ท่องเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วง: คู่มือชมใบไม้เปลี่ยนสีและไฮไลต์ประจำฤดูกาล
- Written by: ทีมบรรณาธิการ LIVE JAPAN
ฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่นคือช่วงเวลาที่สวยงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์ทั้งต่อสายตาและหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสีทั่วประเทศ หรือบรรยากาศงานเทศกาลท้องถิ่นที่คึกคัก ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทางมาเยือนญี่ปุ่น มาค้นหาสถานที่ยอดนิยม กิจกรรมที่น่าทำ และเคล็ดลับการวางแผนทริปในช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปพร้อมกัน
(ภาพหลัก: PIXTA)
- Table of Contents
-
- ฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นเป็นอย่างไร?
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงคือเมื่อไหร่?
- ทำไมฤดูใบไม้ร่วงจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเที่ยวญี่ปุ่น?
- จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี
- เคล็ดลับในการเลือกจุดหมายชมใบไม้เปลี่ยนสี
- ทัวร์และกิจกรรมแนะนำในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วง
- ฤดูใบไม้ร่วงกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นเป็นอย่างไร?

ตั้งแต่สายลมเย็นบนภูเขาทางตอนเหนือของฮอกไกโดไปจนถึงอากาศอบอุ่นของคิวชู ฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่น (กันยายน–พฤศจิกายน) คือช่วงเวลาที่อากาศสบายที่สุดของปี
กลางวันอุณหภูมิกำลังดีและท้องฟ้ามักปลอดโปร่ง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20–27°C ในเดือนกันยายน และค่อย ๆ เย็นลงเป็น 10–17°C ภายในเดือนพฤศจิกายน (ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น พ.ศ. 2534–2563
)
ความชื้นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากฤดูร้อน แต่บางวันอาจยังมีฝนหรือลมจากพายุไต้ฝุ่นในช่วงกันยายนถึงตุลาคม ควรพกร่มติดตัวไว้เผื่อจำเป็น
สิ่งที่ทำให้ฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่นโดดเด่นคือ “โคโย” หรือ “โมมิจิ” การเปลี่ยนสีของใบไม้ที่งดงามราวภาพวาด ต้นเมเปิล เชอร์รี่ และพลับแต่งแต้มสีแดงและส้มอบอุ่น ส่วนต้นแปะก๊วยก็เปล่งประกายสีเหลืองทอง การเปลี่ยนสีของใบไม้เริ่มจากภาคเหนือและพื้นที่สูงก่อนจะค่อย ๆ แผ่ลงสู่ภาคใต้ สร้างทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องให้ผู้เดินทางได้ชื่นชมตลอดฤดูกาล
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงคือเมื่อไหร่?
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหน หากต้องการชมช่วงที่ใบไม้มีสีสันสวยที่สุด ควรตรวจสอบพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งจะระบุช่วงเวลาและพื้นที่ที่สีของใบไม้เริ่มเปลี่ยน
โดยทั่วไป ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่กลางถึงปลายเดือนกันยายนที่ฮอกไกโด ซึ่งเป็นเกาะทางเหนือสุดของญี่ปุ่น และค่อย ๆ เคลื่อนลงทางใต้จนถึงคิวชูในช่วงต้นเดือนธันวาคม
ช่วงเวลาที่ถือว่าเป็นฤดูชมใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นโดยรวมคือปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละปีขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
ทำไมฤดูใบไม้ร่วงจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการเที่ยวญี่ปุ่น?

