HOME พื้นที่โดยรอบมหานครโตเกียว นะริตะ นั่งรถไฟจากสนามบินแค่ 10 นาที! เดินเล่นหน้าวัด “Naritasan Shinshoji”
นั่งรถไฟจากสนามบินแค่ 10 นาที!
เดินเล่นหน้าวัด “Naritasan Shinshoji”

นั่งรถไฟจากสนามบินแค่ 10 นาที!
เดินเล่นหน้าวัด “Naritasan Shinshoji”

Date published: 24 ก.พ. 2561
Last updated: 29 ต.ค. 2561

วัดพุทธนิกาย “Shingonshu” (นิกายหนึ่งของศาสนาพุทธในญี่ปุ่น) อันโด่งดังที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ
จังหวัดชิบะ ถนนด้านหน้าวัด “Omotesando” ที่เป็ฯทางนำไปสู่ประตูวัดนั้น มีร้านอาหารญี่ปุ่นอย่าง
ร้านข้าวหน้าปลาไหลเจ้าเด็ด ร้านขายขนม “Yokan (วุ้นถั่วแดง)” ชื่อดัง ร้านขนมดังโงะที่ปั้นแป้งเอง
จนรสชาติเป็นที่ติดอกติดใจของหลายๆคน ฯลฯ และร้านขายของที่จะทำให้คุณช็อปได้อย่างสนุกสนาน
เรียงรายอยู่มากมาย จนทำให้ถนนสายนี้คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว

สถานีรถไฟที่อยู่ใกล้วัดนี้มากที่สุดคือสถานีรถไฟ JR นาริตะ และหากไปขึ้นรถไฟสาย Keisei จาก
สถานีรถไฟ Keisei นาริตะ ก็จะสามารถเดินทางไปยังสนามบินนาริตะด้วยเวลาเพียง 10 นาที ตัววัด
อยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งทางช่วงครึ่งหลังที่เป็นทางลงเนินจะคึกคักมากเป็นพิเศษ

นอกจากข้อดีที่ว่าตัววัดสามารถแวะเที่ยวได้ช่วงระหว่างเดินทางจากสนามบินนาริตะไปโตเกียวแล้ว
ยังวมีบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนาริตะหรือมาพักที่โรงแรมในบริเวณ
ใกล้เคียง “Narita Transit & Stay Program” ซึ่งจะมีอาสาสมัครทัวร์ไกด์มาพาเที่ยวเตรียมไว้อีกด้วย
แนะนำว่าให้ไปลองเช็คข้อมูลเตรียมตัวกันไว้ก่อนเลย

1. ตามริมทางเดินหลักหน้าวัดจะมีรูปปั้นหิน 12 นักษัตรวางเรียงรายอยู่ 2. “Chomeisen Kuramoto Takizawa honten” โรงกลั่นเหล้าญี่ปุ่นชื่อดังที่ตั้งอยู่ในบริเวณทางเดินเข้าวัด 3. บ่อน้ำ “Ofudosama no Ido” ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังร้านขนมญี่ปุ่น “Nagomi no Yoneya Souhonten” 4. รูปปั้นเต่า สัญลักษณ์แห่งความอายุยืนก็มีอยู่ที่นี่
1. ทางลงเนินจาก “Yakushido” ที่ยาวไปจนถึงหน้าประตูวัด Naritasan Shinshoji 2. แนวร้านขายของฝากและร้านอาหาร 3. ร้านขายปลาไหล “Kawatoyo” ที่สามารถดูการย่างปลาไหลได้ที่หน้าร้าน 4. ทางเดินแคบๆจากถนนหลักที่จะนำไปสู่ร้าน “Miyoshiya”
1. อาคารไม้ 3 ชั้นของเรียวกัง “Oonoya” ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1935 2. / 3. อาคารโกดังเก่าแบบญี่ปุ่น 2 ชั้นของร้านขายยา “Ichiryugan Mitsuhashi Yakkyaku” ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น 4. ประตูหน้าของวัด Naritasan Shinshoji

ชี้ชัดความแตกต่างด้วยซอสสูตรลับและทักษะที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน
กับ “Unaju (ข้าวหน้าปลาไหล)” เมนูเด็ดของ Naritasan จากร้านเก่าแก่ “Kawatoyo”

