HOME พื้นที่โดยรอบมหานครโตเกียว ชิบะ นะริตะ 5 จุดแนะนำสำหรับท่องเที่ยวมือเปล่ารอบ ๆ นาริตะ เหมาะกับเวลาว่างก่อนหรือหลังขึ้นเครื่อง!
5 จุดแนะนำสำหรับท่องเที่ยวมือเปล่ารอบ ๆ นาริตะ เหมาะกับเวลาว่างก่อนหรือหลังขึ้นเครื่อง!

5 จุดแนะนำสำหรับท่องเที่ยวมือเปล่ารอบ ๆ นาริตะ เหมาะกับเวลาว่างก่อนหรือหลังขึ้นเครื่อง!

Date published: 22 ก.ค. 2562
Last updated: 9 ต.ค. 2562

สนามบินนาริตะเปรียบเสมือนประตูทางเข้าทางอากาศของประเทศญี่ปุ่น น่าจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ใช้สนามบินนาริตะเวลามาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เพราะเดินทางเข้าตัวเมืองง่ายเพียงแค่นั่งรถไฟสาย NARITA SKY ACCESS หรือ KEISEI หรือ JR ซึ่งอย่างเร็วที่สุดคุณจะถึงตัวเมืองภายใน 40 นาทีเท่านั้น

ด้วยความที่นาริตะเดินทางเข้าโตเกียวง่ายแบบนี้ ก่อนที่เราจะเดินทางออกจากสนามบินไปยังที่พักในโตเกียว หากได้ลองเที่ยวเล่นนาริตะกันสักหน่อยก็น่าสนุกดีไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้น คราวนี้เราอยากจะแนะนำสิ่งที่จะทำให้เราได้สนุกกับนาริตะได้ในเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยถ้าใช้บริการส่งพัสดุของสนามบินนาริตะ คุณก็จะเที่ยวได้โดยไม่มีสัมภาระติดตัว ได้สนุกกับวันแรกของการท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ เลยล่ะ

■สะดวกสบายเมื่อใช้ “บริการส่งพัสดุ” ของสนามบินนาริตะ

■สะดวกสบายเมื่อใช้ “บริการส่งพัสดุ” ของสนามบินนาริตะ
TK Kurikawa / Shutterstock.com

ถ้าจะต้องขนสัมภาระขนาดใหญ่ไปเที่ยวด้วยคงจะเหนื่อยน่าดู แต่ถ้าหากใช้บริการส่งพัสดุของสนามบินนาริตะ คุณก็จะได้เที่ยวแบบสบาย ๆ แล้ว

เมื่อมาถึงสนามบิน ที่รับฝากสัมภาระจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ของชั้นขาเข้าของสายการบินนานาชาติอาคารผู้โดยสารที่ 1 และ 2 ถ้าลงจอดที่อาคารผู้โดยสารที่ 3 ก็สามารถใช้บริการที่เคาน์เตอร์ของชั้นขาเข้าของสายการบินนานาชาติอาคารผู้โดยสารที่ 2 (ชั้น 1) ได้

สำหรับค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามขนาด, น้ำหนัก และจุดหมายปลายทาง สำหรับการส่งในเขตคันโต จะรับฝากกระเป๋าเดินทาง 1 ใบได้ด้วยราคาประมาณ 2,000 เยน

■บริเวณสถานี JR NARITA และ KEISEI NARITA มีล็อกเกอร์รับฝากของด้วยนะ!

■บริเวณสถานี JR NARITA และ KEISEI NARITA มีล็อกเกอร์รับฝากของด้วยนะ!

เมื่อนั่งรถไฟจากสถานี Narita Airport Terminal 2・3 ที่อาคารผู้โดยสารที่ 2 หรือ สถานี Narita Airport Terminal 1 ที่อาคารผู้โดยสารที่ 1 ประมาณ 11-15 นาที จะถึงสถานี JR NARITA ตามภาพจะมีล็อกเกอร์ตั้งอยู่ที่ประตูทิศตะวันออกของสถานี JR NARITA โดยมีขนาดให้เลือก 3 แบบ ราคา 300 เยน 500 เยน 700 เยน ตามลำดับ

และข้าง ๆ ล็อกเกอร์ฝากของทางฝั่งประตูทิศตะวันออกออกสถานี JR NARITA คุณจะพบกับ TOURIST INFORMATION จุดให้บริการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองนาริตะตั้งอยู่ด้วย พอลองเข้าไปถามวิธีท่องเที่ยวนาริตะในเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงดู ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ไปไหว้พระที่วัดนาริตะซัง ชินโชจิ และเดินเล่นตามถนนนาริตะซังโอโมเตะซันโดอย่างที่คิดไว้เลย!