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยหลายเหตุผล
1. เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สีสันสดใสในหลากหลายรูปแบบ
ก่อนอื่นต้องบอกว่า ทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ร่วงนั้นงดงามและเหมาะกับการถ่ายรูปอย่างยิ่ง คุณจะได้ชมความตัดกันของสีสันสดใสจากใบไม้ที่เปลี่ยนสีและท้องฟ้าสีคราม หรือภาพสะท้อนของใบไม้บนผิวน้ำที่งดงามราวภาพวาด นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวได้จากมุมมองที่หลากหลาย เช่น บนรถไฟ กระเช้าลอยฟ้า หรือระหว่างล่องเรือชมธรรมชาติ
2. เพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้งในญี่ปุ่น คุณสามารถไปเดินป่าหรือปีนเขาท่ามกลางธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และชมทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีที่รายล้อม
นอกจากนี้ยังสามารถตั้งแคมป์หรือทำแกลมปิ้ง (แคมป์แบบหรูหรา) ในสถานที่ที่มีวิวสวยงาม เพื่อสัมผัสประสบการณ์การนอนท่ามกลางหมู่ดาวและตื่นขึ้นมาพร้อมวิวธรรมชาติอันงดงาม
3. สัมผัสวัฒนธรรมและอาหารตามฤดูกาล

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและอาหารของญี่ปุ่น วัดและศาลเจ้าหลายแห่งจะถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟและดอกไม้เพื่อต้อนรับเทศกาลหรือกิจกรรมพิเศษประจำฤดูนี้
ในด้านอาหาร นี่คือช่วงที่วัตถุดิบตามฤดูกาลอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเกาลัด มันหวาน เห็ด ลูกพลับ องุ่น ลูกแพร์ และแอปเปิล นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ เช่น โซบะ (เส้นบัควีต) โอเด้ง (หม้อไฟญี่ปุ่นที่มีเครื่องหลากหลาย) และวากาชิ (ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม)
สำหรับอาหารไคเซกิ ซึ่งเป็นอาหารญี่ปุ่นชั้นสูง จะเน้นการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลในแต่ละคอร์ส หลายคนเชื่อว่าฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการลิ้มลองไคเซกิเป็นครั้งแรก
4. ผ่อนคลายในออนเซ็นท่ามกลางบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง
ไม่มีประสบการณ์ใดสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงได้ดีไปกว่าการแช่ออนเซ็นท่ามกลางไออุ่นของน้ำพุร้อนและสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสี ลองจินตนาการถึงการแช่ตัวในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่มีอากาศเย็นจากภูเขาไหลเวียนรอบตัว ขณะที่ใบเมเปิลและแปะก๊วยส่องประกายสีแดงและทอง สร้างบรรยากาศสงบงามราวกับความฝัน
เรียวกังออนเซ็นหลายแห่งยังยกระดับประสบการณ์นี้ให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยอาหารตามฤดูกาลแสนอร่อย เช่น ซุปเห็ดมัตสึทาเกะหอมกรุ่น หรือปลาซันมะย่างร้อน ๆ พร้อมวิวทิวเขาใบไม้แดง การผสมผสานของน้ำร้อน อากาศเย็นสดชื่น และรสชาติอาหารฤดูใบไม้ร่วงอันเข้มข้น ทำให้การพักผ่อนในฤดูนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี

ญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสี ต่อไปนี้คือจุดหมายปลายทางยอดนิยมจากเหนือจรดใต้ของประเทศ
1. โจซังเคอิ ออนเซ็น จังหวัดฮอกไกโด
โจซังเคอิ ออนเซ็นถือเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของฮอกไกโด เมืองออนเซ็นแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและหุบเขาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองสดใสในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งพร้อมชมวิวใบไม้เปลี่ยนสี หรือเดินเล่นริมแม่น้ำโทยะฮิระและสะพานแขวนฟุตามิที่มีทิวทัศน์สวยงาม
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
2.ทะเลสาบโทวาดะ จังหวัดอาโอโมริ
ทะเลสาบโทวาดะเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดอาโอโมริและอาคิตะในภูมิภาคโทโฮคุ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใสสะอาดและความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่ตัดกับสีน้ำเงินของผิวน้ำอย่างโดดเด่น วิธีที่ดีที่สุดในการชมความงามของฤดูใบไม้ร่วงคือการล่องเรือชมวิวรอบทะเลสาบ หรือขับรถชมธรรมชาติไปตามลำธารโออิราเสะ แม่น้ำสายงามที่ไหลออกจากทะเลสาบ
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
3. หุบเขานารุโกะ จังหวัดมิยากิ
หุบเขานารุโกะเป็นหนึ่งในหุบเขาที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังในภูมิภาคโทโฮคุ หุบเขาแห่งนี้มีความลึกประมาณ 100 เมตร และยาวราว 2.5 กิโลเมตร โดยมีหน้าผาและชั้นหินสูงชันที่สร้างฉากหลังอันน่าทึ่งให้กับสีสันของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดไฟประดับยามค่ำคืนเพิ่มความงดงามให้ทิวทัศน์
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
4. นิกโก้ จังหวัดโทจิงิ
นิกโก้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวได้ และยังเป็นพื้นที่มรดกโลกของยูเนสโกที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย เช่น ศาลเจ้าสามแห่งได้แก่ โทโชกุ ฟุตะราซัง และวัดรินโนจิ
นอกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว นิกโก้ยังเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อป่าไม้ทั่วบริเวณเปลี่ยนเป็นสีแดงและส้มสดใส จุดชมวิวที่สวยที่สุดได้แก่ ทะเลสาบชูเซ็นจิและน้ำตกเรียวซู
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
5. ฮาโกเนะ จังหวัดคานากาวะ
ฮาโกเนะเป็นเมืองออนเซ็นยอดนิยมที่มอบวิวภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบอาชิอันงดงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่น กระเช้าลอยฟ้าฮาโกเนะ พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งฮาโกเนะ และสวนพฤกษศาสตร์ฮาโกเนะโบตันนิกอล การมาเที่ยวในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการชมสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
6. ทะเลสาบคาวากุจิ จังหวัดยามานาชิ
ทะเลสาบคาวากุจิเป็นหนึ่งใน “ทะเลสาบทั้งห้าแห่งฟูจิ” และสามารถเดินทางจากโตเกียวได้สะดวก เหมาะสำหรับการพักค้างคืนหนึ่งหรือสองคืนในเมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเพื่อชมวิวภูเขาไฟฟูจิอันงดงาม
หนึ่งในจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือเจดีย์ชูเรโทะ ซึ่งสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ไกล ๆ โดยมีใบไม้สีแดงและทองในฤดูใบไม้ร่วงเป็นกรอบธรรมชาติที่เพิ่มความสวยงามให้ทิวทัศน์ยิ่งขึ้น
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
7. เกียวโต จังหวัดเกียวโต
เกียวโตเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมาเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกไม่ควรพลาด เมืองนี้มีเขตเมืองเก่าอย่างกิออนที่ยังคงกลิ่นอายของอดีตและจังหวะชีวิตที่สงบกว่ากรุงโตเกียว เกียวโตถือเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยสถานที่งดงามให้สำรวจมากมาย
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสีคือเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม สถานที่ยอดนิยม ได้แก่ ศาลเจ้าคิตาโนะเทนมังงู วัดเอคันโด วัดโทฟุคุจิ วัดคิโยมิสุเดระ ป่าไผ่อาราชิยามะ และเส้นทางปราชญ์ ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมอบวิวใบไม้สีแดงและทองสุดประทับใจ เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพสวย ๆ
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
