โชว์และการแสดง

โชว์และการแสดง

Update:

ในญี่ปุ่นนั้นมีวัฒนธรรมในการสนุกเพลิดไปกับการโชว์และการแสดงต่างๆมากมายในฐานะที่เป็นสิ่งบันเทิงเริงรมย์ให้กับคนทั่วไป
ศิลปะคลาสสิกเช่น คาบูกิ และละครโน (ศิลปะการแสดงแบบโบราณประเภทหนึ่ง) ยังเป็นที่นิยมและชื่นชอบในกลุ่มผู้สูงอายุ
ละครและการแสดงสมัยใหม่ก็มีอยู่เป็นจำนวนมากด้วย จึงประกอบกันเป็นวัฒนธรรมการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

ศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิม

คาบูกิที่ถูกบันทึกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมเชิงนามธรรมนั้น
คือละครสำหรับคนทั่วไปที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะซึ่งเกิดจากการผสมผสานกันระหว่าง ดนตรี การแสดง และการเต้นรำ นักแสดงคาบูกิที่สวมใส่เครื่องแต่งกายสีสันสดใสจะทำการแสดงโดยทำการแต่งหน้าที่ฉูดฉาด
เช่น การแต่งหน้าขาวและการแต่งหน้าแบบคุมะโดะริ
(การแต่งหน้าด้วยพื้นสีขาวและไล่เฉดสีหรือแรเงาให้เป็นสามมิติ)
โดยพื้นฐานแล้วนักแสดงคาบูกินั้นจะเป็นผู้ชายทั้งหมด บทผู้หญิงก็จึงถูกแสดงโดยผู้ชาย เสื้อผ้าและการแต่งหน้าที่เป็นเหมือนผู้หญิง
สร้างความหลงไหลให้กับผู้ชมที่มายืนดูเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้แล้ว
ในกลุ่มของการเต้นรำและการแสดงดนตรี ยังมีละครโนที่มีการใส่
หน้ากากที่เรียกว่าหน้ากากโนและละครเคียวเก็น
(ละครโบราณของญี่ปุ่นที่เน้นอารมณ์ขบขัน) ที่ไม่ต้องทำการใส่หน้ากาก
โนแต่มีการใส่บทพูดลงไป

ศิลปะในการเล่าเรื่องของญี่ปุ่น

ในบรรดาศิลปะคลาสสิก ระคุโงะเป็นศิลปะที่เชี่ยวชาญในด้าน
การเล่าเรื่อง ซึ่งผู้ทำการแสดงที่ถูกเรียกว่าฮะนะชิกะ จะนั่งอยู่บนเวทีคนเดียวและเล่าเรื่องไปพร้อม ๆ กับแสดงท่าทางเชิญชวนให้ผู้รับชมหัวเราะ สถานที่ใช้ในการแสดงระคุโงะเรียกว่า โยะเซะ ที่ในเขตโตเกียวนั้นจะมีอยู่ในบริเวณชินจุกุหรืออิเคะบุกุโระเป็นหลัก บ่อยครั้งที่ระคุโงะถูกถ่ายทอดผ่านทางโทรทัศน์ด้วยเช่นกัน ศิลปะในการเล่าเรื่องรูปแบบอื่น ๆ
เช่น มันไซ ที่เป็นการแสดงโบเคะและสึคโคมิ (การชงและตบมุก) โดยมีผู้เล่าเรื่องอยู่สองคนก็เป็นที่นิยมและสามารถหาชมผ่านทางโทรทัศน์
หรือที่โรงละครขนาดเล็กได้

