ฟุกุ (ปลาปักเป้า)

ฟุกุ (ปลาปักเป้า)

Update:

ปลาปักเป้าเป็นปลาเนื้อขาวชนิดหนึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่นได้นำปลาปักเป้ามารับประทานเป็นอาหารด้วย
ปลาปักเป้าสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายแบบ และมีร้านเฉพาะทางอาหารปลาปักเป้า
หลายร้านที่จัดเตรียมคอร์สอาหารไว้เป็นพิเศษ

ชนิดของปลาปักเป้า

ในบรรดาปลาปักเป้า 220 ชนิด ญี่ปุ่นได้อนุญาตให้นำปลาปักเป้ามาทำเป็นอาหารได้ 22 ชนิดเท่านั้น
เนื่องจากปลาปักเป้ามีพิษอยู่ในส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้นการปรุงอาหาร
จึงจำเป็นต้องมีคุณวุฒิที่เรียกว่า "ใบอนุญาตพ่อครัวปรุงปลาปักเป้า"

ฤดูกาลของปลาปักเป้า

ปลาปักเป้านั้นสามารถทานได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูหนาวนั้นเนื่องจากอุณหภูมิของน้ำในทะเล
ที่ต่ำลงทำเนื้อจะมีไขมันและอร่อยมากขึ้น นอกจากนี้ "ชิราโกะ" ส่วนที่เป็นถุงอัณฑะของปลาปักเป้า
ในช่วงก่อนฤดูวางไข่นั้นจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและเป็นช่วงเวลาที่สามารถทานได้อย่างเอร็ดอร่อยที่สุดด้วย

ซาชิมิปลาปักเป้า (ปลาดิบ)

ซาชิมิปลาปักเป้านั้นเรียกอีกแบบได้ว่า "เทสสะ" ซึ่งจะสไลด์บางใส
จนมองเห็นลายของจานที่นำมาจัดวางเรียงได้เลย วิธีการกินคือให้ใช้ตะเกียบ
คีบจากตรงกลางครั้งละ 2-3 ชิ้น และนำไปจิ้มกับ "พอนซึ" ที่เป็นโชยุผสมกับน้ำผลไม้ตระกูลส้ม
แล้วจึงค่อยทาน เนื้อปลาปักเป้าสดใหม่จะมีความกรุบที่พอเหมาะ

ฟุกุจิริ ตัวแทนของอาหารปลาปักเป้า

ฟุกุจิริคืออาหารหม้อไฟที่นำปลาปักเป้ากับผักมากมายมาต้มรวมกัน ซึ่งเรียกได้อีกแบบว่า
"เทจจิริ" ตอนที่จะรับประทานให้จิ้มกับพอนซึ เนื่องจากในน้ำซุปยังคงมีความกลมกล่อมอยู่
ดังนั้นพอทานวัตถุดิบในหม้อไฟจนหมดแล้วก็ให้ใส่ข้าวและไข่ลงไปผสมรวมกัน เพื่อทำเป็นข้าวต้มได้อีก

ฮิเระซาเกะ ตัวแทนของอาหารปลาปักเป้า

ฮิเระซาเกะคือการนำครีบของปลาปักเป้าตากแห้งมาย่างจนกลายเป็นสีน้ำตาลทอง
จากนั้นจึงนำครีบนั้นมาใส่ในเหล้าสาเกร้อนของญี่ปุ่น รสชาติกับกลิ่นหอมจากปลาปักเป้าจะลงไปในเหล้า
และทำให้เกิดรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา

ชิราโกะ(ท่อเก็บอสุจิ)พอนซึ

ชิราโกะของปลาปักเป้าที่สดใหม่นั้นจะไม่มีกลิ่นคาว และจะมีรสชาติที่นุ่มนวลและเข้มข้ม
ที่ญี่ปุ่นนอกจากจะนำชิราโกะดิบมาจิ้มพอนซึทานแล้ว ยังมีการนำชิราโกะไปย่างเพียงผ่านไฟแล้วจิ้มพอนซึทานอีกด้วย

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้