ชี้ชัดความแตกต่างด้วยซอสสูตรลับและทักษะที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน
กับ “Unaju (ข้าวหน้าปลาไหล)” เมนูเด็ดของ Naritasan จากร้านเก่าแก่ “Kawatoyo”
Jo Unaju (เสิร์ฟพร้อมซุป)

“Unaju (ข้าวหน้าปลาไหล)” เมนูชื่อดังที่ได้รับความนิยมจากผู้คนที่เดินทางมาสักการะวัด Naritasan
Shinshoji มาตั้งแต่อดีต แม้แต่ในปัจจุบัน ร้านขายข้าวหน้าปลาไหลที่ตั้งอยู่ในบริเวณทางเดินเข้าวัด
แห่งนี้มีมากถึงกว่า 60 ร้าน ในจำนวนนั้น ร้านที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมก็คือร้าน “Kawatoyo”
ร้านอาหารเก่าแก่ที่เริ่มเปิดขายอาหารที่ทำจากปลาน้ำจืดตั้งแต่ปีค.ศ. 1910 ปลาไหลเป็นๆจะถูกนำมา
ผ่าสดๆและเสียบไม้ จากนั้นจะนำไปย่างพลางจิ้มซอสสูตรพิเศษจนได้รสชาติที่นุ่มฟู ซอสสูตรพิเศษ
ที่ใช้ยาวนานนับตั้งแต่เปิดร้านนั้นจะช่วยดึงรสชาติอันหอมหวลของปลาไหลให้ออกมาถึงขีดสุด
เมนูของร้านมีทั้งหมด 3 เมนู คือ “Unaju” ราคา 2,500 เยน “Jo Unaju” ราคา 3,100 เยน และ
“Tokujo Unaju” ราคา 4,100 เยน เมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ “Jo Unaju” นั่นเอง ตัวร้านเป็น
อาคารไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี เอาคะแนนความขลังไปเลย 100 คะแนนเต็ม แถมที่หน้าร้านยังสามารถ
ดูการปิ้งปลาไหลได้อีกด้วย

1. อาคารไม้ 3 ชั้นที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ 1917 เพื่อใช้เป็นเรียวกัง 2. หัวหน้าพ่อครัวผู้มีประสบการณ์มากว่า 50 ปี (ขวา) 3. ปลาไหลที่ถูกย่างจนส่งกลิ่นหอม 4. ที่นั่งบนชั้น 2 ของร้านที่สามารถมองดูวิวของทางเดินหลักจากมุมสูงได้

เวลาทำการ : 10:00 ~ 17:00 (ปิดรับออเดอร์)
วันหยุด : ไม่มีวันหยุด (อาจมีวันหยุดในบางช่วงเวลา ซึ่งไม่กำหนดแน่นอน)
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 8 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

  • Kawatoyo
    川豊
    • Address 386 Nakamachi, Narita-City, Chiba Prefecture, 286-0027
    • Phone Number 0476-22-2711

เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่โมจิที่ทำโดยการใช้ครกตำเอง!
นั่งพักกินดังโงะกันสักนิดที่ร้าน “Goto Dangoya”

เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่โมจิที่ทำโดยการใช้ครกตำเอง!
นั่งพักกินดังโงะกันสักนิดที่ร้าน “Goto Dangoya”
“Yakidango” ราดซอสหวาน 1 จานมี 3 ไม้ ราคา 450 เยน

ร้านดังโงะเก่าแก่ที่เปิดร้านมาตั้งแต่สมัยเอโดะปี Koka ที่ 2 (ปีค.ศ. 1845) โดยที่ไม่เคยย้ายไปไหน
ในปัจจุบันได้สืบทอดมาถึงรุ่นที่ 7 เมนูเด็ดของร้านนี้มี 2 เมนูคือ “Yakidango” และ “Andango”
ราคา 3 ไม้ 450 เยน แป้งโมจิที่ใช้ทำขนมดังโงะนั้น จะถูกเตรียมใหม่ทุกเช้าด้วยการใช้ครกและสาก
ตำแป้งโมจิตามแบบฉบับการทำแป้งโมจิในสมัยโบราณของญี่ปุ่น จนได้แป้งโมจิที่นุ่มแต่เคี้ยวมันส์
และถั่วแดงบดที่ใช้ราดบน “Andango” ทั้งหมดนั้นเจ้าของร้านก็จะเป็นคนลงมือทำเองทั้งหมด นอกจากนี้
เราก็ขอแนะนำเมนู “Cream Anmitsu” ที่จะใช้ผลไม้ตามฤดูกาลมาเป็นท็อปปิ้งให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
และเมนูยอดฮิตที่จะมาปรากฎตัวในช่วงหน้าร้อนอย่าง “Kakikori (น้ำแข็งไส)” ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่
จะทำให้เพลินเพลินไปกับความรู้สึกเมื่อครั้งได้กินน้ำแข็งไสในวัยเยาว์