ที่นี่มีการเตรียมแผ่นพับแนะนำการท่องเที่ยวในนาริตะไว้หลายภาษา ลองไปส่องดูเพื่อหาสถานที่ท่องเที่ยวกันได้

เดินอีกประมาณ 3 นาทีจากสถานี JR NARITA จะพบกับสถานี KEISEI NARITA เมื่อเดินออกจากประตูทางออกกลาง ที่สถานี KEISEI NARITA ก็มีล็อกเกอร์ฝากของอยู่ทางซ้ายมือ ถ้าฝากของไว้ที่นี่ ก็จะเที่ยวได้อย่างสบายตัวแล้วล่ะ

■เดินกินเดินเล่นร้านขายของฝากที่ถนนนาริตะซังโอโมเตะซังโด

จากประตูตะวันออกของสถานี JR NARITA และสถานี KEISEI NARITA เดินอีกประมาณ 15 นาที จะถึงวัดนาริตะซัง ชินโชจิ บนถนนที่ทอดยาวไปจนถึงวัดนาริตะซัง ชินโชจิ จะมีร้านของกินและร้านของฝากมากมายเรียงรายอยู่ เหมาะกับการเดินกินและเลือกของฝากอย่างมาก!

“มิยาเกะ โดโคโระ ชิบาราคุ” มีของฝากมากมายให้เลือกสรร ทั้ง ของฝากจากต่างประเทศ ตัวมาสคอตของเมืองนาริตะจังหวัดชิบะ “อุนาริคุง” และสินค้าของเฮลโลคิตตี้

ภายในร้านอัดแน่นไปด้วยสิ่งของสไตล์ญี่ปุ่น ๆ เช่น ตุ๊กตาดารุมะ แมวกวัก จนร้านดูแคบไปเลยทีเดียว แค่ดูอย่างเดียวก็สนุกแล้ว คุณไม่ลองมองหาของฝากสไตล์ญี่ปุ่นดูหน่อยหรือ?

  • Souvenir Shop Shibaraku
    おみやげ処 しばらく
    • Address 531-10, Hanazaki-cho, Narita-shi, Chiba-ken
    • Phone Number 0476-22-0557

    Hours: 9:00 a.m. – 6:00 p.m.
    Closed: Open daily

ส่วนทางนี้ร้าน “โจเมอิซุมิ” เป็นโรงหมักเหล้าเพียงร้านเดียวของถนนนาริตะซังโอโมเตะซังโด ที่นี่เป็นร้านที่ได้รับคำชื่นชมว่าน้ำจากบ่อที่นำมาหมักเหล้าเป็นน้ำที่ดีและอร่อยมาก ๆ ที่นี่จึงเป็นร้านยอดนิยมที่ผู้คนที่จะไปไหว้พระที่วัดนาริตะซัง ชินโชจิจะต้องแวะเข้ามา

ที่นี่มีการวางขายเหล้าหวานโคจิที่แสตนด์ซึ่งตั้งไว้ในส่วนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่น เหล้าหวานนี้หมักจากแบคทีเรียธรรมชาติโคจิไร้สารปรุงแต่งใด ๆ ทั้งสิ้น และยังมีหลายรสชาติ ทั้ง รสธรรมดา, รสขิง, รสส้มยูสุ, รสโกโก้ และรสชาเขียว เป็นต้น ในภาพ ด้านซ้ายมือคือ “เหล้าหวาน รสเลม่อน” ส่วนด้านขวามือคือ “เหล้าหวาน รสสตอร์เบอร์รี่” ซึ่งเป็นของจำนวนจำกัดเฉพาะฤดูกาล (แก้วละ 500 เยน รวมภาษีแล้ว)

เหล้าหวานเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ดังนั้น เด็ก ๆ หรือผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถเพลิดเพลินกับรสชาติได้

  • Choumeisen
    長命泉
    • Address 540 Kami-cho, Narita-shi, Chiba-ken
    • Phone Number 050-5592-7822

    Hours: Weekdays and Saturdays 10:00 a.m. – 7:00 p.m.; Sundays 9:00 a.m. – 6:00 p.m.
    Closed: Open daily

ส่วนทางนี้คือร้าน “ปังฉะยะ” ซึ่งตั้งอยู่กลางทางถนนนาริตะซังโอโมเตะซังโดพอดิบพอดี ร้านนี้คุณจะได้ทานขนมปังอร่อย ๆ เช่น “อุนางิปัง”ขนมปังปลาไหลชื่อดัง และ “คปเปะปัง” ที่เมื่อสั่งปุ๊บทางร้านจะใส่ไส้ลงในขนมปังและเสิร์ฟทันที เหมาะสำหรับเดินกินเล่นบนถนนนาริตะซัง โอโมเตะซังโดสุด ๆ!

