สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปญี่ปุ่น: 15 สิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางที่ไร้กังวล
- Written by: ทีมบรรณาธิการ LIVE JAPAN
การแพ็คกระเป๋าเพื่อเดินทางไปญี่ปุ่นนั้นต่างจากการเดินทางไปประเทศอื่นอยู่บ้าง ญี่ปุ่นมีความสะดวกสบายสูงมาก แต่นักท่องเที่ยวที่มาครั้งแรกมักแปลกใจกับเรื่องต่าง ๆ เช่น ถังขยะสาธารณะที่มีน้อย กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับยา และระยะทางเดินที่มากกว่าที่คาดไว้
เพื่อช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เราได้รวบรวมรายการสิ่งของที่ควรเตรียมสำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่นปี 2569 ฉบับอัปเดต ครอบคลุมทั้งแอปพลิเคชันที่จำเป็น เคล็ดลับการจัดกระเป๋า คำแนะนำเรื่องเสื้อผ้าตามฤดูกาล และสิ่งของที่นักเดินทางผู้มีประสบการณ์แนะนำ
- Table of Contents
-
- 1. ก่อนขึ้นเครื่อง: สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมล่วงหน้า
- 2. รายการสิ่งของดิจิทัล: อินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชัน และการเดินทาง
- 3. เงิน รถไฟ และการจัดการกระเป๋าเดินทาง
- 4. แต่งตัวอย่างไรในญี่ปุ่น: แนะนำเรื่องเสื้อผ้าและอุปกรณ์
- 5. ของใช้ส่วนตัว ยา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- 6. สิ่งเล็กน้อยที่นักท่องเที่ยวมักลืมพก
- 7. เหลือพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทาง
- สรุปท้ายบท
1. ก่อนขึ้นเครื่อง: สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมล่วงหน้า

ข้อกำหนดด้านหนังสือเดินทางและวีซ่า
ก่อนออกเดินทาง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหนังสือเดินทางของคุณยังมีอายุใช้งานตลอดช่วงเวลาที่พักอยู่ในญี่ปุ่น และตรวจสอบว่าคุณต้องขอวีซ่าหรือไม่ นักท่องเที่ยวหลายสัญชาติสามารถเข้าญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น แต่ข้อกำหนดจะแตกต่างกันตามสัญชาติ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ด้านล่าง
นอกจากนี้ ควรบันทึกสำเนาดิจิทัลของหนังสือเดินทาง ประกันการเดินทาง การจองโรงแรม และรายละเอียดเที่ยวบินไว้ในโทรศัพท์ด้วย ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวทุกคนต้องพกหนังสือเดินทางติดตัวตลอดเวลา
ลงทะเบียน Visit Japan Web ก่อนออกเดินทาง
วิธีที่ง่ายที่สุดในการเตรียมตัวสำหรับการเข้าเมืองคือการลงทะเบียนผ่าน Visit Japan Web (https://www.vjw.digital.go.jp/) ก่อนขึ้นเครื่อง
บริการนี้ช่วยให้ผู้เดินทางสร้าง QR code สำหรับตรวจคนเข้าเมืองและผ่านพิธีศุลกากรล่วงหน้า ซึ่งช่วยลดเวลาต่อคิวที่สนามบินหลังลงเครื่องได้อย่างมาก
ควรถ่ายภาพหน้าจอหรือบันทึก QR code ไว้แบบออฟไลน์ด้วย เผื่อกรณีที่ Wi-Fi ในสนามบินช้าหรือมีผู้ใช้งานมาก
Important Medication Warning
Japan has very strict rules regarding certain prescription and over-the-counter medications.
Some medications commonly used overseas, including products containing pseudoephedrine, codeine, stimulants, or certain medications for ADHD or depression, may be restricted or illegal in Japan. Some inhalers and strong painkillers may also require advance approval.
In addition, any form of marijuana, including CBD oil that may contain THC, even for medical use, is illegal in Japan.