1. / 2. ตัวอาคารที่เพิ่มถูกสร้างใหม่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ 3. ที่นั่งภายในร้านมีทั้งแบบโต๊ะธรรมดา และเสื่อทาทามิ 4. Andango 1 จาน 3 ไม้ ราคา 450 เยน โมจิที่ไม่ถูกไม้เสียบ 3 ชิ้น

เวลาทำการ : 10:30 ~ 17:00
วันหยุด : ไม่กำหนดแน่นอน
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 7 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

  • Goto dangoya
    後藤だんご屋
    • Address 499 Kamicho, Narita-City, Chiba Prefecture, 286-0032
    • Phone Number 0476-22-2560

คาเฟ่ที่อบอวนไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบญี่ปุ่น
ขนมหวานญี่ปุ่นที่ร้าน “Miyoshiya” ภูมิใจนำเสนอ

คาเฟ่ที่อบอวนไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบญี่ปุ่น
ขนมหวานญี่ปุ่นที่ร้าน “Miyoshiya” ภูมิใจนำเสนอ
วุ้นที่ทำมาจากสาหร่าย “Tenkusa” ธรรมชาติ ถั่วแดงบด ไอศครีม ฯลฯ ที่มารวมกันในถ้วย “Cream Anmitsu” ราคา 800 เยน

ร้าน “Miyoshiya” อยู่ในซอยเล็กๆที่แยกออกมาจากถนนหลักที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาสักการะ
วัด Naritasan Shinshoji คาเฟ่ที่อบอวนไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเป็นญี่ปุ่นที่มีสายน้ำที่ไหลผ่าน
ลำธารเล็กๆและดอกไม้ที่บานสะพรั่งสวยงามในทุกฤดูกาล นอกจากตัวอาคารติดกระจกที่อยู่ใน
สวนแล้วยังมีที่นั่งเคาน์เตอร์และที่นั่งแบบกึ่งโอเพ่นแอร์ไว้ให้บริการอีกด้วย เมนูขนมหวานของที่นี่
ต่างก็เป็นเมนูที่มีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างเช่น “Oshirugo (ร้อน / เย็น)” ราคา 650 เยน
ที่ใช้ถั่วแดงจากฮอกไกโด หรือจะเป็น “Shirodama Azuki” ที่ใช้ถั่วแดงเม็ดโต “Dainagon” ผลผลิต
จากเมือง Tamba เป็นต้น หรือจะเป็นขนมโมจิทำเองที่มาในราคา 750 เยนก็เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้
หากสั่งของหวานแล้วล่ะก็สามารถเพิ่มเงิน 350 เยน เพื่อสั่งเป็นเซ็ทเครื่องดื่มชาเขียวหรือกาแฟได้อีกด้วย

1. ทางเดินเล็กๆที่จะพาไปสู่ร้าน 2. ร่มแดงหรือโคมไฟหินที่จะมาช่วยให้รู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ่น 3. ที่นั่งตรงระเบียงแบบกึ่งเปิด 4. ที่นั่งติดกระจกที่สามารถนั่งชมวิวสวนได้

เวลาทำการ : 10:30 ~ 17:00
วันหยุด : วันพุธ (เดือนมกราคม พฤษภ่คม กันยายน ไม่มีวันหยุด)
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 8 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

  • Miyoshiya
    三芳家
    • Address 386-2 Nakamachi, Narita-City, Chiba Prefecture, 286-0027
    • Phone Number 0476-22-2147

ตะลึงกับหน้าซูชิสดใหม่ชิ้นโต!
“Narita Edokko Sushi Sandohonten”