8. คานาซาวะ จังหวัดอิชิกาวะ
คานาซาวะเป็นเมืองริมทะเลญี่ปุ่นที่ยังคงรักษาเสน่ห์และวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างงดงาม เมืองนี้มีเขตซามูไร ย่านเกอิชา และสวนประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ หนึ่งในสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นคือสวนเค็นโรคุเอ็น ซึ่งจะงดงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อใบไม้เปลี่ยนสีทั้งสวน นอกจากนี้ยังมีการจัดงานประดับไฟยามค่ำคืนในช่วงพีคของฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
9. ชิราคาวาโกะ จังหวัดกิฟุ
ชิราคาวาโกะเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางภูเขาในจังหวัดกิฟุ ที่ยังคงรักษาเสน่ห์ของเมืองเก่าไว้ได้อย่างงดงาม ด้วยบ้านไม้แบบดั้งเดิมและร้านค้าสไตล์โบราณ หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงด้านงานเทศกาล งานหัตถกรรม และอาหารพื้นเมือง
ในฤดูใบไม้ร่วง ชิราคาวาโกะจะถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและป่าที่แต่งแต้มไปด้วยสีแดง เหลือง และทอง มอบทิวทัศน์สวยงามให้ผู้มาเยือนได้เดินชมรอบหมู่บ้านอย่างเพลิดเพลิน
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
10. ภูเขาโคยะ จังหวัดวาคายามะ
ภูเขาโคยะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดวาคายามะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของนิกายชินงง พุทธศาสนานิกายสำคัญของญี่ปุ่น บริเวณภูเขามีวัดและอารามมากกว่าร้อยแห่ง โดยบางแห่งเปิดให้ผู้มาเยือนพักค้างคืน เพื่อสัมผัสบรรยากาศทางจิตวิญญาณและลิ้มลองอาหารมังสวิรัติแบบพระญี่ปุ่น
ในฤดูใบไม้ร่วง โคยะซังยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง วัดและป่าโดยรอบจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงและเหลืองสดใส สร้างบรรยากาศเงียบสงบที่เหมาะแก่การพักใจและดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติ
ที่พักแนะนำใกล้เคียง
เคล็ดลับในการเลือกจุดหมายชมใบไม้เปลี่ยนสี
เมื่อเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญบางประการ
- ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ช่วงเวลาการเปลี่ยนสีของใบไม้จะแตกต่างกันตามภูมิภาคและระดับความสูง ควรตรวจสอบพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีก่อนวางแผนการเดินทาง และควรยืดหยุ่นเรื่องวันเดินทางหากทำได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นหนาแน่นที่สุด
- การเดินทางและการเข้าถึง: จุดหมายปลายทางบางแห่งอาจเดินทางไปได้สะดวกกว่าที่อื่น ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและวิธีการเดินทาง ควรตรวจสอบความสะดวกและค่าใช้จ่ายของรถไฟ รถบัส แท็กซี่ หรือรถเช่าที่สามารถพาไปยังจุดหมายได้ รวมถึงพิจารณาระยะทางและเวลาเดินทางระหว่างแต่ละสถานที่
- ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก: บางพื้นที่อาจมีตัวเลือกที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า ควรตรวจสอบราคาห้องพักและความพร้อมของโรงแรม เรียวกัง (ที่พักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม) โฮสเทล เกสต์เฮาส์ หรือแคมป์ไซต์ที่ตรงกับงบประมาณและความชอบของคุณ รวมถึงเช็กสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น Wi-Fi อาหารเช้า ที่จอดรถ หรือบริการซักรีด
ทัวร์และกิจกรรมแนะนำในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ญี่ปุ่นมีกิจกรรมหลากหลายให้เพลิดเพลินในฤดูใบไม้ร่วง ขึ้นอยู่กับความสนใจและสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคน ต่อไปนี้คือกิจกรรมยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดในช่วงฤดูกาลนี้