If you regularly take prescription medication, check Japan’s Ministry of Health guidelines well before your trip and carry medications in their original packaging whenever possible.
Travelers bringing more than Japan’s approved limit for medications or medical devices must apply in advance for a “Yunyu Kakunin-sho” import certificate and present it to customs upon arrival. Approval can take several weeks, so apply well before your trip.
2. รายการสิ่งของดิจิทัล: อินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชัน และการเดินทาง

eSIM กับ Pocket Wi-Fi: เลือกอะไรดี?
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งจำเป็นในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะใช้สำหรับนำทาง ดูตารางรถไฟ ค้นหาร้านอาหาร หรือแปลภาษา
สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในปี 2569 eSIM ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกและง่ายที่สุด หากโทรศัพท์ของคุณรองรับ eSIM ก็ติดตั้งได้ก่อนออกเดินทางและเชื่อมต่อได้ทันทีหลังลงจากเครื่อง
เมื่อเทียบกับ Pocket Wi-Fi แล้ว eSIM มักราคาถูกกว่า น้ำหนักเบากว่า จัดการง่ายกว่า และไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม
อย่างไรก็ตาม Pocket Wi-Fi ยังเหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มที่ต้องการแชร์อินเทอร์เน็ตกับหลายเครื่องพร้อมกัน แต่สำหรับนักเดินทางคนเดียว eSIM มักสะดวกกว่ามาก
ตั้งค่า Suica หรือ PASMO ดิจิทัลก่อนเดินทางมาถึง
หนึ่งในเคล็ดลับการเดินทางที่ดีที่สุดสำหรับญี่ปุ่นในปี 2569 คือการตั้งค่าบัตรโดยสาร IC ดิจิทัลก่อนออกเดินทาง
นักท่องเที่ยวหลายคนสามารถเพิ่มบัตร Suica หรือ PASMO เข้า Apple Wallet หรืออุปกรณ์ Android ที่รองรับได้โดยตรง บัตรเหล่านี้ใช้ได้ไม่เพียงแค่บนรถไฟและรถไฟใต้ดิน แต่ยังใช้ได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ตู้กดสินค้า ตู้เก็บของ และร้านอาหารบางแห่งอีกด้วย
การเตรียมบัตรไว้ล่วงหน้าช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวซื้อตั๋ว และหลีกเลี่ยงปัญหาบัตรสายพันธุ์ทางกายภาพขาดแคลนที่สนามบินและสถานีรถไฟ
แอปพลิเคชันไม่กี่ตัวสามารถเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางในญี่ปุ่นได้อย่างน่าทึ่ง
- Google Maps: จำเป็นมากสำหรับดูเส้นทางรถไฟ ทางออก และการเปลี่ยนขบวน
- แอปบัตร IC และจองตั๋วรถไฟ (เช่น Suica)
- Google Translate หรือแอปแปลภาษาที่คล้ายกัน: มีประโยชน์มากโดยเฉพาะฟีเจอร์ถ่ายภาพแปลเมนูและป้ายต่าง ๆ
- GO Taxi: หนึ่งในแอปเรียกแท็กซี่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น (https://go.goinc.jp/)
- Safety Tips (https://www.jnto.go.jp/safety-tips/) หรือแอปเตือนภัยแผ่นดินไหว: มีประโยชน์มากในกรณีฉุกเฉิน
- แอปพยากรณ์อากาศ: มีประโยชน์เป็นพิเศษในช่วงฤดูไต้ฝุ่นและคลื่นความร้อนในหน้าร้อน
3. เงิน รถไฟ และการจัดการกระเป๋าเดินทาง

