- Q1. ต้องเตรียมอะไรบ้างในการช้อปปลอดภาษีที่ญี่ปุ่น?
- สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป พาสปอร์ตคือเอกสารสำคัญที่สุด ภายใต้ระบบปัจจุบัน ร้านค้าที่เข้าร่วมบางแห่งอาจรองรับ QR โค้ด Tax-Free Shopping จาก Visit Japan Web ด้วยเช่นกัน
- Q2. ถ้าลืมพาสปอร์ต สามารถกลับมาทำขั้นตอนปลอดภาษีวันถัดไปได้ไหม?
- สำหรับระบบปัจจุบัน ขั้นตอนปลอดภาษีจะผูกติดกับการซื้อและขั้นตอนของร้านค้าในครั้งนั้นๆ ดังนั้นอย่าคิดว่าจะสามารถกลับมาในวันอื่นแล้วเปลี่ยนรายการที่ซื้อไปก่อนหน้าให้เป็นปลอดภาษีย้อนหลังได้
นอกจากนี้ ตามกฎหมายญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องพกพาสปอร์ตติดตัวตลอดเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือพกติดตัวไว้เสมอเมื่อวางแผนจะช้อปปิ้ง
- Q3. ให้คนอื่นทำขั้นตอนแทนเราได้ไหม?
- ไม่ได้ เพราะการซื้อแบบปลอดภาษีจะผูกติดกับตัวผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติและเอกสารการเดินทางของบุคคลนั้นโดยเฉพาะ
- Q4. ถ้าใช้ประตูตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติแล้ว จะยังช้อปปลอดภาษีได้ไหม?
- มีความเป็นไปได้ แต่ทางร้านจะต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศและคุณสมบัติปลอดภาษีของคุณได้
ภายใต้ระบบปัจจุบัน หากนักท่องเที่ยวต้องใช้ตราประทับเข้าประเทศในพาสปอร์ตเป็นหลักฐาน ควรขอรับตราประทับด้วยเมื่อใช้ประตูตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการระบุว่า อาจไม่สามารถช้อปปิ้งปลอดภาษีได้ หากทางร้านไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการเข้าประเทศที่จำเป็นได้
- Q5. เปิดหรือใช้สินค้าปลอดภาษีระหว่างที่ยังอยู่ในญี่ปุ่นได้ไหม?
- จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2026: สินค้าทั่วไปไม่อยู่ภายใต้กฎการผนึกแบบสินค้าสิ้นเปลือง แต่สินค้าสิ้นเปลืองปลอดภาษีต้องอยู่ในหีบห่อที่กำหนดไว้เสมอ
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026: ไม่ต้องบรรจุหีบห่อพิเศษอีกต่อไป แต่สินค้ายังต้องพร้อมให้ตรวจสอบเพื่อยืนยันการส่งออก หากคุณกิน ดื่ม ใช้จนหมด ทำหาย ทิ้ง หรือไม่มีสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งจากรายการซื้อนั้นๆ ในเวลาที่ต้องตรวจสอบ รายการนั้นอาจไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนภาษี
- Q6. สินค้าปลอดภาษีควรใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องหรือกระเป๋าโหลด?
- ควรเก็บสินค้าปลอดภาษีไว้ในที่หยิบง่าย จนกว่าจะทำขั้นตอนศุลกากรที่จำเป็นเสร็จสิ้น
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เรื่องนี้จะยิ่งสำคัญมากขึ้น เพราะขั้นตอนปลอดภาษีต้องทำให้เสร็จก่อนเช็คอินกระเป๋า
- Q7. แล้วเครื่องสำอาง แอลกอฮอล์ และของเหลวอื่นๆ ที่เกิน 100 มล. ล่ะ?
- กฎความปลอดภัยการบินระหว่างประเทศทั่วไปยังคงบังคับใช้อยู่ หากของเหลวชิ้นนั้นไม่สามารถนำผ่านจุดตรวจในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ ควรวางแผนขั้นตอนปลอดภาษีและการจัดกระเป๋าให้ดี เพื่อให้การยืนยันจากศุลกากรที่จำเป็นเสร็จสิ้นก่อนที่จะเช็คอินสินค้าชิ้นนั้น
- Q8. ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นถือสินค้าปลอดภาษีของเรากลับบ้านได้ไหม?
- สินค้าปลอดภาษีผูกติดกับตัวผู้ซื้อ และต้องถูกนำออกจากญี่ปุ่นตามที่ระบบกำหนด อย่าใส่สินค้าที่ซื้อไว้ในกระเป๋าของคนอื่น หากการทำเช่นนั้นจะทำให้คุณไม่สามารถแสดงสินค้าได้เมื่อถูกขอตรวจ
- Q9. ส่งสินค้าปลอดภาษีกลับบ้านทางไปรษณีย์ด้วยตัวเองได้ไหม?
