HOME อะซะกุซะ ร้านเก่าแก่ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมการกินแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ 4 แห่ง ในโตเกียว
HOME อะกิฮะบะระ ร้านเก่าแก่ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมการกินแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ 4 แห่ง ในโตเกียว
ร้านเก่าแก่ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมการกินแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ 
4 แห่ง ในโตเกียว

ร้านเก่าแก่ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมการกินแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
4 แห่ง ในโตเกียว

Update:

"Washoku (อาหารญี่ปุ่น)" ได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่
จับต้องไม่ได้จากองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 2013 ดังนั้นครั้งนี้เราไปลิ้มลองความรู้สึกของการย้อนเวลาด้วยการทาน "อาหารแบบญี่ปุ่น" ในร้านที่ได้รับ
ความนิยมมายาวนานและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานอยู่กันเถอะ

"Komagata Dozeu" ที่ได้รับความนิยมมายาวนานกว่า 200 ปี

"Komagata Dozeu" ที่ได้รับความนิยมมายาวนานกว่า 200 ปี

เมื่อเดินข้ามจากถนนเอะโดะที่ตัดผ่านจากสถานีอาซากุสะไปยังแม่น้ำสุมิดะมาที่
สถานีคุระมะเอะ ประมาณ 5 นาที ร้านที่แฝงไปด้วยบรรยากาศที่ดูเหมือนยุค
เอโดะก็ปรากฏขึ้น นั่นล่ะคือ "Komagata Dozeu" ซึ่งภายในร้านยังมีหม้อแบบ
Dozeu ที่โรยทับด้วยต้นหอมจำนวนมหาศาลวางอยู่อีกด้วย

นอกเหนือจากความเป็นต้นตำรับในตัวแล้วยังอุดมไปด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก
และคอลลาเจนอยู่มากมาย อีกทั้งยังเป็นรสชาติยอดนิยมสไตล์ยุคเอโดะที่ดีต่อ
สุขภาพยิ่งนัก จนตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในบรรดาอาหารญี่ปุ่นที่ถูกจับตามอง
จากทั่วโลกอยู่เลยก็ว่าได้

ที่ชั้นหนึ่งจะมีเก้าอี้ที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่สมัยเปิดร้านใหม่ ๆ ใน "ห้องปูเสื่อตาตามิ"
โดยแผ่นไม้ที่วางเรียงอยู่บนเสื่อตาตามินี้ก็มีไว้เสำหรับวางหม้อนาเบะ (หม้อไฟ
ญี่ปุ่น) อีกทั้งยังสามารถเพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศสไตล์ยุค
เอโดะด้วยการมองไปยังสวนที่อยู่ด้านในได้อีกเช่นกัน

  • Komagata Dozeu
    駒形どぜう
    • Address 1-7-12, Komagata, Taito-ku, Tokyo, 111-0043

ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดหรูหราที่แฝงประวัติศาสตร์เอาไว้ในชื่อร้าน "Sakura Nabe Nakae"

ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดหรูหราที่แฝงประวัติศาสตร์เอาไว้ในชื่อร้าน "Sakura Nabe Nakae"

ร้าน "Sakura Nabe Nakae" ก่อตั้งขึ้นที่ซุ้มประตูใหญ่โยะชิบะระโอมอง เมื่อปี
ค.ศ. 1905 โดยคำว่าซากุระนาเบะก็มีความหมายถึงเมนูหม้อไฟญี่ปุ่นที่ใช้เนื้อม้า
(เรียกอีกอย่างว่าเนื้อซากุระ หรือซากุระนิคุ) นั่นเอง โดยมีต้นกำเนิดมาจากการที่
แขกของเมืองโยชิบาระนำเนื้อม้าที่ขายอยู่บริเวณนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบทำอาหาร
เพื่อกระตุ้นสภาพคล่องทางการเงินในช่วงยุคเมจินั่นเอง โดยเงินที่ได้นั้นก็ยัง
ถูกนำมาใช้กันถึงทุกวันนี้ เรียกได้ว่าความมีเมตตาเป็นจุดเด่นของลูกหลานยุค
เอโดะเลยล่ะ

แม้ภาพเหล่านั้นจะไม่เหลือให้เห็นกันในปัจจุบันแล้ว แต่ความโอ่อ่าของสิ่ง
ก่อสร้างอายุกว่า 90 ปีนี้ก็ยังถูกเก็บรักษาในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
อยู่ โดยภายในร้านจะมีบทความมากมายที่ชวนให้สัมผัสได้ถึงยุคประวัติศาสตร์
อย่างผลงานของนักเขียนญี่ปุ่น มุฉะโนะโคจิ ซะเนะอัตสึ เป็นต้น