ญี่ปุ่นไม่ใช้เงินสดมากขึ้นกว่าเดิม แต่เงินสดยังคงสำคัญ
ญี่ปุ่นรองรับการชำระเงินผ่านบัตรและโมบายล์เพย์เมนต์มากขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ บัตรเครดิตและการชำระเงินผ่านมือถือได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม เงินสดยังคงมีความสำคัญสำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก วัด ร้านค้าเก่าแก่ พื้นที่ชนบท และร้านขายอาหารริมทาง
นักท่องเที่ยวผู้มีประสบการณ์หลายคนแนะนำให้เตรียมเงินสดติดตัวประมาณ 20,000–50,000 เยน แล้วถอนเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น ในบางกรณีอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียม ATM ในญี่ปุ่นดีกว่าการแลกเงินไว้ก่อนออกเดินทางจำนวนมาก
คุณจะพบว่าญี่ปุ่นใช้เหรียญค่อนข้างมาก กระเป๋าใส่เหรียญขนาดเล็กจะมีประโยชน์อย่างมากหลังจากใช้รถไฟ ตู้กดสินค้า และร้านสะดวกซื้อเพียงหนึ่งหรือสองวัน
นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถถอนเงินสดจากตู้ ATM ของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และธนาคาร Japan Post ได้โดยทั่วไป
JR Pass ไม่ได้ช่วยประหยัดเงินเสมอไปอีกต่อแล้ว
มาตลอดหลายปี Japan Rail Pass ถือเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนต้องซื้อ แต่การปรับราคาครั้งใหญ่ได้เปลี่ยนการคำนวณไปอย่างมาก
สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคนที่ไปเฉพาะโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า การซื้อตั๋ว Shinkansen รายเที่ยว อาจถูกกว่าการซื้อ JR Pass แบบทั่วประเทศ
ตั๋วรถไฟประจำภาคยังคงคุ้มค่ามากขึ้นอยู่กับเส้นทาง โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างคันไซ คิวชู หรือฮอกไกโด ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจซื้อ
เคล็ดลับการจัดกระเป๋า
ลองใช้บริการส่งกระเป๋าล่วงหน้า
การลากกระเป๋าใบใหญ่ผ่านสถานีรถไฟที่แออัดและขึ้น Shinkansen ที่พลุกพล่านอาจทำให้เหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว
บริการส่งกระเป๋าล่วงหน้าของญี่ปุ่น ที่เรียกว่า ทากคิวบิน (takkyubin) ช่วยให้นักท่องเที่ยวส่งกระเป๋าโดยตรงระหว่างสนามบินและโรงแรม มักใช้เวลาเพียงคืนเดียว
นักเดินทางผู้มีประสบการณ์หลายคนเลือกพกกระเป๋าถือขนาดเล็กไปหนึ่งหรือสองวัน แล้วส่งกระเป๋าหลักแยกต่างหาก เพื่อให้การเดินทางโดยรถไฟสบายขึ้นมาก
อย่าแพ็คกระเป๋าจนเต็ม
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของนักท่องเที่ยวครั้งแรกคือการมาถึงพร้อมกระเป๋าที่เต็มแล้ว
ญี่ปุ่นเป็นสวรรค์ของนักช้อป และนักท่องเที่ยวหลายคนมักต้องซื้อกระเป๋าเพิ่มหรือจ่ายค่าน้ำหนักกระเป๋าเกินที่สนามบินตอนกลับบ้าน
กลยุทธ์ที่ดีกว่าคือเลือกกระเป๋าขนาดกลางที่บรรจุไม่เต็ม การเว้นพื้นที่ว่างไว้ช่วยให้คุณมีที่สำหรับขนม เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ของที่ระลึก ของสะสมอนิเมะ และสิ่งของที่ซื้อโดยไม่ได้วางแผนซึ่งมักเกิดขึ้นเสมอเมื่ออยู่ในญี่ปุ่น