ตะลึงกับหน้าซูชิสดใหม่ชิ้นโต!
“Narita Edokko Sushi Sandohonten”
เซ็ตยอดนิยมของชาวต่างชาติ “Tokyo thukigi” ราคา 3,564 เยน

ร้าน “Narita Edokko Sushi Sandohonten” ร้านซูชิเจ้าเด็ดที่สามารถลิ้มลองซูชิตำหรับ “Edomae” แท้ๆได้
จนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ภายในเคาน์เตอร์ยาวซึ่งเป็นจุดเด่นของร้านซูชิตำหรับ
Edomae นั้น เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่และเชฟฝีมือเยี่ยมที่จะมาโชว์ฝีมือ ความลับที่ทำให้ร้าน
ได้รับความนิยมนั้นก็คือความสดใหม่ของวัตถุดิบและขนาดที่มาแบบไม่มีกั๊ก ซูชิแต่ละคำนั้นจะถูกโปะ
หน้าด้วยชิ้นปลาที่มีขนาดใหญ่กว่าก้อนข้าวกว่าเท่าตัว ทำให้ลูกค้าต่างตกตะลึงจนหลายๆคนต่างพากัน
หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปแบบไม่รู้ตัว วัตถุดิบที่ใช้วางบนหน้าข้าวห่อสาหร่ายอย่างไข่ปลาแซลมอนหรือ
ไข่หอยเม่นก็มีความสดใหม่ไม่แพ้กัน เมนูสามารถสั่งได้ตั้งแต่ 1 คำ (1 จาน 2 คำก็มี) ขึ้นไป แถมยังมี
ภาษาอังกฤษให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ชื่นใจ เซ็ทซูชิสุดคุ้มมีให้เลือก 3 เซ็ทด้วยกัน คือ “Take”
ราคา 1.728 เยน “Jo” ราคา 2,376 เยน และ “Tokujo” ราคา 2,808 เยน

1. ร้านตั้งอยู่บริเวณริมทางเดินหลัก 2. เมนูปูย่าง ราคา 840 เยน (ข้าวห่อสาหร่าย 2 ชิ้น) 3. ซูชิที่มาพร้อมกับวัตถุดิบสดใหม่อย่าง ไข่หอยเม่น กุ้ง ไข่ปลาแซลมอน มากุโระ ฯลฯ 4. มีเมนูภาษาอังกฤษ

เวลาทำการ : 11:00 ~ 14:30 (ปิดรับออเดอร์ 14:00) 17:00 ~ 22:00 (ปิดรับออเดอร์ 21:30)
วันหยุด : วันจันทร์
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 3 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

  • Narita Edokko Sushi Sando Honten
    成田江戸っ子寿司 参道本店
    • Address 536-10 Hanazakicho, Narita-City, Chiba Prefecture, 286-0033
    • Phone Number 0476-22-0530

Yokan (วุ้นถั่วแดง) สร้างชื่อ “Nagomi no Yoneya Sohonten”
ขนมญี่ปุ่นที่ดูสมกับเป็นของฝากจากจังหวัดชิบะก็มีเต็มไปหมด

Yokan (วุ้นถั่วแดง) สร้างชื่อ “Nagomi no Yoneya Sohonten”
ขนมญี่ปุ่นที่ดูสมกับเป็นของฝากจากจังหวัดชิบะก็มีเต็มไปหมด
Kurimushi Yokan (วุ้นถั่วแดงผสมเกาลัด)