- การเดินป่าและปีนเขา: ญี่ปุ่นมีเส้นทางเดินป่าและปีนเขามากมาย ตั้งแต่เส้นทางง่ายไปจนถึงท้าทาย ทั้งในเมือง ชนบท และบนภูเขาสูง กิจกรรมนี้เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น พร้อมทั้งได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายไปในตัว จุดหมายปลายทางยอดนิยมได้แก่ ภูเขาไฟฟูจิ (เปิดให้ปีนได้ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน) คามิโคจิ (หุบเขาที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ) ยากุชิมะ (เกาะที่มีป่าต้นสนซีดาร์โบราณ) และเส้นทางแสวงบุญคุมาโนะโคโดะ (เครือข่ายเส้นทางแสวงบุญที่เชื่อมต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง)
- แคมป์ปิ้ง: การตั้งแคมป์เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเย็นสบายและทิวทัศน์สวยงาม แคมป์ปิ้งเป็นทางเลือกที่ทั้งสนุกและประหยัดเมื่อเทียบกับการพักในโรงแรมหรือเรียวกัง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบธรรมชาติ สามารถตั้งแคมป์ได้ทั้งในพื้นที่ที่จัดไว้โดยเฉพาะหรือพื้นที่ธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับความชำนาญและความชอบ สถานที่ยอดนิยม ได้แก่ ทะเลสาบโมโตสุ (ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ) อุทยานแห่งชาติชิโคสึ–โทยะ (มีทะเลสาบภูเขาไฟและออนเซ็น) อุทยานแห่งชาติโอเซะ (มีพืชพันธุ์อัลไพน์และพื้นที่ชุ่มน้ำ) และหมู่เกาะโอกินาวะ (ชายหาดเขตร้อนและแนวปะการัง)
- การเยี่ยมชมวัดและศาลเจ้า: วัดและศาลเจ้าเป็นศูนย์รวมศรัทธาและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและทรงคุณค่า การมาเยือนสถานที่เหล่านี้ช่วยให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศาสนา และขนบธรรมเนียมของญี่ปุ่น รวมถึงได้ชื่นชมความประณีตของอาคารและสวน วัดและศาลเจ้าหลายแห่งยังมีกิจกรรมพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง เช่น การประดับไฟ เทศกาล หรือพิธีกรรมต่าง ๆ ตัวอย่างสถานที่ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ วัดคินคะคุจิ (ศาลาทองคำ) ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (มีเสาโทริอิสีแดงนับพันต้น) วัดโทไดจิ (มีพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่) และศาลเจ้าเมจิ (อุทิศให้จักรพรรดิเมจิ)
- การลิ้มลองอาหาร: อาหารถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพราะเต็มไปด้วยรสชาติ วัตถุดิบ และรูปแบบที่หลากหลาย อีกทั้งยังสะท้อนถึงฤดูกาลและวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละภูมิภาค การชิมอาหารญี่ปุ่นจึงเป็นประสบการณ์ที่ทั้งอร่อยและเปิดมุมมองใหม่ ๆ สามารถเพลิดเพลินได้ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ แผงลอย ตลาด ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ อาหารยอดนิยมได้แก่ ซูชิ ราเมน เทมปุระ ยากิโทริ โอโคโนมิยากิ โมจิ มัทฉะ และสาเก
ทัวร์แนะนำสำหรับฤดูใบไม้ร่วง
-
ทัวร์ชมใบเมเปิลหนึ่งวันจากโตเกียว
รายละเอียดและการจอง ▶
(ภาพ: Klook) -
ทัวร์มรดกโลกนิกโก้แบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว
รายละเอียดและการจอง ▶
(ภาพ: Klook) -
ทัวร์ฤดูใบไม้ร่วงจังหวัดอาโอโมริ: หุบเขาโออิราเสะ ทะเลสาบโทวาดะ สวนฮิโรซากิ และหมู่บ้านเนปูตะ
รายละเอียดและการจอง ▶
(ภาพ: KKday) -
ทัวร์ชมใบไม้เปลี่ยนสี วัดพระพุทธเจ้า และภูเขาโยชิโนะ พร้อมกิจกรรมเก็บส้ม (ออกเดินทางจากโอซาก้า)
รายละเอียดและการจอง ▶
(ภาพ: Klook) -
ทัวร์หนึ่งวันชมไฮไลต์เกียวโต: ปราสาทนิโจ วัดคินคะคุจิ อาราชิยามะ และศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ
รายละเอียดและการจอง ▶
(ภาพ: KKday) -