4. แต่งตัวอย่างไรในญี่ปุ่น: แนะนำเรื่องเสื้อผ้าและอุปกรณ์

รองเท้าที่สวมใส่สบายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่าพวกเขาเดินมากกว่าที่บ้านมาก
รองเท้าเดินที่สบายช่วยได้มากโดยเฉพาะในวันท่องเที่ยวที่ยาวนาน ซึ่งต้องเดินขึ้นลงบันได เปลี่ยนขบวนรถไฟ และเดินบนถนนที่ขรุขระ
นักท่องเที่ยวครั้งแรกหลายคนพกรองเท้าหลายคู่ แต่สุดท้ายก็สวมคู่เดิมทุกวัน รองเท้าเดินที่สบายและสวมใส่แล้วซักคู่เดียวมักเพียงพอสำหรับการเดินทางส่วนใหญ่
รองเท้าที่ถอดง่ายสะดวกเป็นพิเศษในญี่ปุ่น เพราะคุณอาจต้องถอดรองเท้าบ่อยที่วัด ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น โรงแรมแบบเรียวกัง และสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง
หากต้องการรองเท้าเพิ่ม ญี่ปุ่นมีร้านรองเท้าชั้นดีมากมาย และนักท่องเที่ยวต่างชาติมักได้รับสิทธิ์ช้อปปิ้งปลอดภาษีด้วย
การแต่งตัวหลายชั้นดีกว่าเสื้อผ้าหนา
สภาพอากาศในญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้นอยู่กับฤดูกาลและภูมิภาค
บ่ายวันหนึ่งในโตเกียวอาจอากาศสบายและแดดออก ขณะที่สถานที่อย่างฟูจิคาวากุจิโกะ ฮาโกเนะ หรือทางตอนเหนือของญี่ปุ่นอาจยังหนาวและมีลมแรงอยู่
ก่อนแพ็คกระเป๋า ควรเช็กพยากรณ์อากาศสำหรับแต่ละจุดหมายในแผนการเดินทาง แทนที่จะอาศัยการคาดการณ์อากาศ "ของญี่ปุ่น" แบบทั่ว ๆ ไป
อุณหภูมิในฤดูหนาวของโตเกียวอาจรู้สึกหนาวเมื่อออกนอกอาคาร แต่ในรถไฟและห้างสรรพสินค้ามักร้อนมาก ในฤดูร้อนเป็นตรงกันข้าม คือร้อนมากนอกอาคาร แต่มีเครื่องปรับอากาศแรงมากในอาคาร
เสื้อผ้าระบายอากาศได้ดีที่ถอดออกได้ง่ายมักจะสะดวกกว่าเสื้อผ้าหนา ๆ
เคล็ดลับการแพ็คกระเป๋าตามฤดูกาล
คุณน่าจะต้องการเสื้อผ้าน้อยกว่าที่คิด
นักท่องเที่ยวหลายคนพกเสื้อผ้ามากเกินความจำเป็น
ร้านซักผ้าหยอดเหรียญมีอยู่ทั่วไปในเมืองญี่ปุ่น และโรงแรมหลายแห่งก็มีบริการซักผ้าด้วยตัวเอง แทนที่จะแพ็คเสื้อผ้าไว้สำหรับทุกวัน ลองเลือกเสื้อผ้าอเนกประสงค์และซักระหว่างการเดินทาง
วิธีนี้ยังเพิ่มพื้นที่ว่างในกระเป๋าสำหรับของที่ซื้อมาอีกด้วย
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม)
- อุณหภูมิสบายและฤดูซากุระทำให้ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาที่น่าท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่สุด เสื้อแจ็คเก็ตเบาและการแต่งตัวหลายชั้นมักเพียงพอ แต่อาจยังหนาวในตอนเย็น
・อุณหภูมิเฉลี่ย: โตเกียว 15°C, เกียวโต 16°C, ซัปโปโร 9°C
- ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม)
- หน้าร้อนญี่ปุ่นร้อน ชื้น และอาจเหนื่อยล้าสำหรับนักท่องเที่ยวครั้งแรก แนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เตรียมครีมกันแดด พัดพกพา และร่มขนาดเล็ก
・อุณหภูมิเฉลี่ย: โตเกียว 26°C, เกียวโต 28°C, ซัปโปโร 22°C
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน)
- ฤดูใบไม้ร่วงอากาศโดยทั่วไปสบาย แต่ต้นเดือนกันยายนอาจยังร้อนและชื้นอยู่ เสื้อผ้าหลายชั้นเหมาะมากตลอดฤดูกาลนี้