“Nagomi no Yoneya” เป็นร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่สมัยเมจิปีที่ 32 (ปีค.ศ. 1899) เจ้าของ
ขนม “Kurimushi Yokan”ของฝากสุดฮอทของผู้ที่มาสักการะวัด Naritasan Shinshoji “Kurimushi
Yokan” ในอดีตเคยเป็น “Shojin Ryori (อาหารที่ถูกที่ปรุงเพื่อให้ผ่อนคลายจิตใจตามหลักศาสนาพุทธ)”
ของวัด Naritasan Shinshoji มาก่อน ซึ่งใช้เกาลัดเป็นส่วนผสมหลัก เมนูเด็ดที่ทำให้คุณเสพติดวุ้นถั่วแดง
ด้วยรสชาติที่หวานหอมและความอร่อยจากเกาลัดที่ใส่มาจนแน่น ตามมาด้วย “Dainagon Yokan” ที่ใช้
ถั่วแดงคุณภาพดีมาเป็นวัตถุดิบ และ “Honneri Yokan” ที่ให้รสสัมผัสอันนุ่มนวล ก็เป็นเมนูที่ท็อปฮิต
ไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ภายในร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ยังมีขนมญี่ปุ่นทำมาจากวัตถุดิบจากจังหวัดชิบะ
วางขายมากมาย ขนม “Peanuts Monaka” คือขนมที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดยใช้ทำรูปร่างเลียนแบบ
ถั่วลิสง และภายในเวเฟอร์รูปเปลือกถั่วลิสง ก็คือ ถั่วลิสงกวนนั่นเอง แถมแพ็คเกจที่มาในรูปถ่วลิสง
ยังดูน่ารักจนความนิยมพุ่งพรวด ที่สำคัญภายในร้านยังมีอาคารจัดแสดงเกี่ยวกับขนม Yokan
(10:00 – 16:00) ที่จะแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของขนมชนิดนี้ให้เราได้รู้กันอีกด้วย

1. มีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ 2. ขนม “Peanuts Monaka” 1 ชิ้น 108 เยน บรรจุกล่อง 8 ชิ้น 1,080 เยน 3. ขนม “Nagomi Dorayaki” ไส้ถั่วแดงชิ้นละ 150 เยน เพิ่มโมจิชิ้นละ 162 เยน เพิ่มเกาลัดชิ้นละ 172 เยน 4. ทางเข้าอาคารจัดแสดงขนม Yokan

เวลาทำการ : 8:00 ~ 18:00 (อาจมีการเปลี่ยนแปลงในบางช่วงเวลา)
วันหยุด : ไม่มีวันหยุด
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 7 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

  • NAGOMI-YONEYA
    なごみの米屋 總本店
    • Address 500 Kamicho, Narita-City, Chiba Prefecture, 286-0032
    • Phone Number 0476-22-1661

ร้าน “Naritasan Omotesando Sabonsama”
กับสบู่รูปทรงแปลกใหม่ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด

ร้าน “Naritasan Omotesando Sabonsama”
กับสบู่รูปทรงแปลกใหม่ที่วางเรียงรายเต็มไปหมด
สบู่ “Cleansed of Pearl” มีทั้งหมด 6 แบบ ก้อนละ 1,728 เยน (ยกเว้นแบบ Gold lotus ราคา 2,160 เยน)

ร้าน “Naritasan Omotesando Sabonsama” ที่วางขายสบู่ล้างหน้ารูปแบบใหม่ที่นุ่มนิ่มเหมือนพุดดิ้ง
จนกลายเป็นที่กล่าวถึง สบู่ที่ว่านี้มีส่วนผสมของสารที่ให้ความความชุ่มชื้นสกัดจาก “มะขาม” ซึ่งจะ
ช่วยให้ฟองสบู่นุ่มฟูและให้ความรู้สึกว่าหน้านุ่มชุ่มชื้นหลังล้างหน้า จนกลายเป็นสินค้ายอดฮิตใน
หมู่สาวๆ และสบู่ในชุด “Cleansed of Pearl” ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่รูปร่างทรงกลมและสีสันสดใสนั้นมี
ทั้งหมด 6 แบบ เช่น สบู่กลิ่นดอก kinmokusei “Amber” สบู่กลิ่นดอก Suzuran “Edo Murasaki”
ฯลฯ ซึ่งแต่ละสีก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป เช่น ทำให้ผิวสวย รักษาความชุ่มชื้น หรือสำหรับ
ผิวแห้ง เป็นต้น และสบู่ตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ “Gold lotus” ซึ่งมีส่วนผสมของทองคำแท้
ที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่นของไม้จันทน์หอม จะกลิ่นไหนหรือสรรพคุณอะไรก็เลือกกันได้
ตามใจชอบ แถมภายในร้านยังมีก๊อกน้ำเรียงรายไว้ให้ใช้สบู่ทดสอบล้างมือกันอีกด้วย

1. ร้านเพิ่มเปิดที่ริมทางเดินหลักเมื่อปี 2015 2. มุมทดลองใช้สบู่ 3. สบู่ซีรีสใหม่ “Kaiun no En” ราคาตั้งแต่ก้อนละ 1,350 เยน 4. แพ็คเกจก็น่ารัก จะใช้เป็นของขวัญก็ยังได้

