
ตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญที่สะดวกในการเก็บสัมภาระที่ต้องการจะฝาก
จะขอแนะนำสถานที่ตั้งตู้หลัก ๆ และวิธีการใช้
สถานที่ตั้งตู้

ถูกติดตั้งเอาไว้อยู่ภายในสถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า ช้อปปิ้งมอลล์และสวนสนุก และยังมีตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญที่มีฟังก์ชั่นตู้เย็นตั้งอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตด้วย
ค่าใช้บริการกับประเภทของตู้

อัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับขนาดของตู้ล็อคเกอร์ ซึ่งค่าบริการโดยทั่วไปอยู่ที่ราคา300-1000เยน โดยมีแบบที่เป็นทั้งกุญแจล็อค หรือใส่รหัสหมายเลข หรือแบบที่ใส่หมายเลขทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่วนมากจะใช้เหรียญขนาด100เยน ฉะนั้นจึงควรเตรียมเหรียญให้พอดี ในปัจจุบันยังสามารถจ่ายผ่านบัตรโดยสารแบบเติมเงินได้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งเพื่อเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสาธารณะก็จะมีตู้ที่จะคืนเงินให้ในภายหลังด้วยเช่นกัน
วิธีการใช้

ในที่นี้จะแนะนำการใช้ตู้ล็อคเกอร์แบบที่เป็นกุญแจไข ส่วนตู้ล็อคเกอร์แบบระบบดิจิตอลจะมีภาษาอังกฤษแสดงทีหน้าจอ
1.ให้เลือกตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญที่มีกุญแจติดอยู่ ตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญที่ไม่มีกุญแจติดอยู่แสดงว่ามีคนใช้อยู่
2.ให้เปิดประตูแล้วนำสัมภาระใส่เข้าไป จากนั้นก็ใส่เงินลงไปในช่องใส่เหรียญเท่ากับจำนวนเงินที่จำเป็นต้องจ่าย
3.หลังจากหยอดเงินแล้วให้ปิดประตูแล้วล็อคกุญแจ และเอากุญแจออก
4.เวลานำสัมภาระออกมา ถ้ายังอยู่ในขอบเขตของค่าใช้บริการ ก็ให้ใช้กุญแจแล้วเปิดประตูได้ แต่ถ้าเกินเวลาการใช้งาน
จำเป็นที่จะต้องหยอดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่เช่นนั้นจะเปิดประตูไม่ได้ จำนวนเงินที่จำเป็นจะถูกแสดงให้เห็นเป็นตัวเลขตรงช่องหยอดเหรียญ
วิธีการเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่ม

แบ่งวิธีออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือแบบแรกเป็นแบบที่ถ้าเกินช่วงเวลาหนึ่งจะถูกเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ตัวอย่างเช่น ไม่ว่าจะใช้ตั้งแต่ 9 โมงเช้าหรือตอน 4 ทุ่ม พอถึงเวลาเที่ยงคืนจะต้องจ่ายด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน เมื่อเกินเที่ยงคืนไปจะโดนเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่ม
อีกแบบหนึ่งเป็นแบบที่เรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มยตามหน่วยเวลาช่วงเวลาหนึ่งถ้าเกินเวลาที่ตั้งไว้อย่างเช่น ทุก ๆ 3 ชั่วโมงหรือทุก ๆ 6 ชั่วโมง ก็จะโดนเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้นานที่สุด

ปกติสามารถใช้ติดต่อกันได้แค่ 3 วัน ถ้าหากฝากไว้เป็นเวลานาน บริษัทดูแลตู้ล็อคเกอร์หยอดเหรียญจะทำการ
นำสัมภาระออกมาเก็บไว้ที่บริษัท ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแล อย่างเช่นภายใน 1เดือนเจ้าของสัมภาระไม่ติอต่อขอรับคืนทางบริษัทก็อาจจะนำไปทำลายทิ้ง
ข้อควรระวัง

ห้ามเก็บของมีค่า เงินสดไว้ในตู้ล็อคเกอร์ ของสด สัตว์มีชีวิต ของที่เป็นอันตรายไม่สามารถฝากไว้ในตู้เช่นกัน นอกจากนี้ ไม่ควรไขกุญแจก่อนที่จะนำสัมภาระเข้าในตู้ เพราะหากปิดกุญแจครั้งแรกแล้ว เมื่อจะเปิดอีกครั้งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นครั้งๆไป นอกจากนี้ตามสถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์จะมีตู้ล็อคเกอร์อยู่เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นจึงควรจดจำตู้ที่ได้ฝากของไว้ว่าอยู่ที่ใด และตามแหล่งสถานีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวนั้น ตู้ล็อคเกอร์อาจจะไม่ว่างจึงควรพึงระวังด้วย ตู้ล็อคเกอร์ที่ไม่สามารถนำของออกมายามวิกาลได้ก็มีเช่นกัน จึงควรตรวจสอบเวลาในการใช้บริการด้วย
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.
Recommended places for you
-
Kambei Sannomiyahonten
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
ISHIDAYA Hanare
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
Events
Sunflower terminal (Osaka) Terminal 1
Other Sightseeing
USJ, Nanko Port
-
Goods
Yoshida Gennojo-Roho Kyoto Buddhist Altars
Gift Shops
Nijo Castle, Kyoto Imperial Palace
-
Appealing
Rukku and Uohei
Izakaya
Sapporo / Chitose
-
Events
Osaka JOINER
Other Sightseeing
Namba, Dotonbori, Shinsaibashi
-
หากต้องการใช้ชีวิตยามราตรีในโตเกียวล่ะก็ มีบาร์ที่อยากกให้ลองไปกัน
-
สามารถอร่อยกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารได้ง่ายๆ! ด้วยภาษาญี่ปุ่นที่ใช้บ่อยๆ ในร้าน “อิซากายะ” สถานที่ที่ควรไปเมื่อมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
-
[คู่มือท่องเที่ยวนิกโก้] ไม่ได้มีเพียงแค่ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น! ยังรวบรวมกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในแต่ละฤดูกาล
-
สถานที่ห้ามพลาดเมื่อได้ไปเยือนนาริตะ 19 แห่ง รวบรวมไว้ทั้ง แหล่งท่องเที่ยว ที่ชอปปิ้ง และอาหารรสเด็ดไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว
-
[MOVIE] ไปดูโชว์แล่ปลามากุโร่และลิ้มรสปลาสดๆแล่ใหม่ๆกันเถอะ!
-
เสน่ห์ของการชมดอกไม้ที่อุเอโนะ โตเกียว ทั้ง 4 ฤดูกาล (ผลิ ร้อน ร่วง หนาว) และข้อมูลงานกิจกรรมต่างๆ
-
อดีตถึงปัจจุบันของรปปงหงิ
-
[MOVIE]แผ่นดินไหวจะแค่ไหนเชียว!? เปิดประสบการณ์สุดระทึกที่ศูนย์ป้องกันภัยอิเคบุคุโระ
-
นั่งรถไฟจากสนามบินแค่ 10 นาที! เดินเล่นหน้าวัด “Naritasan Shinshoji”
-
ตามหา "นกฮูก" สุดน่ารักที่อาซากุสะกัน! ใครเบื่อเที่ยวแบบเดิมๆ ต้องอ่าน!
-
การเดินทางจากสนามบินนาริตะ มาประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกก็ไม่มีปัญหา!
-
พืชและสัตว์กว่า 3,000 ชนิดที่อาศัยอยู่รอบบริเวณป่าของศาลเจ้าเมจิ