・อุณหภูมิเฉลี่ย: โตเกียว 19°C, เกียวโต 20°C, ซัปโปโร 13°C
- ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์)
- ฤดูหนาวในเมืองอย่างโตเกียวและโอซาก้ามักแห้งและหนาว แต่ไม่หิมะตก ส่วนภาคเหนืออย่างฮอกไกโดมีหิมะตกหนัก เสื้อผ้าอุ่น ถุงมือ และชุดชั้นในรักษาความอบอุ่นจะช่วยให้การท่องเที่ยวสบายขึ้นมาก
・อุณหภูมิเฉลี่ย: โตเกียว 7°C, เกียวโต 7°C, ซัปโปโร -2°C
5. ของใช้ส่วนตัว ยา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

คุณน่าจะต้องการของใช้ส่วนตัวน้อยกว่าที่คิด
นักท่องเที่ยวหลายคนแปลกใจกับความครบครันของโรงแรมในญี่ปุ่น
แม้แต่โรงแรมระดับประหยัดก็มักจะมีให้ครบ:
・แชมพูและครีมนวดผม
・สบู่อาบน้ำ
・แปรงสีฟัน
・มีดโกน
・รองเท้าแตะ
・ชุดนอน
ของที่ลืมพกมักหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพงที่ร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยาใกล้ ๆ
แทนที่จะพกชุดของใช้ส่วนตัวขนาดใหญ่ ลองพกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและซื้อเพิ่มเติมหลังถึงญี่ปุ่น
ไม่จำเป็นต้องพกยามาทั้งร้าน
เป็นเรื่องปกติที่อยากเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ แต่นักท่องเที่ยวหลายคนพบว่าแทบไม่ได้ใช้ชุดยาขนาดใหญ่ที่พกมาเลย
ร้านขายยาในญี่ปุ่นสะอาด สินค้าครบครัน และมักไม่ยากในการเลือกซื้อ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่พนักงานบางคนอาจพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ยาแก้หวัด ยาแก้ปวด หน้ากากอนามัย ยาแก้ท้องเสีย และของใช้ประจำวันทั่วไปมีให้หาซื้อได้ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญหนึ่งอย่าง
ยาบางชนิดและส่วนผสมบางอย่างที่ใช้กันทั่วไปในต่างประเทศอาจถูกจำกัดหรือห้ามนำเข้าญี่ปุ่น เช่น ยารักษาโรค ADHD บางชนิด ยากระตุ้น และยาที่มีส่วนผสมของ pseudoephedrine หรือ codeine
หากคุณใช้ยาตามใบสั่งแพทย์เป็นประจำ ควรตรวจสอบกฎระเบียบอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่นล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
ระวังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ไฟสูง
ญี่ปุ่นใช้ไฟ 100 โวลต์ กับปลั๊กแบบ Type A ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับที่ใช้ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
สำหรับนักท่องเที่ยวจากอเมริกาเหนือ อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์ แล็ปท็อป กล้อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กส่วนใหญ่ใช้งานได้ตามปกติ
แต่นักท่องเที่ยวจากประเทศที่ใช้ระบบ 220–240 โวลต์ เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และยุโรปส่วนใหญ่ ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของแรงดันไฟฟ้าอย่างละเอียด
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปส่วนใหญ่รองรับ dual voltage และใช้งานได้ทั่วโลก แต่อุปกรณ์ความร้อนที่ใช้ไฟสูงมักไม่รองรับ อุปกรณ์ที่มักมีปัญหา ได้แก่:
