ทิวทัศน์เมืองในเชิงประวัติศาสตร์

ทิวทัศน์เมืองในเชิงประวัติศาสตร์

Update:

ที่ญี่ปุ่นนั้นมีเมืองที่สามารถสัมผัสได้ถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์หลงเหลืออยู่มากมายหลายแห่ง เช่น
เกียวโต และนารา ที่เดิมเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อนในอดีต และยังคงเหลือมุมเมืองท้องถิ่น
ที่มีประวัติศาสตร์เล่าขานกันมา เป็นต้น

ทิวทัศน์เมืองในเชิงประวัติศาสตร์คือ

บ้านพักเก่าแก่ของญี่ปุ่นในสมัยก่อนจะสร้างขึ้นด้วยไม้ และใช้ดินเหนียวมาทำเป็นกระเบื้องเพื่อ
มุงหลังคากันเสียเป็นส่วนมาก
กล่าวได้ว่า บ้านและหลังคาที่ทำมาจากไม้ หรือบ้านชาวนาที่หลังคาทำมาจากหญ้า (มุงหลังคาด้วยหญ้าฟาง)
เป็นที่พักอาศัยเก่าแก่ในแบบญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้
นอกจากนี้ ประชากรโดยทั่วไปยังอาศัยอยู่รวมกันในบ้านชั้นเดียวทรงยาวที่เรียกว่านากายะ (บ้านทรงยาว)
กันเป็นส่วนใหญ่ และยังมีเมืองบ้านทรงยาวที่ยังคงเหลือมาถึงปัจจุบันในเกียวโต และที่เมืองอื่น ๆ อีกด้วย

เมืองใหญ่ที่ยังมีทิวทัศน์เมืองในเชิงประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่

ในจังหวัดที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโตและนารานั้น จะมีประวัติการอยู่อาศัยของผู้คน
สมัยก่อนมากมาย และยังมีทิวทัศน์บ้านเมืองที่สัมผัสได้ถึงยุคสมัยนั้นได้อยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่าง
เช่น เขตกิองในจังหวัดเกียวโต ที่ยังคงอนุรักษ์ทัศนียภาพเชิงประวัติศาสตร์และมีไมโกะ (เด็กสาว
ที่อยู่ระหว่างการฝึกไปเป็นเกอิชา) ที่เต้นรำให้เราชมในปาร์ตี้มื้อค่ำแบบญี่ปุ่น เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีย่านร้านชาตะวันออก ในเมืองคะนะซะวะ จังหวัดอิชิคะวะ ที่ถูกเลือกให้เป็นเขต
อนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างท้องถิ่นที่สำคัญ และเรียกกันภายใต้ชื่อ "โชเคียวโตะ (เกียวโตเล็ก)"

เมืองโชเคียวโตะที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์บ้านเมืองในเชิงประวัติศาสตร์ได้

นอกจากเมืองใหญ่ ๆ แล้ว ก็ยังมีเมืองโบราณอีกมากมายทั่วประเทศญี่ปุ่น เช่น หมู่บ้านประตูตาข่ายที่เรียงกันเป็นแถวใน
เมืองทะกะยะมะ จังหวัดกิฟุ เป็นต้น และในสมัยเอโดะก็มี "เมืองบ้านแวะพัก" ที่ใช้ค้างคืนหรือพักผ่อนระหว่างเดินทาง
ที่ยังคงเหลือบ้านปูพื้นเห็นตั้งเรียงกันอยู่ที่อำเภอคิโซะ จังหวัดนะกะโนะ จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมี โทะโมะโนะอุระในเมืองฟุกุยะมะ จังหวัดฮิโระชิมะ ทีมีหมู่บ้านและร่องรอยทางประวัติศาสตร์
หลงเหลืออยู่ และ "โคะเอโดะ" (เอโดะเล็ก) ในเมืองคะวะโงะเอะ จังหวัดไซตะมะ ที่ยังคงเหลือเสน่ห์แห่ง
เมืองปราสาทเอาไว้ให้เราได้ชม

มารยาทในการเข้าชมทิวทัศน์บ้านเมืองเชิงประวัติศาสตร์

มักจะมีเหตุการณ์ตัวอย่างนักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปไมโกะที่เดินอยู่ในเมืองโบราณโดยพลการเกิดอยู่เสมอ โดยเฉพาะในจังหวัดเกียวโต
เนื่องจากไมโกะเหล่านั้นกำลังเดินทางไปทำงาน จึงไม่อยากให้เข้าไปทักทายพูดคุยมากนัก
นอกจากนี้ สิ่งปลูกสร้างโบราณต่าง ๆ มีส่วนที่แตกหักได้ง่ายอยู่มาก จึงขอให้ระมัดระวังไม่จับหรือแตะในระหว่างการถ่ายรูป เป็นต้น

วิธีเพลิดเพลินไปกับฤดูกาลต่าง ๆ

ช่วงเดือนเมษายนมักจะเป็นช่วงดอกไม้บานของญี่ปุ่นเสียเป็นส่วนมาก ทำให้เราสามารถชมดอกซากุระไปพร้อม ๆ กับทิวทัศน์
เมืองในเชิงประวัติศาสตร์ได้อย่างเพลิดเพลิน
ส่วนช่วงเดือนมิถุนายนที่เป็นฤดูสึยุ (ฤดูฝน) ก็จะมีฝนมาก และมีความชื้นในอากาศสูง
ในช่วงเดือนตุลาคมที่เป็นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้บนต้นไม้ต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองให้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับ
"ใบไม้เปลี่ยนสี" ได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ หากเป็นพื้นที่เขตอากาศหนาวอย่างเมืองทะกะยะมะ จังหวัดกิฟุแล้วล่ะก็ ยังสามารถสัมผัสบรรยากาศเมืองใน
เชิงประวัติศาสตร์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะได้ด้วยเช่นกัน

ทิวทัศน์บ้านเมืองเชิงประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน

ทิวทัศน์เมืองในเชิงประวัติศาสตร์นั้น ถูกอนุรักษ์ให้เป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างท้องถิ่นที่สำคัญภายใต้กฎหมายการคุ้มครอง
ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม และปัจจุบันญี่ปุ่นยังมีเขตอนุรักษ์มากถึง 110 แห่งอีกด้วย
ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาทัศนียภาพให้คงอยู่ต่อไป จึงมีกฎต่าง ๆ บังคับใช้อยู่ เช่น การจำกัดการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม
และกฎระเบียบเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไม่อนุญาตให้ร้านค้าทำป้ายหน้าร้านออกมาใหญ่โตเกินไป เป็นต้น

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้