หากกำลังเที่ยวคันไซและอยากหนีความวุ่นวายของเมืองไปสักพัก MIHO MUSEUM คือจุดหมายที่คุ้มค่ากับการแวะเข้าไปในขุนเขาของจังหวัดชิงะ พิพิธภัณฑ์สุดอลังการแห่งนี้อยู่ห่างจากเกียวโตประมาณ 1 ชั่วโมง ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลกอย่าง I.M. Pei ผู้อยู่เบื้องหลังปิรามิดกระจกแห่งพิพิธภัณฑ์ลูฟร์
เราอยากมาที่นี่มานานแล้วตั้งแต่รู้ว่าการออกแบบได้แรงบันดาลใจจากนิทานจีนเรื่อง "ดินแดนดอกท้อ" (Peach Blossom Spring) ที่นักเดินทางค้นพบโลกอันแสนสงบซ่อนอยู่หลังช่องเขา พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองก็รู้ทันทีว่าเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้อยู่แค่คอลเลกชันงานศิลปะสุดประทับใจจากทั่วโลกเท่านั้น แต่มนตร์เสน่ห์ที่แท้จริงอยู่ที่การเดินทางไปให้ถึง เมื่อสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ แสง และภูมิทัศน์มาบรรจบกันจนกลายเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกราวกับหลุดไปอีกโลกหนึ่ง
(เครดิตภาพหลัก: Wemmy/LIVE JAPAN)
(บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร)
- Table of Contents
-
- เส้นทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์: ผ่านอุโมงค์ราวกับฝันและสะพานแขวน
- สถาปัตยกรรมที่เป็นงานศิลป์: การเล่นแสงอันเชี่ยวชาญของ I.M. Pei
- สำรวจแกลเลอรี: สมบัติล้ำค่าจากเส้นทางสายไหม
- รสชาติจากธรรมชาติ: ร้านอาหารและคาเฟ่ใน MIHO MUSEUM
- ซื้อกลับบ้านสักชิ้น: ของที่ระลึกสไตล์เก๋จากร้านค้าพิพิธภัณฑ์
- วางแผนก่อนไป: การเดินทาง วันเปิดทำการ และข้อมูลสำคัญ
- เผื่อเวลาไว้ครึ่งวันเพื่อหนีไปพักผ่อนอย่างสงบ
เส้นทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์: ผ่านอุโมงค์ราวกับฝันและสะพานแขวน

การเดินทางไปให้ถึง "ดินแดนดอกท้อ" ที่ซ่อนอยู่แห่งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เช่นกัน เมื่อเดินจากอาคารต้อนรับมุ่งหน้าสู่ตัวพิพิธภัณฑ์หลัก เราสัมผัสได้ทันทีว่าเส้นทางถูกออกแบบให้ยืดยาวออกไปอย่างตั้งใจ ทำให้การเดินทางกลายเป็นเหมือนพิธีกรรมเล็กๆ ก่อนถึงจุดหมาย
เมื่อก้าวเข้าสู่อุโมงค์โลหะเงางาม เราเดินตามแสงนวลที่ลึกเข้าไปในภูเขาเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบแทบไม่มีเสียงใดรบกวน ความรู้สึกตอนนั้นไม่เหมือนกำลังเดินไปพิพิธภัณฑ์เลย แต่เหมือนกำลังผ่านประตูมิติไปสู่อีกโลกหนึ่งมากกว่า

พอเดินมาถึงปลายอุโมงค์ สะพานขึงสุดตระการตาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับตัวพิพิธภัณฑ์ที่ค่อยๆ เผยตัวออกมาราวกับเป็นดินแดนสวรรค์ที่ซ่อนอยู่อย่าง ดินแดนดอกท้อ ความเปลี่ยนผ่านจากอุโมงค์ปิดสู่ทิวทัศน์เปิดโล่งนั้นน่าทึ่งจริงๆ
เรายังจำได้ดีถึงช่วงเวลาที่มองออกไปจากปากอุโมงค์เป็นครั้งแรก แล้วรีบคว้ากล้องขึ้นมาโดยอัตโนมัติ นี่คือหนึ่งในมุมถ่ายรูปสวยที่สุดของ MIHO MUSEUM ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด
สถาปัตยกรรมที่เป็นงานศิลป์: การเล่นแสงอันเชี่ยวชาญของ I.M. Pei