・ไดร์เป่าผม
・เครื่องม้วนผม
・เครื่องหนีบผม
อุปกรณ์เหล่านี้อาจร้อนเกินหรือเสียหายได้ในญี่ปุ่นหากไม่รองรับระบบ 100 โวลต์
ในหลายกรณี การใช้ไดร์เป่าผมที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ให้ หรือซื้ออุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานในญี่ปุ่นใหม่สักชิ้น อาจสะดวกกว่า
6. สิ่งเล็กน้อยที่นักท่องเที่ยวมักลืมพก

พกถุงพลาสติกขนาดเล็กสำหรับขยะ
สิ่งที่นักท่องเที่ยวครั้งแรกหลายคนสังเกตเห็นอย่างรวดเร็วคือการขาดแคลนถังขยะสาธารณะในญี่ปุ่น การพกถุงพลาสติกขนาดเล็กติดไว้ในกระเป๋าประจำวันมีประโยชน์มาก ช่วยเก็บกระดาษห่อ ขวดเครื่องดื่ม หรือขยะชิ้นเล็กอื่น ๆ ไว้จนกว่าจะพบที่ทิ้ง
พกร่มขนาดเล็ก
ฝนตกกะทันหันเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนเดือนมิถุนายนและช่วงไต้ฝุ่นปลายฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง ร่มขนาดพกพาพับง่ายและมีประโยชน์อย่างมากในเมืองญี่ปุ่น
กระเป๋าประจำวันขนาดเบาช่วยได้มาก
กระเป๋าเป้ขนาดเล็กหรือกระเป๋าสะพายไหล่น้ำหนักเบาเหมาะมากสำหรับพกน้ำ ของที่ซื้อมา เพาเวอร์แบงก์ และเสื้อกันหนาวชั้นนอกระหว่างวันท่องเที่ยวที่ยาวนาน
อะแดปเตอร์ไฟฟ้าและเพาเวอร์แบงก์
แบตเตอรี่โทรศัพท์ของคุณจะหมดเร็วกว่าปกติในญี่ปุ่น เนื่องจากต้องใช้งานแผนที่ แอปแปลภาษา ถ่ายรูป และค้นหาเส้นทางรถไฟตลอดทั้งวัน เพาเวอร์แบงก์แบบ USB พกพาจะกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดที่พกมา
ญี่ปุ่นใช้ไฟ 100 โวลต์ กับปลั๊กแบบ Type A ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับที่ใช้ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์ แล็ปท็อป และกล้องจากอเมริกาเหนือส่วนใหญ่ใช้งานได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากประเทศอย่างสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และยุโรปส่วนใหญ่ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของปลั๊กอย่างละเอียด อะแดปเตอร์ญี่ปุ่นไม่ได้หาซื้อได้ง่ายนอกร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท
ควรทราบด้วยว่าเต้ารับแบบ 3 ขาค่อนข้างหายากในญี่ปุ่น ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่พกแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่อาจต้องเตรียมอะแดปเตอร์ขนาดบางมาด้วย
หากลืมพกอุปกรณ์ เทคโนโลยี สามารถหาซื้ออะแดปเตอร์ เพาเวอร์แบงก์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ที่ร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ เช่น BicCamera, LAOX, Edion และ Yamada Denki LIVE JAPAN มีส่วนลดพิเศษสำหรับร้านเหล่านี้ทุกแห่ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่
7. เหลือพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทาง

ญี่ปุ่นเป็นสวรรค์ของนักช้อป
แม้แต่นักท่องเที่ยวที่ปกติไม่ชอบช้อปปิ้งก็มักหาซื้อของกลับบ้านไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นของกินอร่อย เครื่องสำอาง เครื่องเขียน เสื้อผ้า ของสะสมอนิเมะ เครื่องครัว หรืองานหัตถกรรมดั้งเดิม
หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงการแพ็คกระเป๋าเต็มก่อนออกเดินทาง การเว้นพื้นที่ว่างไว้ประมาณ 30% จะช่วยให้คุณไม่ต้องซื้อกระเป๋าเพิ่มฉุกเฉินระหว่างทริป
และหากคุณไปเยี่ยมเพื่อนชาวญี่ปุ่นหรือพักกับครอบครัวอุปถัมภ์ การนำของฝากจากบ้านเกิดของคุณไปมอบให้ถือเป็นมารยาทที่ดีมาก
- หนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทาง: หนังสือเดินทาง, QR code จาก Visit Japan Web, ข้อมูลประกันการเดินทาง และรายละเอียดการจอง
- เงินสดและบัตรเครดิต: เงินสดประมาณ 20,000 เยน (แบ่งเป็นเหรียญ 1,000 เยน) พร้อมบัตร Visa หรือ Mastercard สำหรับการซื้อของมูลค่าสูง
- Suica หรือ PASMO ดิจิทัล: บัตรโดยสารในสมาร์ทโฟนสำหรับรถไฟ รถบัส ร้านสะดวกซื้อ และตู้กดสินค้า
- eSIM หรือ Pocket Wi-Fi: การซื้อ Japan travel eSIM ล่วงหน้าช่วยให้คุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันทีหลังลงจากเครื่อง โดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม
- เสื้อ (3–4 ตัว) และกางเกง/กระโปรง (2–3 ตัว): เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ย่นง่าย และสามารถสลับผสมกันได้เหมาะที่สุด กางเกงสบาย กระโปรง หรือกางเกงขาสั้นทรงเรียบดีสำหรับวันท่องเที่ยวที่ยาวนาน
- ชั้นกันหนาวเบา: เสื้อคาร์ดิแกน เสื้อสเวตเตอร์ หรือเสื้อฟลีซน้ำหนักเบา มีประโยชน์มากสำหรับตอนเย็นที่หนาวและในรถไฟหรือห้างที่ปรับอากาศเย็นมาก
- ชุดชั้นในและถุงเท้า: เตรียมประมาณ 1 สัปดาห์ และเน้นถุงเท้าที่สบายและมีคุณภาพดี เพราะคุณจะเดินเยอะมาก
- รองเท้าเดินที่สบาย: นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สวมรองเท้าเพียงคู่เดียวตลอดการเดินทาง ดังนั้นให้ความสำคัญกับความสบายมากกว่าความหลากหลาย คาดว่าจะเดินมากกว่า 15,000 ก้าวต่อวันในเมืองอย่างโตเกียวและเกียวโต (โปรดทราบว่ามีข้อกำหนดด้านเสื้อผ้าและรองเท้าสำหรับการปีนภูเขาฟูจิด้วย)
- กระเป๋าประจำวันขนาดพอดี: กระเป๋าเป้น้ำหนักเบาหรือกระเป๋าสะพายข้างเหมาะมากสำหรับพกน้ำ ของที่ซื้อมา เพาเวอร์แบงก์ และเสื้อกันหนาวชั้นนอกระหว่างวัน
- เพาเวอร์แบงก์พกพา: หนึ่งในสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับใช้แผนที่ แอปแปลภาษา ถ่ายรูป และค้นหาเส้นทางรถไฟ
- อะแดปเตอร์และสายชาร์จ: ญี่ปุ่นใช้ปลั๊กแบบ Type A สองขาและไฟ 100 โวลต์ เครื่องชาร์จ USB แบบหลายพอร์ตสะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่พกอุปกรณ์หลายชิ้น
- ผ้าเช็ดมือและเจลล้างมือ: ห้องน้ำสาธารณะในญี่ปุ่นมักไม่มีกระดาษเช็ดมือหรือเครื่องเป่ามือ ดังนั้นคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จึงพกผ้าขนาดเล็กหรือ tenugui ติดตัว
- โรลออนหรือสเปรย์ระงับกลิ่นกาย: นักท่องเที่ยวต่างชาติมักพบว่าร้านขายยาในญี่ปุ่นมีตัวเลือกโรลออนให้น้อยและประสิทธิภาพอาจต่ำกว่า จึงควรพกแบรนด์ที่ชอบมาด้วย