โอเปร่าและละครเวทีของญี่ปุ่น

ที่ญี่ปุ่นนั้นสามารถที่จะดื่มด่ำกับโอเปร่าได้ในสถานที่อย่าง New National Theatre ที่มีห้องโถงสำหรับโอเปร่าโดยเฉพาะ ถ้าพูดถึงละครเวทีที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นแล้ว ก็ต้องเป็นคณะละครทะคะระซึกะ
ซึ่งเป็นคณะละครที่ประกอบไปด้วยผู้หญิงโสดเท่านั้น
จึงสร้างความหลงไหลให้กับผู้เข้าชมจากการเต้นรำ ร้องเพลง
และการแต่งหน้าที่เน้นบริเวณรอบดวงตาอันฉูดฉาดและเป็นเอกลักษณ์ ตรงกันข้ามกับคาบูกิ ที่ผู้หญิงจะต้องแสดงแม้กระทั่งบทบาทของผู้ชาย ทำให้ดึงดูดความสนใจจากเหล่าแฟนคลับด้วยท่วงท่าและบทพูดที่มี
ความเป็นชายชาตรี

วัฒนธรรมทางละครของญี่ปุ่น

นอกเหนือจากการแสดงอย่างละครเวทีที่จัดในห้องโถงขนาดใหญ่แล้ว
ยังมีละครอยู่อีกเป็นจำนวนมากที่จัดภายในโรงละครขนาดเล็ก
สำหรับในโตเกียวแล้วส่วนใหญ่จะจัดแสดงในโรงละครที่รองรับคนได้
ไม่เกิน 200 คนซึ่งมีอยู่ในระแวกชินจุกุและชิโมะคิตะซะวะเป็นหลัก
จึงสามารถสนุกเพลิดเพลินไปกับการแสดงอันมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน
ไปตามแต่ละคณะละคร ทั้งประเภทที่ไม่มีการร้องเพลงหรือการแต่งหน้าที่ฉูดฉาด แบบที่เรียกความสนใจบนเวทีด้วยบทพูดใช้หัวข้อ
ที่นำมาจากในชีวิตประจำวันหรือประเภทที่มีการเต้นรวมอยู่ในการแสดงด้วย เป็นต้น

ดินเนอร์โชว์และการแสดงในที่สาธารณะ

ดินเนอร์โชว์ คือการแสดงที่สามารถรับชมได้ไปพร้อม ๆ กับการรับประทานอาหาร ดินเนอร์โชว์ที่มีการแสดงนั้นเป็นการแสดงที่น่าสนใจ
ของโรงแรมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส นอกจากนี้แล้วการแสดงในที่สาธารณะอาทิเช่น การเล่นมายากลที่มักจะทำการแสดงอยู่บนถนน
ก็มีฝังรากลึกอยู่ด้วยเช่นกัน ในส่วนที่เป็นการแสดงข้างถนนที่มีความ
เป็นญี่ปุ่นนั้นก็มีการแสดงอย่าง "ซะรุมะวะชิ" หรือการให้ลิงทำการแสดง
ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างมาก ซึ่งอาจจะสามารถหาชมซะรุมะวะซิได้ในงาน
อีเว้นท์ขนาดใหญ่ต่าง ๆ

มารยาทในการชมการแสดง

สำหรับคาบูกิแล้ว อาจมีบางครั้งที่เวลาในการแสดงมีมากกว่า 4 ชั่วโมง และในระหว่างการแสดงจะมีการคั่นการแสดงด้วยเวลาพักที่เรียกว่ามาคุไอ (Makuai) ด้วยเหตุนี้ ในสถานที่รับชมคาบูกิจึงมีร้านค้าที่สามารถหา
อาหารว่างรับประทานได้ รวมถึงกรณีที่มีข้าวกล่องจะสามารถดื่ม
หรือรับประทานได้เฉพาะที่ที่นั่ง Sajiki-Seki
(ที่นั่งยกพื้นทางซ้ายและขวาในโรงละคร ) ซึ่งเป็นที่นั่งพิเศษ
สิ่งที่กล่าวมานี้จะเป็นกฎเกณฑ์พิเศษเฉพาะการชมคาบูกิเท่านั้น
แต่โดยทั่วไปแล้วการชมโชว์ในญี่ปุ่นนั้นจะห้ามดื่มหรือรับประทาน
อีกทั้งต้องไม่ทำการส่งเสียงดังในระหว่างที่ชมการแสดงอยู่

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้