- ไม่ได้แล้วสำหรับขั้นตอนแบบแยกจัดส่งแบบเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวไม่สามารถใช้วิธีส่งสินค้าปลอดภาษีไปต่างประเทศเองแล้วแสดงเอกสารการจัดส่งเพื่อขอรับสิทธิ์ได้อีกต่อไป
แต่บางร้านอาจมีบริการจัดส่งไปต่างประเทศของตัวเอง หากเรื่องการจัดส่งสำคัญกับคุณ ลองสอบถามทางร้านดูได้
- Q10. ถ้าลืมทำขั้นตอนที่สนามบินหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 จะเป็นอย่างไร?
- คุณจะไม่ได้รับเงินคืนภาษี หากไม่ได้ทำการยืนยันกับศุลกากรที่จำเป็นตอนเดินทางออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ
- Q11. จะได้รับเงินคืนภาษีเป็นเงินสดไหม?
- ไม่จำเป็นเสมอไป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป วิธีคืนเงินอาจรวมถึงการโอนเข้าบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต การคืนผ่านแอปพลิเคชัน หรือเงินสดที่จุดเดินทางออก ขึ้นอยู่กับร้านค้าหรือผู้ให้บริการคืนภาษี ควรสอบถามวิธีการตอนที่ซื้อสินค้า
- Q12. ต้องแจ้งสินค้าที่ซื้อจากญี่ปุ่นตอนกลับถึงบ้านไหม?
- อาจจำเป็น เพราะระบบปลอดภาษีของญี่ปุ่นเกี่ยวข้องกับภาษีของญี่ปุ่นเท่านั้น ประเทศปลายทางของคุณอาจมีวงเงินปลอดภาษี การแจ้งศุลกากร ภาษีนำเข้า หรือข้อจำกัดของตัวเอง จึงควรตรวจสอบกฎของประเทศที่คุณจะเดินทางเข้าด้วย
- Q13. Tax-free กับ Duty-free ในญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร?
- Tax-free โดยทั่วไปหมายถึงโครงการยกเว้นภาษีการบริโภคของญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขและช้อปที่ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต
ส่วน Duty-free โดยทั่วไปหมายถึงสินค้าที่ขายโดยไม่มีภาษีศุลกากรหรือภาษีเพิ่มเติมบางประเภท ซึ่งมักพบได้ที่สนามบินนานาชาติและร้าน Duty-free ใจกลางเมืองที่กำหนดไว้
- Q14. ใช้บัตรเครดิตช้อปปิ้งปลอดภาษีได้ไหม?
- ได้ ร้านปลอดภาษีรายใหญ่ส่วนมากรับบัตรเครดิต แม้ว่าวิธีการชำระเงินที่รองรับจะแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป บัตรที่ใช้จ่ายเงินกับวิธีที่ใช้รับเงินคืนภาษีไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบเดียวกันเสมอไป จึงควรสอบถามขั้นตอนคืนภาษีของร้านนั้นๆ ตอนที่ชำระเงิน
- Q15. มีร้านปลอดภาษีนอกสนามบินไหม?
- มีแน่นอน อันที่จริงนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะได้พบกับบริการปลอดภาษีตามห้างสรรพสินค้า ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายยา ร้านแฟชั่น ร้านดิสเคาท์ ห้างสรรพสินค้า และเอาท์เล็ตมอลล์ใจกลางเมือง มากกว่าที่สนามบินเพียงอย่างเดียวเสียอีก
ช้อปปลอดภาษีออนไลน์ในญี่ปุ่นได้ไหม?

ร้านค้าญี่ปุ่นบางแห่ง เช่น TaxFreeOnline.jp ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์กับ Amazon Japan เปิดให้นักท่องเที่ยวจองหรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ล่วงหน้าหรือระหว่างทริปได้ จากนั้นค่อยไปรับสินค้าและทำขั้นตอนปลอดภาษีที่จุดรับสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ
วิธีนี้มีประโยชน์มากสำหรับสินค้าชิ้นใหญ่ หรือกรณีที่คุณรู้อยู่แล้วว่าอยากได้อะไร
ขั้นตอนจะแตกต่างกันไปมากตามแต่ละร้าน โดยเฉพาะในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคืนภาษีใหม่ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับสินค้า การชำระเงิน การยืนยันตัวตน และข้อกำหนดตอนเดินทางออกของร้านนั้นๆ ก่อนสั่งซื้อ
อะไรคือสินค้าน่าซื้อปลอดภาษีที่สุดในญี่ปุ่น?