- ยาจำเป็น: พกยาตามใบสั่งแพทย์และยาแก้ปวดเบื้องต้น แต่ตรวจสอบข้อจำกัดด้านยาของญี่ปุ่นก่อนออกเดินทางด้วย
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและครีมกันแดด: ญี่ปุ่นขึ้นชื่อด้านร้านดรักสโตร์และผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพดี นักท่องเที่ยวหลายคนจึงเลือกซื้อสินค้าเหล่านี้ที่ญี่ปุ่น (ดูคู่มือแนะนำของเราที่นี่) เพื่อประหยัดพื้นที่ในกระเป๋า
สรุปท้ายบท
การแพ็คกระเป๋าไปญี่ปุ่นอย่างชาญฉลาดไม่ใช่เรื่องของการพกของให้มากขึ้น แต่คือการพกสิ่งที่ถูกต้อง
การเตรียมตัวเพียงไม่กี่อย่าง เช่น ตั้งค่าบัตรโดยสารดิจิทัล แพ็ครองเท้าที่สบาย เตรียมเงินสดไว้บ้าง และเว้นพื้นที่ในกระเป๋าสำหรับของที่จะซื้อ จะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นและสนุกสนานขึ้นอย่างมาก
ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เดินทางง่ายและปลอดภัยที่สุดในโลก และหากเตรียมตัวดีล่วงหน้าเพียงเล็กน้อย คุณจะใช้เวลากังวลเรื่องโลจิสติกส์น้อยลง และมีเวลาสนุกกับประสบการณ์นั้น ๆ มากขึ้น
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.
ทัวร์และกิจกรรมยอดนิยม
Recommended places for you
-
Baeren Brewery Co., Ltd.
Other Sightseeing
Morioka, Hiraizumi And Hachimantai
-
Appealing
Rukku and Uohei
Izakaya
Sapporo / Chitose
-
Appealing
Otaru Canal
Rivers, Lakes & Canyons
Otaru
-
Jukuseiniku-to Namamottsuarera Nikubaru Italian Nikutaria Sannomiya
Izakaya
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
Goods
Yoshida Gennojo-Roho Kyoto Buddhist Altars
Gift Shops
Nijo Castle, Kyoto Imperial Palace
-
ISHIDAYA Hanare
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
สถานที่ห้ามพลาดเมื่อได้ไปเยือนนาริตะ 19 แห่ง รวบรวมไว้ทั้ง แหล่งท่องเที่ยว ที่ชอปปิ้ง และอาหารรสเด็ดไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว
-
เส้นทางยอดนิยมสำหรับท่องเที่ยวอะตะมิ
-
หากต้องการใช้ชีวิตยามราตรีในโตเกียวล่ะก็ มีบาร์ที่อยากกให้ลองไปกัน
-
5 จุดแนะนำสำหรับท่องเที่ยวมือเปล่ารอบ ๆ นาริตะ เหมาะกับเวลาว่างก่อนหรือหลังขึ้นเครื่อง!
-
เสน่ห์ของการชมดอกไม้ที่อุเอโนะ โตเกียว ทั้ง 4 ฤดูกาล (ผลิ ร้อน ร่วง หนาว) และข้อมูลงานกิจกรรมต่างๆ
-
Ad
สวมใส่ความงามและความดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นด้วย CITIZEN จับจองเป็นเจ้าของรุ่นจำกัดจำนวน SAKURA และรุ่นอื่น ๆ ที่น่าจับตามอง
-
วิธีใช้บริการโรงแรมแคปซูลอย่างชาญฉลาด
-
ห้ามคุยโทรศัพท์ในรถไฟ!? มีอะไรอีกที่ไม่ควรทำในญี่ปุ่น คลิ๊กอ่านเลย
-
ความหลากหลายของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของแฟชั่นญี่ปุ่น
-
เจาะลึก! ย่านเครื่องใช้ไฟฟ้า!
-
ร้านอูระฮาระ (URAHARA) 5 ร้านที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในญี่ปุ่น
-
พืชและสัตว์กว่า 3,000 ชนิดที่อาศัยอยู่รอบบริเวณป่าของศาลเจ้าเมจิ