ทัวร์หนึ่งวันเส้นทางฮาคุซัง–ชิราคาวาโกะ และชมใบไม้เปลี่ยนสีตามเส้นทางไวท์โรด
รายละเอียดและการจอง ▶
(ภาพ: Klook) -
ทัวร์ส่วนตัวภูเขาไฟฟูจิแบบปรับแต่งได้ หนึ่งวันจากโตเกียว
รายละเอียดและการจอง ▶
(ภาพ: Klook)
ฤดูใบไม้ร่วงกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล แต่เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนทั้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย หนึ่งในประเพณีที่มีชื่อเสียงคือ “สึกิมิ” หรือเทศกาลชมพระจันทร์ ซึ่งผู้คนจะมารวมตัวกันเพื่อชมพระจันทร์เต็มดวงและเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว
แม้แต่ร้านฟาสต์ฟู้ดยังร่วมในบรรยากาศนี้ เช่น แมคโดนัลด์ที่ออกเมนู “สึกิมิ เบอร์เกอร์” แบบจำกัดช่วงเวลา โดยมีไข่ดาวเป็นสัญลักษณ์แทนพระจันทร์ ตั้งแต่พิธีกรรมโบราณไปจนถึงเทรนด์สนุก ๆ ตามฤดูกาล ฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่นจึงเป็นภาพสะท้อนที่ลงตัวของการผสมผสานระหว่างประเพณีและความร่วมสมัย
ฮิกัน: สัปดาห์แห่งวันวิษุวัต

“ฮิกัน” หมายถึงช่วงเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์รอบวันวิษุวัต ซึ่งเกิดขึ้นปีละสองครั้ง ได้แก่ วันวิษุวัตในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง โดยช่วงนี้เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านระหว่างฤดูหนาวสู่ฤดูใบไม้ผลิ และจากฤดูร้อนไปสู่ฤดูใบไม้ร่วง
ในช่วงวันวิษุวัตฤดูใบไม้ร่วง หนึ่งในภาพที่สวยงามที่สุดคือดอกฮิกันบานะ หรือที่รู้จักกันในชื่อดอกพลับพลึงแดง (red spider lily) ที่เบ่งบานสะพรั่งไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นธรรมเนียมที่ผู้คนจะไปเยี่ยมหลุมศพบรรพบุรุษของตน
หลังจากทำความสะอาดหลุมศพเรียบร้อยแล้ว ผู้คนมักจะนำดอกไม้และขนม “โอฮางิ” ไปวางเป็นเครื่องเซ่นไหว้ ขนมโอฮางิทำจากข้าวเหนียวบดเป็นก้อนเล็ก ๆ เคลือบด้วยถั่วแดงกวน รสหวานละมุน เป็นขนมดั้งเดิมที่สื่อถึงความกตัญญูและการระลึกถึงผู้ล่วงลับ
งานกีฬาสีประจำฤดูใบไม้ร่วง

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศเย็นสบาย โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นมักจัดงานกีฬาสีที่เรียกว่า “อุนโดไก” ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมของเด็กนักเรียน โดยนักเรียนจะถูกแบ่งออกเป็น “ทีมแดง” และ “ทีมขาว” เพื่อแข่งขันกันในกีฬาหลากหลายประเภท รวมถึงกิจกรรมสนุก ๆ เช่น การวิ่งแข่งและการเต้นรำ
ด้วยเหตุนี้ วันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคมจึงถูกกำหนดให้เป็น “วันกีฬาแห่งชาติ” (Sports Day) ซึ่งเป็นวันหยุดราชการที่ทั่วประเทศจะจัดกิจกรรมและการแข่งขันกีฬามากมาย ทั้งก่อนและหลังวันดังกล่าว
เทศกาลวัฒนธรรมและงานใหญ่ประจำฤดูใบไม้ร่วง
นอกจากใบไม้เปลี่ยนสี อาหารอร่อย และอากาศสบายแล้ว ฤดูใบไม้ร่วงยังถูกขนานนามว่าเป็น “ฤดูกาลแห่งศิลปะ” อีกด้วย ในช่วงนี้ โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วญี่ปุ่นจะจัดงานเทศกาลวัฒนธรรมประจำปี หรือที่เรียกว่า “บุงกะไซ” และ “งาคุเอ็นไซ” ซึ่งมักตรงกับวันวัฒนธรรม (3 พฤศจิกายน) ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ
นอกเหนือจากงานที่จัดโดยนักเรียนแล้ว ช่วงฤดูใบไม้ร่วงยังเต็มไปด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมและกีฬาขนาดใหญ่ เช่น
・ซูโม่: การแข่งขันซูโม่ระดับแกรนด์ทัวร์นาเมนต์ครั้งที่ห้า หรือ “อากิบาโช” (Autumn Tournament) จัดขึ้นที่โตเกียว ณ สนามเรียวโงกุโคคุงิกังในเดือนกันยายน ส่วนการแข่งขันสุดท้ายของปี “คิวชูบาโช” จะจัดขึ้นที่ฟุกุโอกะในเดือนพฤศจิกายน