เวลาทำการ : 9:30 ~ 17:00 (วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดถึง 17:30)
วันหยุด : ไม่มีวันหยุด
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 8 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

  • Sabonsama
    成田山表参道さぼんさま
    • Address 387 Nakamachi, Narita-City, Chiba Prefecture, 286-0027
    • Phone Number 0476-29-4447

ถ้าได้ดื่มแล้วจะอายุยืน!? ถ้าพูดถึงเหล้าสาเกท้องถิ่นของ Naritasan แล้วล่ะก็ต้องที่นี่เลย
“Chomeisen Kuramoto Takizawa honten”

ถ้าได้ดื่มแล้วจะอายุยืน!? ถ้าพูดถึงเหล้าสาเกท้องถิ่นของ Naritasan แล้วล่ะก็ต้องที่นี่เลย
“Chomeisen Kuramoto Takizawa honten”
(ซ้าย) “Chomeisen Bizen omachi” ขนาด 720 ml ราคา 2,201 เยน (ขวา) “Naritareisui” ขนาด 720 ml ราคา 1,428 เยน

โรงหมักเหล้าเก่าแก่ชื่อดังแห่งถนน Naritasan Omotesando “Chomeisen Kuramoto Takizawa honten”
เปิดทำการในสมัยเมจิปีที่ 5 (ปีค.ศ. 1872) ซึ่งหลักจากเปิดทำการได้ไม่นาน ก็มีข่าวลือจากคนที่มาตักน้ำ
จากบ่อน้ำไปใช้ว่าน้ำจากบ่อน้ำที่นำมาใช้หมักเหล้านั้นมีสรรพคุณในการรักษาโรค ทางร้านจึงทำการ
เปลี่ยนชื่อแบรนเป็น “chomei (อายุยืนยาว)” ที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ และสินค้าที่เป็นที่นิยมในหมู่
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็คือ สาเกที่ทำมาจากข้าวสำหรับทำเหล้าสาเกจากจังหวัดชิบะ “Naritareisui”
ด้วยความที่เป็นสาเกแบบ slightly dry จึงมีรสชาติที่ลื่นคอ ดื่มง่าย แต่สำหรับคนที่ชอบดื่มเหล้าสาเก
แบบหวานๆ และมีกลิ่นหอมๆแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำ “chomeisen ginjojunmai bizen omachi” ที่นี่
ยังมีเหล้าสาเกแบบพกพาขนาด 180 ml และขนาด 300 ml ขายด้วยนะ

1. ร้ายขายเหล้าสาเกที่อยู่ริมทางเดินหลัก 2. ถังสาเกที่วางประดับหน้าร้าน 3. สาเก Junmai green bottle ขนาด 180 ml ราคา 515 เยน และอื่นๆ 4. สาเก Junmai daiginjo ichido hire ขนาด 720 ml ราคา 3,302 เยน

เวลาทำการ : 10:00 ~ 19:00 (วันอาทิตย์ 9:00 ~ 19:00 )
วันหยุด : ไม่มีวันหยุด
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

  • Chomeisen
    長命泉蔵元 滝沢本店
    • Address 540 Kamicho, Narita-City, Chiba Prefecture, 286-0032
    • Phone Number 0476-22-8417

เพลิงของ Ogoma ที่ลุกไหม้มาเป็นเวลากว่าพันปี
ไปเที่ยววัด “Naritasan Shinshoji” ที่เทพเจ้าแห่งไฟ “Fudomyo o” สถิตอยู่

เพลิงของ Ogoma ที่ลุกไหม้มาเป็นเวลากว่าพันปี
ไปเที่ยววัด “Naritasan Shinshoji” ที่เทพเจ้าแห่งไฟ “Fudomyo o” สถิตอยู่
ประตู “Ni o mon” ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยไม้ Hinoki ทั้งหมดเมื่อปีค.ศ. 1831