พอก้าวเข้าไปใน MIHO MUSEUM เราเข้าใจทันทีว่าทำไมตัวอาคารเองถึงถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทั้งหมด เพื่อรักษาภูมิทัศน์โดยรอบไว้ I.M. Pei ออกแบบให้โครงสร้างราว 80% อยู่ใต้ดิน ทำให้พิพิธภัณฑ์กลมกลืนไปกับขุนเขาอย่างเงียบสงบแทนที่จะโดดเด่นข่มธรรมชาติ
สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคือหลังคา แผงกระจกและโครงเหล็กทรงเรขาคณิตสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งอย่างน่าทึ่ง ขณะที่แสงแดดลอดผ่านลงมาอาบพื้นหินปูนสีอ่อนอบอุ่นเบื้องล่าง เมื่อแสงเปลี่ยนไปตลอดทั้งวัน พื้นที่ทั้งหมดก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
ล็อบบี้ยังใช้เทคนิค "ชักเคอิ" หรือ "ทิวทัศน์ยืมมา" ได้อย่างสวยงาม ด้วยการวางกรอบให้ความเขียวขจีภายนอกผ่านหน้าต่างบานใหญ่ หลังจากชมแกลเลอรีต่างๆ แล้ว เราอดไม่ได้ที่จะแวะนั่งพักตรงนี้สักพัก เพียงแค่นั่งดื่มด่ำกับวิว ท่ามกลางแสง หิน และผืนป่า ที่นี่กลายเป็นมุมสงบที่ทำให้อยากหยุดพักอย่างไม่คาดคิด
สำรวจแกลเลอรี: สมบัติล้ำค่าจากเส้นทางสายไหม

แกลเลอรีที่นี่กว้างขวางและเดินชมได้สบายๆ ทำให้เพลิดเพลินกับการค่อยๆ ชมไปตามจังหวะของตัวเอง คอลเลกชันถาวรของ MIHO MUSEUM ให้ความรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปตามเส้นทางสายไหม โดยรวบรวมงานศิลปะโบราณจากอียิปต์ เอเชียตะวันตก กรีซ โรม เอเชียใต้ จีน และญี่ปุ่นไว้ด้วยกัน
ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ เทพเจ้าเศียรเหยี่ยวแห่งอียิปต์โบราณ ภาพจิตรกรรมฝาผนังโรมันที่ยังคงความสดใสอย่างน่าทึ่ง และพระพุทธรูปยืนศิลปะคันธาระที่แกะสลักอย่างประณีต แต่ละชิ้นล้วนเผยให้เห็นวัฒนธรรมและศิลปะที่เคยรุ่งเรืองอยู่ทั่วภูมิภาคอันกว้างใหญ่นี้ได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากคอลเลกชันถาวรแล้ว MIHO MUSEUM ยังจัดนิทรรศการพิเศษเป็นประจำ ช่วงที่เราไปเยือนพอดีได้เจอกับนิทรรศการฤดูร้อน Niji Miitsuketa! (พบสายรุ้งแล้ว!) ซึ่งจัดไปจนถึงวันที่ 30 สิงหาคม หากช่วงเวลาที่ไปตรงกับนิทรรศการนี้พอดี ก็คุ้มค่ามากที่จะเผื่อเวลาไว้ชมความสนุกสีสันสดใสของงานสักหน่อย
สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือห้ามถ่ายภาพภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการ แทนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย ลองใช้โอกาสนี้ค่อยๆ ดื่มด่ำกับผลงานอายุนับร้อยปีอย่างใกล้ชิดแทน หลังจากนั้นลองเดินเล่นชมพื้นที่สาธารณะที่รับแสงธรรมชาติของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งแสงแดดที่เปลี่ยนไปทีละนิดจะช่วยแต่งแต้มหิน กระจก และทิวทัศน์โดยรอบให้ดูแตกต่างไปเรื่อยๆ
รสชาติจากธรรมชาติ: ร้านอาหารและคาเฟ่ใน MIHO MUSEUM
หลังจากชมแกลเลอรีจนจุใจแล้ว อย่าลืมเผื่อเวลาไว้หาอะไรทานสักหน่อย MIHO MUSEUM ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผลผลิตที่ปลูกด้วยวิธี Shumei Natural Agriculture ซึ่งเป็นการทำเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี
เราได้ลองทั้งสองร้านอาหารในพิพิธภัณฑ์ระหว่างที่ไปเยือน และพบว่าเป็นส่วนต่อขยายที่น่ารักของประสบการณ์ทั้งหมด ด้วยเมนูเรียบง่ายแต่ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน เข้ากันได้ดีกับบรรยากาศธรรมชาติอันสงบของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
Pine View Café: ของว่างเบาๆ พร้อมวิวขุนเขา