เนื้อม้านั้นไม่เพียงแต่มีแคลอรีและไขมันต่ำเท่านั้น ยังมีคอลลาเจนที่จะช่วย
ทำให้ผิวชุ่มชื่นแทรกอยู่มากมายเช่นกัน และดูเหมือนว่าด้วยเหตุผลนี้ ทำให้
เนื้อม้าได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ ทุกวัยว่าจะ "ช่วยให้ผิวสวย และไม่แก่
ก่อนวัย" ด้วยนะ! ลองมาลิ้มรสเคล็ดลับความงามที่ซ่อนอยู่นี้กันให้ได้ล่ะ

  • Sakuranabe Nakae
    桜なべ 中江
    • Address 1-9-2, Nihonzutsumi, Taito-ku, Tokyo, 111-0021

ร้านโปรดของลูกหลานยุคเอโดะ "Kanda yabusoba"

ร้านโปรดของลูกหลานยุคเอโดะ "Kanda yabusoba"

ถ้าพูดถึงอาหารจานโปรดของลูกหลานจากยุคเอโดะที่ชาญฉลาดล่ะก็ต้องเป็น
"โซบะ" และร้านที่เป็นตัวแทนของโซบะที่ทุกคนรู้จักดี อีกทั้งนักเขียนอย่าง
อิเคะนะมิ โชทาโร่ ยังแวะเวียนไปบ่อย ๆ นั้นก็คือ "Kanda yakusoba" นี้นี่เอง
"ยะคุโซบะ" คือโซบะคุณภาพสูงที่อยู่เคียงคู่กับสุนะบะโซบะ (โซบะกระบะทราย)
ในชื่อ "Edo Miou Soba (สามสุดยอดโซบะแห่งเอโดะ)" โดยมีเสน่ห์เฉพาะตัว
อยู่ที่ซอสโซบะที่ชุ่มฉ่ำติดรสเผ็ดพอให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นเบา ๆ ถ้าหาก
เริ่มสนใจโซบะขึ้นมาแล้วล่ะก็จะลองท้าทายโซบะเป็ดที่เอาเส้นออกแล้วกินแต่
เครื่องอย่างเมนู "Kamo Nuki" เองก็น่าท้าทายพอกัน

แม้ร้านค้าภายในเมืองคันดะจะถูกปรับปรุงและสร้างใหม่อยู่เรื่อย ๆ แต่ก็ยังมี
ลูกค้าเก่า ๆ ที่ยังรู้สึกดีเมื่อได้ยินเสียงคุณป้าเจ้าของร้านตะโกนเรียกลูกค้าอย่าง
ก้องกังวานว่า "นี่ล่ะคือยาบุโซบะ!" อยู่ไม่น้อยเลยเช่นกัน ไม่แน่ว่า รสชาติและ
บริการที่ดีเยี่ยมไม่เคยเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เองก็สาเหตุที่ทำให้ได้รับความนิยมมา
อย่างยาวนานก็เป็นได้

  • Kanda Yabusoba
    かんだやぶそば
    • Address 2-10, Kandaawajicho, Chiyoda-ku, Tokyo, 101-0063

"Asakusa Mugitoro" ที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติแสนอร่อย

"Asakusa Mugitoro" ที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติแสนอร่อย

"Asakusa Mugitoro" คือร้านที่คอยเสิร์ฟมุกิโทะโระในย่านอาซากุสะที่
สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำสุมิดะและวัดโคะมะกะตะโดมาตั้งแต่ปี 1929 โดย
มุกิโทะโระนั้นก็คืออาหารที่ใช้แป้งข้าวสาลีร้อน ๆ กับข้าวสวยมาทำเป็นซอสข้น
ด้วยกรรมวิธีสุดพิเศษ ราดตามด้วยมันเทศที่ต้มจนละลายแล้วพูนจาน ซึ่งทำมา
จากมันญี่ปุ่นที่เหนียวและหวานล้วน ๆ เป็นเมนูที่เปี่ยมทั้งไฟเบอร์และช่วยให้
ท้องอิ่มได้อย่างสุขภาพดี เป็นเมนูที่สาว ๆ ปลื้มมากเลยล่ะ

ในย่านที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านนั้น ตามร้านรวงต่าง ๆ ก็จะมีของฝากขายด้วย
เช่น "Tororindou" ที่ทำมาจากมันญี่ปุ่นและน้ำตาลทรายแดงจากโอกินาว่า
ที่เป็นของคุณภาพดีที่ให้สัมผัสนุ่มนิ่มและความหวานที่นุ่มละมุนชิ้นหนึ่งเช่น
เดียวกัน

  • Asakusa Mugitoro
    浅草むぎとろ
    • Address 2-2-4, Kaminarimon, Taito-ku, Tokyo, 111-0034
*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้