ย่านชานเมืองของประเทศญี่ปุ่น

ย่านชานเมืองของประเทศญี่ปุ่น

Update:

"ชิตะมาจิ (ย่านชานเมือง)" เป็นย่านที่สามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกหวนคิดถึงได้จากอาคารและตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ที่มีรสนิยม ถึงแม้ด้านข้างจะเป็นเมืองที่เรียงรายไปด้วยตึกระฟ้าก็ตาม แต่ถ้าหากออกมาอีกสักนิดก็จะสามารถเพลิดเพลินกับบ้านเรือนที่มีกลิ่นอายย้อนยุคได้

ชิตะมาจิ (ย่านชานเมือง) คือ

โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่าเมืองที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ ส่วนใหญ่จะใช้เรียกเมือง
ที่ยังคงหลงเหลือความสง่างามจากสมัยก่อนเอาไว้ มีอาคารบ้านเรือนสไตล์ย้อนยุคเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่ตึกสำนักงานขนาดใหญ่หรืออพาร์ทเมนท์ แต่เป็นย่านที่เรียงรายไปด้วยบ้านของชาวบ้าน
โรงงานเล็ก ๆ ในเมือง สถานที่ปฏิบัติงานของช่างฝีมือ เป็นต้น อีกทั้งยังมีคนหลายรุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ย่านชานเมืองของโตเกียว

โตเกียวเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยเอโดะเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน
ในเมืองมีทั้งศาลเจ้าและวัดเป็นจำนวนมาก และมีย่านที่มีประวัติศาสตร์อย่างอาซากุสะ
คาสุชิกะชิบามาตะด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีย่านยอดนิยมที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศแบบสมัยก่อนเอาไว้
อย่าง "ยาเนะเซน" ที่รวมย่านยานะคะ เนะซุ และเซนดากิเอาไว้ นอกเหนือจากสถาปัตยกรรม
อย่างวัดและสุสานแล้วนั้น ก็ยังมีย่านการค้าที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน ร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นสาขาเก่าแก่
และคาเฟ่ที่ดัดแปลงมาจากบ้านหลังเก่า ซึ่งยังคงหลงเหลือทิวทัศน์ที่มีกลิ่นอายที่มีเฉพาะในย่านชานเมืองเท่านั้นเอาไว้อยู่

ชานเมืองนอกเหนือจากโตเกียว

ย่านที่มีคนอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนและย่านที่ยังคงหลงเหลือบ้านเรือนที่มีประวัติศาสตร์อยู่นั้นนอกเหนือจากโตเกียวแล้วก็ยังมีอยู่ในที่อื่นๆอีก สำหรับที่โอซาก้านั้นมีชานเมืองที่เป็นที่รู้จักกันดี
เช่น เทงกะชายะที่อยู่ในชินเซะไกและเขตนิชินาริ และย่านการค้าโคมะกาว่าที่อยู่ในเขตฮิกาชิสุมิโยชิ
ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนก็เป็นย่านที่มีตรอกซอกซอยเป็นจำนวนมาก มีย่านการค้า และเป็นย่านที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ทั้งนั้น

เกี่ยวกับลักษณะเด่นของผู้คนในย่านชานเมือง

ในโตเกียวที่มีคนจำนวนมากย้ายมาจากท้องถิ่นอื่น ๆ นั้น จะเรียกผู้ที่เกิด
และเติบโตในชานเมืองของโตเกียวว่า "Edokko"
"Edokko" มีลักษณะเด่นตรงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่มีมากมาย อย่างการมีกริยามารยาทที่ดี เจ้าน้ำตา และอารมณ์ร้อน
นอกจากนี้ เนื่องจากมีผู้คนหลายรุ่นอาศัยต่อ ๆ กันมาในพื้นที่นั้น จึงทำให้มีการคำนึง และใส่ใจในความเป็นพวกพ้องกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันมากอีกด้วย

วิธีการเพลิดเพลินกับย่านชานเมือง

เนื่องจากที่ชานเมืองมีศาลเจ้าและวัดตัวแทนของบริเวณนั้น ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก
ดังนั้นมาเริ่มจากไปสักการะที่นั่นกันก่อนเถอะ สามารถเข้าชมสถานที่ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่งดงามได้ อีกทั้งวัดส่วนใหญ่ยังมีย่านการค้าอยู่บริเวณโดยรอบอีกด้วย นอกจากนี้ก็มีตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ขนาดที่รถไม่สามารถผ่านได้อยู่เป็นจำนวนมาก และก็อาจจะได้พบเห็นแมวจรจัดอีกด้วย เนื่องจากมีบรรยากาศที่มีกลิ่นอายของประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นแหล่งถ่ายภาพชั้นยอดที่ไม่ควรพลาด

กิจกรรมประจำปีที่จัดในย่านชานเมือง

ในช่วงฤดูร้อนจะมีการจัดงานเทศกาลขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่
แต่ก็จะมีการสวมเสื้อนอกแบบเดียวกันและหามมิโคะชิ (ศาลเจ้าขนาดเล็กที่ใช้คนหาม)
และเดินแห่ภายในเมือง งานแสดงดอกไม้ไฟที่จัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมนั้น
เป็นกิจกรรมหลักที่จัดในชานเมืองต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
ชาวญี่ปุ่นนั้นจะไปศาลเจ้าหรือวัดในปีใหม่ (เดือนมกราคม) และขอพรให้มีสุขภาพดีและปลอดภัยตลอดทั้งปี
ซึ่งผู้คนนิยม "การขอพรจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7" ที่จะไปวัดหลายแห่งในอาสากุสะและคาสุชิกะชิบามาตะ
นอกจากนี้ก็มีการจัดงานเทศกาลชมดอกไม้ที่มีเฉพาะในญี่ปุ่นอีกด้วย
เช่น ช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนเป็นฤดูกาลแห่งการชมซากุระ
ส่วนช่วงก่อนหลังเดือนมิถุนายนเป็นฤดูกาลแห่งการชมดอกไฮเดรนเยียและต้นไอริส เป็นต้น

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้