วัด “Naritasan Shinshoji” ถูกสร้างขึ้นในสมัยเฮย์อัน เมื่อปี Tenkei ที่ 3 (ปีค.ศ. 940) ในแบบนิกาย
“Shingonshutisan (นิกายหนึ่งของศาสนาพุทธญี่ปุ่น)” ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ในปัจจุบัน เพียงแค่ 3 วันช่วงปีใหม่ มีนักท่องเที่ยวไปสัการะวัดนี้ถึงกว่า 3 ล้านคน ภายในบริเวณที่
กว้างขวางของวัดนั้นมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญกระจายอยู่ตามจุดต่างๆมากมาย และในจำนวนประตู
“Ni o mon” เจดีย์ “Sanjunoto” ศาลา “Shakado” ศาลา “Gakudo” และศาลา “Komeido” ซึ่งถูกสร้างขึ้น
ในช่วงกลางถึงปลายสมัยเอโดะ (ปีค.ศ. 1603 - 1868) ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
ของญี่ปุ่น และศาลาหลักซึ่งมีรูปปั้นของเทพเจ้า “Fudomyo o” เทพเจ้าประจำวัดอยู่นั้น ได้ใช้เป็นที่ทำพิธี
“Ogoma” มาเป็นเวลายาวนานถึง 1,080 ปี ตั้งแต่เริ่มเปิดวัดมา โดยใน 1 วันจะมีการทำพิธีกรรมนี้5-8 ครั้ง
ซึ่งบุคคลทั่วไปก็สามารถเข้าชมการทำพิธีกรรมได้ แต่ต้องรักษามารยาทไม่ส่งเสียงดังในขณะเข้าชม
และจากด้านหลังของศาลาหลักเมื่อเดินมุ่งหน้าไปเจดีย์ “Heiwa Oto” ระหว่างทางจะพบกับศาลา
“Komeido” ซึ่งเป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งการครองเรือน “Aizenmyo o” และเป็นจุด power spot
ยอดฮิตในเรื่องการผูกดวงของสาวๆ

1. ประตูทางเข้าหลักจากถนน Omotesando 2.เดินผ่านแนวโคมไฟหินจากประตูหลักมุ่งสู่ประตู “Ni o mon” 3. โคมไฟ “Uogashi” ที่แขวนอยู่ที่ประตู “Ni o mon” 4. ข้างๆรูปปั้นเทพเจ้าจะมีจุดที่ผู้คน เอารองเท้าแบบต่างๆมาถวายไว้ เพื่อเป็นการขอพรให้มีขาที่แข็งแรง
5. ศาลาหลัก 6. ภายถายใต้หลังคาของเจดีย์ “Sanjunoto” 7. จุดแขวน Ema (แผ่นป้ายขอพร) ที่หน้าศาลา “Shotokutaishido” 8. ศาลาหลักและเจดีย์ “Sanjunoto”
9. ศาลา “Komeido” 10. จากศาลา “Komeido” สามารถมองเห็นเจดีย์ “Heiwa Oto” และศาลา “Kiyotaki Gongendo” 11. / 12. ศาลา “Gakudo” ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1861 มีป้าย Ema และ Gaku แขวนประดับอยู่

ค่าเข้าวัด : ฟรี
เวลาทำการ : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันหยุด : ไม่มีวันหยุด
วิธีการเดินทาง : เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นาริตะ หรือสถานีรถไฟ Keisei นาริตะ

เสน่ห์ของ “Naritasan” นั้นไม่ได้มีเพียงแค่การเดินทางที่สะดวกสบายจากสนามบินนาริตะเพียง
อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีวัด “Naritasan Shinshoji” ที่มีสิ่งสำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมากมายตั้งอยู่
และเป็นสถานที่สำหรับขอพรเกี่ยวกับความรัก ความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความเจริญก้าวหน้าในการ
ทำธุรกิจ และอื่นๆอีกมากมาย และที่ทางเดินหน้าวัดซึ่งมีกลิ่นอายของความเป็นเมืองเก่าอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
ก็มีข้าวหน้าปลาไหล วุ้นถั่วแดง ดังโงะ เหล้าสาเกท้องถิ่น และอีกหลายหลายเมนูที่อัดแน่นไปด้วย
ความเป็นญี่ปุ่นเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ถ้าได้ไปแล้วล่ะก็เผื่อเวลาไว้เลยครึ่งวัน หรือถ้าจะเก็บให้ครบ
แล้วล่ะก็ต้องเอาไปเลย 1 วันเต็มๆ

*This information is from the time of this article's publication.
*Prices and options mentioned are subject to change.
*Unless stated otherwise, all prices include tax.

แชร์บทความนี้

ค้นหา