・ขบวนพาเหรดเกียวโต: วันที่ 22 ตุลาคม เกียวโตจะจัดงาน เทศกาลจิไดมัตสึริ (Jidai Matsuri) ขบวนพาเหรดทางประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ที่ผู้เข้าร่วมแต่งกายย้อนยุคกว่า 1,000 ปีแห่งประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เดินขบวนจากพระราชวังอิมพีเรียลเกียวโตไปยังศาลเจ้าเฮอัน
・เทศกาลของโอซาก้า: ที่เมืองคิชิวาดะ ริมชายฝั่งของโอซาก้า จะจัดงาน คิชิวาดะ ดันจิริ มัตสึริ ในเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ่งมีชื่อเสียงจากการที่ทีมต่าง ๆ ช่วยกันลากรถไม้แกะสลักขนาดใหญ่และงดงาม (ดันจิริ) วิ่งผ่านถนนด้วยความเร็วสูง
โครโมกาเอะ: ธรรมเนียมเปลี่ยนเสื้อผ้าตามฤดูกาล

ในญี่ปุ่น ฤดูกาลมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก จนมีคำเฉพาะสำหรับการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาลว่า “โครโมกาเอะ” ธรรมเนียมนี้มีมาตั้งแต่สมัยเฮอัน โดยขุนนางในราชสำนักจะเปลี่ยนจากชุดฤดูร้อนไปเป็นชุดฤดูหนาวตามช่วงเวลา
ธรรมเนียมนี้ยังคงเห็นได้ชัดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในโรงเรียนและหน่วยงานราชการ เช่น ตำรวจ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นเครื่องแบบฤดูร้อนในวันที่ 1 มิถุนายน และกลับมาใส่เครื่องแบบฤดูหนาวในวันที่ 1 ตุลาคม ส่วนในครัวเรือนญี่ปุ่น ตู้เสื้อผ้าก็จะมีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน โดยเก็บเสื้อผ้าบางเบาของฤดูร้อนไว้ และนำเสื้อกันหนาวหรือเสื้อแขนยาวออกมาใช้แทน
ฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นคือช่วงเวลาที่ปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นขึ้น ไม่ว่าคุณจะเดินท่องไปในหุบเขา ชมสวนวัดเก่าแก่ หรือแช่ออนเซ็นท่ามกลางไอหมอกและใบไม้สีแดงทอง ทุกช่วงเวลาล้วนสอดประสานอย่างลงตัวกับธรรมชาติ เป็นฤดูกาลที่ชวนให้คุณได้หยุดพัก หายใจลึก ๆ และสัมผัสความสงบงามของญี่ปุ่นในมุมที่งดงามที่สุด
- หมวดหมู่
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.
Recommended places for you
-
Jukuseiniku-to Namamottsuarera Nikubaru Italian Nikutaria Sannomiya
Izakaya
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
Kanzenkoshitsuyakinikutabehodai Gyugyu Paradise Sannomiya
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
ISHIDAYA Hanare
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
Appealing
Rukku and Uohei
Izakaya
Sapporo / Chitose
-
Goods
Yoshida Gennojo-Roho Kyoto Buddhist Altars
Gift Shops
Nijo Castle, Kyoto Imperial Palace
-
Kambei Sannomiyahonten
Yakiniku
Kobe, Sannomiya, Kitano
-
5 จุดแนะนำสำหรับท่องเที่ยวมือเปล่ารอบ ๆ นาริตะ เหมาะกับเวลาว่างก่อนหรือหลังขึ้นเครื่อง!
-
เส้นทางยอดนิยมสำหรับท่องเที่ยวอะตะมิ
-
10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียว: ทริปเที่ยวสัมผัสธรรมชาติและประวัติศาตร์แบบไปเช้าเย็นกลับ
-
หากต้องการใช้ชีวิตยามราตรีในโตเกียวล่ะก็ มีบาร์ที่อยากกให้ลองไปกัน
-
[MOVIE] ไปดูโชว์แล่ปลามากุโร่และลิ้มรสปลาสดๆแล่ใหม่ๆกันเถอะ!
-
เสน่ห์ของการชมดอกไม้ที่อุเอโนะ โตเกียว ทั้ง 4 ฤดูกาล (ผลิ ร้อน ร่วง หนาว) และข้อมูลงานกิจกรรมต่างๆ
-
5 วิธีสนุกที่รปปงหงิฮิลส์
-
พืชและสัตว์กว่า 3,000 ชนิดที่อาศัยอยู่รอบบริเวณป่าของศาลเจ้าเมจิ
-
เพลิดเพลินไปกับสวนกุหลาบฤดูใบไม้ร่วง & จุดชมดอกคอสมอสและโคเคียสีแดง
-
มนุษย์ญี่ปุ่นก็เป็นอย่างนี้แหละ! มาเรียนรู้สิ่งที่คนญี่ปุ่นชอบทำกัน
-
การเดินทางจากสนามบินนาริตะ มาประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกก็ไม่มีปัญหา!
-
แผนที่ & ข้อมูลท่องเที่ยวอุเอโนะ โตเกียว|บริเวณสถานีอุเอโนะ
