ความคุ้มค่าที่แท้จริงขึ้นอยู่กับราคาสินค้าในประเทศของคุณเอง แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักใช้สิทธิ์ปลอดภาษีซื้อสินค้ากลุ่มต่อไปนี้
| หมวดหมู่ | ตัวอย่างร้านค้าและคู่มือการซื้อ |
|---|---|
| เครื่องสำอางและสกินแคร์ญี่ปุ่น | Tsuruha Drug, SUNDRUG, SATUDORA, Don Quijote, ห้างสรรพสินค้า (Hankyu Hanshin, Keio) |
| เครื่องใช้ไฟฟ้าและกล้องถ่ายรูป | BicCamera, Yamada Denki LABI, Edion, Joshin, LAOX |
| เครื่องมือความงาม | BicCamera, Edion, Yamada Denki LABI, Don Quijote |
| เสื้อผ้าและแฟชั่น | MITSUI OUTLET PARK, AOKI, ORIHICA, ห้างสรรพสินค้า (Odakyu, Tobu, Hankyu Hanshin) |
| นาฬิกา | BicCamera, Takeya, Lotte Duty Free Ginza, Japan Duty Free GINZA |
| สินค้าอนิเมะ ตัวการ์ตูน และเกม | Don Quijote, BicCamera, Joshin |
| ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ | Tsuruha Drug, SATUDORA, SUNDRUG, Don Quijote, Takeya |
| ขนมและของฝากญี่ปุ่น | Don Quijote, Takeya, ห้างสรรพสินค้า (Keio, Tobu, Kintetsu), ร้าน Duty-Free |
| สาเกและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ | BicCamera, Don Quijote, Takeya, ห้างสรรพสินค้า (Odakyu, Keio), ร้าน Duty-Free |
บางครั้งส่วนลดจากการปลอดภาษียังสามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือคูปองของร้านค้าได้ ทำให้การซื้อของชิ้นใหญ่ยิ่งคุ้มค่ามากขึ้นไปอีก
ประหยัดเพิ่มด้วยคูปองปลอดภาษีจาก LIVE JAPAN

ช้อปปิ้งปลอดภาษีเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการประหยัดเท่านั้น เพราะด้วยคูปองจาก LIVE JAPAN คุณสามารถรับส่วนลดทันทีแบบไม่มีค่าใช้จ่ายที่ร้านค้าใหญ่ๆ ทั่วญี่ปุ่นได้ ทั้งร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายยา ห้างสรรพสินค้า ร้าน Duty-free และเอาท์เล็ตมอลล์ ไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือลงทะเบียนใดๆ แค่โชว์คูปองตอนจ่ายเงินก็พอ และในหลายกรณี ส่วนลดเหล่านี้ยังใช้ร่วมกับส่วนลดปลอดภาษีได้ ทำให้คุณประหยัดได้มากขึ้นไปอีกตลอดทริป
ปัจจุบัน LIVE JAPAN มีคูปองช้อปปิ้งสำหรับร้านค้าและสถานที่ช้อปปิ้งดังต่อไปนี้
BicCamera
ร้านค้ารายใหญ่ระดับประเทศแห่งนี้คือจุดหมายเดียวที่ครบครัน ตั้งแต่กล้องรุ่นล่าสุด โน้ตบุ๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องเสียง นอกจากนี้ยังมีของเล่น เครื่องสำอาง และสาเกญี่ปุ่นให้เลือกซื้อได้ทุกสาขาทั่วประเทศ อัปเกรดเทคโนโลยีหรือซื้อของใช้จำเป็นสำหรับทริปด้วยดีลสุดพิเศษนี้
Don Quijote (Donki)
ร้านดิสเคาท์เมกะสโตร์ชื่อดังแห่งนี้มีสาขาทั่วประเทศ อัดแน่นไปด้วยของฝากยอดนิยม เครื่องสำอาง และขนมญี่ปุ่นแปลกใหม่มากมาย หลายสาขาเปิดดึกหรือเปิด 24 ชั่วโมง ทำให้จัดตารางเที่ยวได้ง่ายสุดๆ ช้อปได้ตั้งแต่คิทแคทไปจนถึงนาฬิกาหรู พร้อมประหยัดยอดซื้อรวมได้อีกเพียบ
MITSUI OUTLET PARK & LaLaport
เพลิดเพลินกับราคาลดพิเศษสำหรับแบรนด์เสื้อผ้า เครื่องประดับ และไลฟ์สไตล์ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ ที่เครือข่ายเอาท์เล็ตและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศแห่งนี้ ด้วยสาขาที่กระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่น ทั้งสวนเอาท์เล็ตกลางแจ้งบรรยากาศดีและคอมเพล็กซ์ในร่มขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับทริปเดย์ทริปสุดฟิน ประหยัดเพิ่มขึ้นไปอีกพร้อมรับของแถมฟรีด้วยคูปองสุดพิเศษของเรา