Pine View Café มีที่นั่งริมหน้าต่างชวนหลงใหลพร้อมวิวขุนเขาโดยรอบ เราสั่งซุปผักคู่กับขนมปัง ซุปมีรสเข้มข้น หวานธรรมชาติ และเต็มไปด้วยรสชาติของผักล้วนๆ
เสิร์ฟคู่กับขนมปังปิ้งกรอบและวิวสีเขียวด้านนอก กลายเป็นช่วงพักที่เรียบง่ายแต่ให้ความอิ่มใจอย่างเหลือเชื่อ
Peach Valley Restaurant: โอนิกิริซิกเนเจอร์ เรียบง่ายแต่งดงาม

หากอยากทานมื้อจริงจัง เราขอแนะนำเซ็ตโอมุซุบิเซ็นซิกเนเจอร์ของ Peach Valley พระเอกของมื้อนี้คือข้าวปั้นที่ปั้นสดใหม่ตามสั่ง ใช้ข้าวที่ปลูกทั่วญี่ปุ่นตามหลัก Shumei Natural Agriculture
เสิร์ฟอุ่นๆ หอมกรุ่นด้วยเกลือทะเลธรรมชาติจากเกาะมิยาโกะ เซ็ตนี้ให้เราได้ลิ้มลองโอนิกิริ 3 แบบ แต่ละแบบต่างโชว์ความหวานและรสชาติเรียบง่ายของข้าวได้อย่างเต็มที่

เครื่องเคียงก็พิถีพิถันไม่แพ้กัน เซ็ตนี้มาพร้อมผักตามฤดูกาลที่ชูรสธรรมชาติ ซุปมิโซะหอมกรุ่นที่ต้มจากน้ำซุปดาชิสกัดครั้งแรก (อิจิบังดาชิ) และเต้าหู้ MIHO เมนูขึ้นชื่อของร้าน
ถึงจะเป็นเมนูอาหารบ้านญี่ปุ่นที่คุ้นเคยกันดี แต่คุณภาพและความเรียบง่ายของวัตถุดิบกลับทำให้มื้อนี้รู้สึกพิเศษอย่างไม่คาดคิด อิ่มท้องแบบสบายๆ ไม่หนักเกินไป แถมยังรู้สึกสดชื่นหลังทานเสร็จ
ซื้อกลับบ้านสักชิ้น: ของที่ระลึกสไตล์เก๋จากร้านค้าพิพิธภัณฑ์