ที่ร้าน “ปังยะฉะ” มีบริการรับฝากของชั่วคราวด้วย (600 เยน ต่อ 1 ชิ้น) เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้ฝากของไว้กับบริการส่งพัสดุที่สนามบินหรือล็อกเกอร์ฝากของบริเวณสถานี

“นาริตะซังโอโมเตะซังโด ซาบงซามะ” ร้านนี้ เป็นร้านยอดฮิตที่มีหลายสื่อพูดถึง ร้านนี้เป็นร้านขาย “ซาบงซามะ” สบู่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเดียวในญี่ปุ่น หากพูดถึงวัดนาริตะซัง ชินโชจิ จะต้องนึกถึงวัดที่ช่วยให้สมปรารถนาด้วยการก่อไฟทำพิธี ว่ากันว่าความปรารถนาต่อสิ่งต่าง ๆ ได้อัดแน่นอยู่ในสบู่เหล่านี้

สบู่กลม ๆ รูปไข่มุกนี้ถอดแบบมาจากรูปร่างของ “ไข่มุกจินดามณี” ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยให้ความปรารถนาต่าง ๆ สัมฤทธิ์ผล สบู่นี้ให้สัมผัสนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งและยังมีกลิ่นที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสีด้วย เป็นสบู่ที่เหมาะกับการล้างขจัดสิ่งชั่วร้ายในแต่ละวัน เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อเป็นของฝากจริง ๆ

  • Naritasan Omotesando Street Sabonsama
    成田山表参道 さぼんさま
    • Address 387 Nakamachi, Narita-shi, Chiba-ken
    • Phone Number 0476-29-4447

    Hours: 10:00 – 5:00 p.m.
    Closed: Open daily

■ไหว้พระที่ “วัดนาริตะซัง ชินโชจิ”

■ไหว้พระที่ “วัดนาริตะซัง ชินโชจิ”

วัดนาริตะซัง ชินโชจิ ได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 940 โดยหวังให้บ้านเมืองสงบสุข จากความวุ่นวายของ ไทระ โนะ มาซาคาโดะ ซึ่งเป็นโชกุนในสมัยนั้น ที่นี่มีรูปสักการะของเทพอจละ ผู้คอยช่วยเหลือผู้คนด้วยสีหน้าอันน่าเกรงขาม และได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในประวัติศาสตร์อีกด้วย

ในสมัยเอโดะ ความนิยมของคาบุกิที่ได้นำเทพอจละมาใช้ในการแสดงโดยความคิดของ อิจิคาวะ ดันจูโร่ ยิ่งช่วยทำให้มีผู้ศรัทธาเพิ่มมากขึ้น และยังมีผู้ศรัทธาเข้ามาสักการะทุกปีจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าชมภายในวิหารหลักซึ่งเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดในการทำพิธีขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้

ที่นี่คุณจะได้พบกับสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย ทั้ง เจดีย์ใหญ่แห่งสันติภาพ สูง 58 เมตร ซึ่งเป็นสารขอให้ทุกหัวเมืองทั่วประเทศสงบสุข และเจดีย์สามชั้น สูง 25 เมตร ซึ่งรอบเจดีย์ถูกแกะสลักอย่างงดงาม และยังได้รับการระบุเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นชิ้นสำคัญอีกด้วย ภายในบริเวณวัดยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทั้งน้ำตก และบ่อน้ำ คุณสามารถหยุดพักให้หายเหนื่อยท่ามกลางดอกไม้ที่รายล้อมได้

■ชอปปิงที่ “ อีออนมอลล์ นาริตะ”

■ชอปปิงที่ “ อีออนมอลล์ นาริตะ”

“อีออนมอลล์ นาริตะ” มีร้านอัดแน่นอยู่ทั้งหมด 174 ร้านค้า มีขายตั้งแต่สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานไปจนถึงสิ่งให้ความบันเทิง โดยเริ่มจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสินค้าจิปาถะ ร้านอาหารมากมายหลายชนิด เป็นชอปปิงมอลล์ที่ได้รับคำชื่นชมว่า “มีครบทุกอย่างหากมาที่นี่”

มีการจัดกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง เช่น งานขายของที่รวบรวมของอร่อยจากทั่วประเทศญี่ปุ่น หรือ การแสดงคอนเสิร์ต ในลานกว้างสำหรับจัดงานกิจกรรมซึ่งตั้งอยู่หลายที่ในอาคาร สำหรับศูนย์อาหารมีร้านอยู่ 12 ร้าน คุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารหลายประเภททั้งญี่ปุ่น, ฝรั่ง, จีน และยังมีของหวาน เช่น ไอศกรีม และ โดนัท อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีห้องสำหรับเด็กอ่อน และพื้นที่สำหรับเด็กเล็กไว้ให้บริการด้วย

คุณสามารถนั่งรถโดยสารประจำทางต่อเดียวจากสถานี KEISEI NARITA ไปยัง “อีออนมอล์ นาริตะ”ได้ภายใน 10 นาที รถโดยสารประจำทางสายตรงนี้จะออกทุก ๆ 15 นาที (ผู้ใหญ่ขาเดียวราคา 210 เยน เด็กขาเดียวราคา 110 เยน) แถมยังมีรถโดยสารประจำทาง ให้บริการไปรับไปส่งที่สนามบินนาริตะ และโรงแรมโดยรอบด้วย การไปอีออนมอล์จึงเหมาะกับการหาอะไรทำฆ่าเวลาที่นาริตะที่อย่างดีเลยล่ะ

*This information is from the time of this article's publication.
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.

แชร์บทความนี้

บทความใหม่
ค้นหา