หมู่บ้านเกษตรกรรม

หมู่บ้านเกษตรกรรม

Update: 22 มี.ค. 2559

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจแห่งการเกษตรซึ่งจำนวน
ประชากรครอบคลุมมากกว่าครึ่งหนึ่งทำการเกษตรมาตั้งแต่
สมัยโบราณ แม้ว่าในปัจจุบันประชากรที่ทำการเกษตรจะลดลงไป
พร้อมกับกาลเวลาแล้วก็ตาม แต่ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่คุณ
สามารถชมทิวทัศน์อันเงียบสงบและปลอดโปร่งได้
อาทิเช่น นาข้าวที่เป็นอาหารหลัก ฯลฯ

หมู่บ้านเกษตรกรรมในญี่ปุ่นคืออะไร ?

โดยพื้นฐานแล้วเกษตกรจะสร้างบ้านอยู่ใกล้ ๆ กับพื้นที่เกษตรกรรมของ
ตนเอง ซึ่งส่วนมากจะอาศัยอยู่ใกล้กับนาดำ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานก็
มีอย่างครบครันอยู่ในหมู่บ้านเกษตรกรรมด้วย อาทิเช่น การปะปาและ
การบำบัดน้ำเสีย โรงเรียนและที่ทำการไปรษณีย์ เป็นต้น
ผลผลิตทางการเกษตรจะมีหลากหลายชนิดแตกต่างกันไปตามแต่ละ
พื้นที่สำหรับพื้นที่ฮอกไกโดนั้น จะเพาะปลูกมันฝรั่งบนพื้นราบขนาดใหญ่
ส่วนแถบเขตคันโตนั้น นอกเหนือจากจังหวัดโทะชิกิและจังหวัดอิบะระกิ
ที่เจริญรุ่งเรืองทางด้านการเกษตรกรรมก็ยังมีแถบพื้นที่โบโซในจังหวัดชิบะ
ที่ใช้ประโยชน์จากสถาพภูมิอากาศที่อบอุ่นในการเพาะปลูกถั่วลิสง
และผลไม้อย่างเช่น บิวะ (รูปภาพ) เป็นต้น

หมู่บ้านเกษตรกรรมในสมัยก่อน

การเกษตรในประเทศญี่ปุ่นนั้นเริ่มตั้งแต่เมื่อประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล
ในสมัยนั้นนิยมตั้งหมู่บ้านบริเวณเลียบแม่น้ำที่สามารถดึงน้ำได้ง่าย
แต่หลังจากสมัยเอโดะเป็นต้นมา ก็ได้มีการสร้างที่เก็บน้ำและทำให้
การทำนาดำขยายออกเป็นวงกว้างออกไป จึงส่งผลให้ทิวทัศน์ของไร่นา
และชนบทมีภาพลักษณ์ที่สวยงาม
บริเวณชิราคาว่าโกในจังหวัดกิฟุ (รูปภาพ) นั้น ก็มีทิวทัศน์อันงดงาม
ที่ยังคงรักษาความเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมของญี่ปุ่นแบบในสมัยก่อนเอาไว้
และมีลักษณะเด่นของ "กัชโชซุคุริ (สถาปัตยกรรมบ้านญี่ปุ่นแบบหนึ่ง)"
ที่เป็นหลังคาทรงสามเหลี่ยมมุงด้วยฟาง นอกจากนี้ ที่ฮิกะชิอิยะของ
เมืองมิโยะชิในจังหวัดโทะคุชิมะก็ยังคงหลงเหลือบ้านที่มีหลังคาฟางไว้
ด้วยเช่นกัน

ทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่บ้านเกษตรกรรม

ข้าวที่เป็นอาหารหลักของชาวญี่ปุ่นนั้น โดยทั่วไปจะเริ่มปลูกใน
เดือนพฤษภาคมและเก็บเกี่ยวในเดือนกันยายน ในช่วงฤดูดำนา
จะสามารถชมต้นอ่อนที่ปลูกอยู่ในท้องนาที่ปกคลุมไปด้วยน้ำได้
ส่วนเดือนกรกฎาคมจะสามารถชมนาข้าวสีเขียวขจีได้ และหลังจาก
เดือนกันยายนก็จะสามารถชมรวงข้าวสีทองได้นั่นเอง
นอกจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การทำนาบนพื้นราบเท่านั้น แต่ยังมีการทำนา
ในแถวเฉียงที่เรียกว่าการทำนาแบบขั้นบันไดอีกด้วย ซึ่งสามารถจะชม
การทำนาแบบนั้นได้ที่ทางใต้ของเขตโทไก เช่น ฟุคุจิมะ ชินเดนใน
จังหวัดนะกะโนะและโยะสียะ เซ็นไมดะในจังหวัดไอชิ เป็นต้น

หมูบ้านเกษตรกรรมในปัจจุบัน

ในปัจจุบันประชากรที่ทำเกษตรกรรมได้มีสัดส่วนของอายุที่สูงขึ้น
และประชากรในบริเวณหมู่บ้านตามเนินเขาก็มีจำนวนลดลงด้วย
เขตพื้นที่ที่เรียกว่า "เกงไคชูระคุ" ที่จำนวนประชากรมากกว่า 50 %
มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ก็กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำ
ห้เกิดปัญหามากมาย เช่น มีบ้านร้างเพิ่มจำนวนมากหรือมีความยาก
ลำบากในการไปรับการรักษาพยาบาลและซื้อของ เป็นต้น

การเพิ่มจำนวนของผู้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ชนบทและทำเกษตรกรรมควบคู่กับงานอื่น

ว่ากันว่า ในปัจจุบันมี "เกษตรกรไซด์ไลน์" ที่ได้รับรายได้จากงานอื่น
ที่นอกเหนือจากการทำเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียวมากกว่า 70 %
ของเกษตรกรทั้งหมด เกษตรกรไซด์ไลน์นั้นมีทั้งผู้ที่ทำงานบริษัททั่วไป
และทำการเกษตรในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือผู้ที่ได้รับรายได้จาก
การบริหารอพาร์ทเมนท์พร้อมกับทำการเกษตรไปด้วย อีกทั้งยังมี
เหล่าผู้คนที่ออกไปทำงานในเมืองใหญ่ในช่วงฤดูหนาวที่ไม่สามารถ
เพาะปลูกได้อีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากสภาพในปัจจุบันได้มีแนวโน้ม
การลดลงของประชากรที่อาศัยอยู่ในชนบท ดังนั้นรัฐจึงได้สนับสนุนและ
ให้ความร่วมมือระดับภูมิภาค ทำให้เริ่มมีการเพิ่มขึ้นของเหล่าวัยรุ่นที่มี
ความสนใจในการทำเกษตรกรรมย้ายถิ่นฐานไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เริ่ม
เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย

การท่องเที่ยวในหมู่บ้านเกษตรกรรม

หมู่บ้านเกษตรกรรมในญี่ปุ่น ส่วนมากจะอยู่ในบริเวณที่ระบบการขนส่ง
สาธารณะยังไม่เจริญ ซึ่งการเดินทางโดยรถยนต์จะมีความสะดวกมากกว่า
ตามแต่ละภูมิภาคต่าง ๆ จะมีสถานที่ให้พักผ่อนสำหรับผู้ที่ขับรถโดยเฉพาะ
เรียกว่า "มิชิโนะเอะคิ (สถานีบนถนน)" และยังมีการจำหน่ายผลผลิตขึ้นชื่อ
เฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ที่สามารถพักแรมใน
บ้านของเกษตรกรได้อีกด้วย ซึ่งอยากให้คุณเข้าใช้บริการดูได้ในเวลา
ที่ต้องการจะทราบข้อมูลเกี่ยวหมู่บ้านเกษตรกรรมให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้