การมาเยือนพิพิธภัณฑ์จะไม่สมบูรณ์แบบถ้าไม่ได้แวะเดินชมร้านขายของที่ระลึก และร้านของ MIHO MUSEUM ก็คัดสรรมาอย่างดีเป็นพิเศษ นอกจากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการแล้ว ยังมีของที่ระลึกออริจินัลดีไซน์เก๋หลากหลายที่สะท้อนสไตล์การออกแบบอันโดดเด่นของพิพิธภัณฑ์
ลองมองหาเครื่องเขียนสไตล์เก๋ โปสการ์ดลายสถาปัตยกรรมและคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ ถ้วยและจานรองดีไซน์มินิมอลติดโลโก้ MIHO MUSEUM เสื้อยืดใส่ได้หลายโอกาส หนังสือศิลปะ ซีดีเพลง และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นจุดที่หาของฝากความหมายดีๆ กลับบ้านได้ง่ายๆ

สิ่งที่เราประหลาดใจที่สุดคือราคาของหลายๆ ชิ้นที่เป็นมิตรกับกระเป๋าเงินมาก ทั้งที่ดีไซน์สวยงามและให้ความรู้สึกคุณภาพดี ตั้งแต่ของที่ระลึกที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและแสงที่เปลี่ยนไปของพิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงชิ้นงานที่อิงจากผลงานศิลปะ ทุกอย่างล้วนสะท้อนความประณีตสไตล์ MIHO MUSEUM ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าเราไม่ได้เดินออกมามือเปล่าแน่ๆ
นอกจากนี้ยังมีของกินที่ทำจากวัตถุดิบเกษตรธรรมชาติสูตรโปรดของพิพิธภัณฑ์ให้เลือกซื้อด้วย เหมาะเป็นของฝากที่มีความหมาย ให้เราได้พกพาความรู้สึกจากที่พักพิงกลางขุนเขาแห่งนี้กลับไปได้แม้จะเดินทางกลับแล้วก็ตาม
วางแผนก่อนไป: การเดินทาง วันเปิดทำการ และข้อมูลสำคัญ

อย่างที่คาดไว้สำหรับพิพิธภัณฑ์ที่ซ่อนตัวอยู่กลางขุนเขา การวางแผนล่วงหน้าสักนิดจะช่วยได้มาก นี่คือข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนออกเดินทางไป MIHO MUSEUM
- การเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์
- เส้นทางที่นิยมที่สุดคือนั่งรถไฟสาย JR Biwako ไปลงสถานี Ishiyama แล้วต่อรถบัส Teisan ใช้เวลานั่งรถบัสไป MIHO MUSEUM ประมาณ 50 นาที
- ลองเลือกทัวร์รถบัสวันเดียว
- หากไม่ได้ขับรถเอง ทัวร์รถบัสวันเดียวผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Klook หรือ KKday ก็เป็นตัวเลือกที่สะดวกมาก ช่วยให้ไม่ต้องปวดหัวกับการต่อรถหลายต่อ แถมยังได้แวะเที่ยวจุดหมายยอดนิยมอื่นๆ รอบทะเลสาบบิวะหรือโอมิฮาจิมังไปด้วย เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะได้เที่ยวชิงะให้ครบในวันเดียว
- เช็กวันเปิดทำการก่อนไปเยือน
- สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ MIHO MUSEUM จะปิดยาวในช่วงฤดูหนาว และอาจปิดในช่วงคั่นระหว่างนิทรรศการด้วย ควรเช็กปฏิทินวันเปิดทำการล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนออกเดินทางเสมอ โดยเฉพาะเมื่อพิพิธภัณฑ์อยู่ไกลจากใจกลางเกียวโตพอสมควร
- รองรับหลายภาษาอย่างดีเยี่ยม
- MIHO MUSEUM ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างดี มีคู่มือพิพิธภัณฑ์ฟรีให้บริการทั้งภาษาอังกฤษ จีนตัวเต็ม จีนตัวย่อ เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี
นอกจากนี้ยังมีออดิโอไกด์แบบเสียค่าบริการในภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เยอรมัน ฝรั่งเศส และแม้แต่กวางตุ้ง ด้วยการรองรับหลายภาษาขนาดนี้ ก็เห็นได้ชัดว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเป็นประจำ