Lotte Duty Free Ginza
เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสไตล์ Duty-free แบบเดียวกับที่สนามบิน แต่อยู่ใจกลางโตเกียวที่ร้านกินซ่าขนาดใหญ่แห่งนี้ เลือกชมแบรนด์หรูระดับโลก เครื่องสำอาง และน้ำหอมได้โดยไม่ต้องเสียภาษีการบริโภคหรือภาษีศุลกากร รับส่วนลดและช้อปปิ้งตามจังหวะของตัวเองก่อนมุ่งหน้าสู่สนามบิน
Japan Duty Free GINZA
ซื้อเครื่องสำอางระดับพรีเมียม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแฟชั่นดีไซเนอร์แบบปลอดภาษีเต็มรูปแบบ ที่ร้านเฉพาะภายในห้าง Mitsukoshi Ginza กลางโตเกียวแห่งนี้ ให้คุณได้ราคาเทียบเท่า Duty-free สนามบินสำหรับแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเที่ยวชมเมืองได้อย่างสบายใจ ล็อกส่วนลดพิเศษไว้ได้ตั้งแต่ก่อนไปถึงประตูขึ้นเครื่องเสียอีก
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.
ทัวร์และกิจกรรมยอดนิยม
Recommended places for you
-
Goods
Yoshida Gennojo-Roho Kyoto Buddhist Altars
Gift Shops
Nijo Castle, Kyoto Imperial Palace
-
Appealing
Rukku and Uohei
Izakaya
Sapporo / Chitose
-
Yodobashi Camera Multimedia Umeda Store
Shopping Malls
Umeda, Osaka Station, Kitashinchi
-
Coupons
Lotte Duty Free Ginza store
Duty Free Shops
Ginza
-
ISHIDAYA Hanare
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
Jukuseiniku-to Namamottsuarera Nikubaru Italian Nikutaria Sannomiya
Izakaya
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
หากต้องการใช้ชีวิตยามราตรีในโตเกียวล่ะก็ มีบาร์ที่อยากกให้ลองไปกัน
-
สถานที่ห้ามพลาดเมื่อได้ไปเยือนนาริตะ 19 แห่ง รวบรวมไว้ทั้ง แหล่งท่องเที่ยว ที่ชอปปิ้ง และอาหารรสเด็ดไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว
-
เสน่ห์ของการชมดอกไม้ที่อุเอโนะ โตเกียว ทั้ง 4 ฤดูกาล (ผลิ ร้อน ร่วง หนาว) และข้อมูลงานกิจกรรมต่างๆ
-
Ad
สวมใส่ความงามและความดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นด้วย CITIZEN จับจองเป็นเจ้าของรุ่นจำกัดจำนวน SAKURA และรุ่นอื่น ๆ ที่น่าจับตามอง
-
เส้นทางยอดนิยมสำหรับท่องเที่ยวอะตะมิ
-
[คู่มือท่องเที่ยวนิกโก้] ไม่ได้มีเพียงแค่ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น! ยังรวบรวมกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในแต่ละฤดูกาล
-
ชำแหละให้หมดเปลือกกับย่านยะเนะเซ็นที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน
-
โตเกียว รปปงหงิ แผนที่รอบสถานีรปปงหงิ&ข้อมูลท่องเที่ยว
-
วิธีใช้บริการโรงแรมแคปซูลอย่างชาญฉลาด
-
มนุษย์ญี่ปุ่นก็เป็นอย่างนี้แหละ! มาเรียนรู้สิ่งที่คนญี่ปุ่นชอบทำกัน
-
ช้อปปิ้งญี่ปุ่น 2026: ปฏิทินลดราคาประจำปี ดีลเด็ดที่ห้ามพลาด แหล่งช้อปที่ต้องไป
-
เจาะลึก "ร้านปลอดภาษีล็อตเต้ดิวตี้ฟรี สาขากินซ่า" การปรับปรุงพัฒนาขึ้นใหม่ที่สุดในโตเกียว ถึงภาษีขึ้นแล้วเราก็สนุกกับชอปปิงของราคาถูกกันเถอะ