เผื่อเวลาไว้ครึ่งวันเพื่อหนีไปพักผ่อนอย่างสงบ


บางครั้งส่วนที่ดีที่สุดของการเดินทางก็แค่การได้เจอที่ที่ทำให้เราได้ช้าลงบ้าง การมาเยือน MIHO MUSEUM ให้ความรู้สึกห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองอย่างสิ้นเชิง และอาจเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการไปพิพิธภัณฑ์ไปเลยก็ได้
ครั้งหน้าที่มาเที่ยวคันไซ ลองเผื่อเวลาไว้สักครึ่งวันเพื่อไปสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้ง ด้วยสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง ศิลปะ และธรรมชาติที่มาบรรจบกันในบรรยากาศอันสงบเดียว MIHO MUSEUM มอบการหลบหนีที่น่าจดจำ ทั้งชาร์จพลังใจและงดงามไปพร้อมๆ กัน
-
MIHO MUSEUMMIHO MUSEUM
-
Address
300 ทาชิโระ โมโมดานิ, ชิงารากิโช, เมืองโคกะ, จังหวัดชิงะ
View Map
-
Address
300 ทาชิโระ โมโมดานิ, ชิงารากิโช, เมืองโคกะ, จังหวัดชิงะ
▼ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับชิงะ ▼
- พื้นที่
- หมวดหมู่
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.
ทัวร์และกิจกรรมยอดนิยม
Recommended places for you
-
Kiyomizu-dera Temple
Temples
Gion, Kawaramachi, Kiyomizu-dera Temple
-
Jukuseiniku-to Namamottsuarera Nikubaru Italian Nikutaria Sannomiya
Izakaya
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
Myoshin-ji Temple
Temples
Arashiyama, Uzumasa
-
Yodobashi Camera Multimedia Umeda Store
Shopping Malls
Umeda, Osaka Station, Kitashinchi
-
ISHIDAYA Hanare
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
Goods
Yoshida Gennojo-Roho Kyoto Buddhist Altars
Gift Shops
Nijo Castle, Kyoto Imperial Palace
-
10 โรงแรมสุดคุ้มในย่านนัมบะและโดทงโบริ | รวมที่พักราคาประหยัดยอดฮิตแบ่งตามโซน
-
Ad
อัตราภาษีที่พักของเมืองเกียวโตจะปรับเปลี่ยนตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ภาษีที่พักดังกล่าวถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง
-
กิจกรรมเดือนกรกฎาคมในคันไซ: เทศกาล อาหาร และสิ่งที่ต้องทำในเกียวโตและโอซาก้า
-
กิจกรรมเดือนพฤษภาคมในแคนไซ: เทศกาล อาหาร และสิ่งที่ต้องทำในเกียวโตและโอซาก้า
-
ที่ที่ธรรมชาติพบกับการพักผ่อน: 2 โรงแรมออนเซ็นสุดพิเศษในวากายามะ
by: Hikaru Carolin
-
คู่มือเช่าชุดกิโมโนและยูกาตะในโอซาก้า: ดีไซน์สวย คืนชุดดึก & ประสบการณ์ซามูไรสุดพิเศษ! (บรรยากาศต่างจากเกียวโตโดยสิ้นเชิง)
by: Guest Contributor
-
นั่งรถไฟจากสนามบินแค่ 10 นาที! เดินเล่นหน้าวัด “Naritasan Shinshoji”
-
วัฒนธรรมโอะฟุโระ (การแช่น้ำร้อนญี่ปุ่น) และวิธีการใช้โอะฟุโระ
-
ช้อปปิ้งญี่ปุ่น 2026: ปฏิทินลดราคาประจำปี ดีลเด็ดที่ห้ามพลาด แหล่งช้อปที่ต้องไป
-
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปญี่ปุ่น: 15 สิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางที่ไร้กังวล
-
มนุษย์ญี่ปุ่นก็เป็นอย่างนี้แหละ! มาเรียนรู้สิ่งที่คนญี่ปุ่นชอบทำกัน
-
การเดินทางจากสนามบินนาริตะ มาประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกก็ไม่มีปัญหา!












