ชาบูชาบู

ชาบูชาบู

Update: 28 เม.ย. 2560

"ชาบูชาบู"เป็นอาหารหม้อไฟชนิดหนึ่ง โดยการนำเนื้อแล่บางๆมาจุ่มลงในน้ำซุปที่ร้อนอย่างรวดเร็ว เป็นอาหารที่นิยมทานกันในครอบครัว

ประวัติ

ประวัติ

ชื่ออาหาร ชาบูชาบูนี้ เริ่มจาก ในปี ค.ศ.1952 ร้านสเต๊กในโอซาก้าเริ่มขายอาหารเมนูนี้และตั้งชื่อตาม ที่ประเทศจีนก็มีอาหาร ชื่อ "ชูวังยังโลว"โดยการนำเนื้อแกะไปคนในหม้อน้ำซุปแล้วรับประทาน อาจจะเป็นไปได้ว่าญี่ปุ่นพัฒนาวิธีการทำอาหารแบบนี้มา

ลักษณะเด่นของหม้อไฟชาบูชาบู

ลักษณะเด่นของหม้อไฟชาบูชาบู

ไม่ได้กำหนดตายตัว แค่เป็นสิ่งที่สามารถใส่น้ำซุปได้เยอะ ๆ มี"หม้อชาบูชาบูโดยเฉพาะ"
ที่มีส่วนตรงกลางยื่นออกมา รูปทรงนี้เป็นแบบที่ใช้ที่ประเทศจีนในสมัยก่อน ตอนที่ยังไม่มีเตา
ชาวจีนจะใส่ถ่านลงไปตรงกลางและใช้หม้อทำอาหาร

วัตถุดิบของชาบูชาบู

วัตถุดิบของชาบูชาบู

หม้อน้ำซุป เนื้อที่แล่บาง ผักชนิดต่างๆ น้ำจิ้มจะถูกนำมาเสริฟ์โดยแยกใสภาชนะต่างๆ โดยปรกติแล้วจะใส่เต้าหู้ เห็ด ผักที่สุกง่ายลงไปก่อน ส่วนพระเอกของเมนูนี้คือ เนื้อที่แล่บางๆ เนื่องจากเนื้อวัวญี่ปุ่นนั้นมีจุดเดือดของไขมันที่ต่ำ จึงเหมาะกับการทำชาบูชาบู ซึ่งไม่ต้องผ่านความร้อนนานๆ เมื่อก่อนนิยมใช้เนื้อวัว ในปัจจุบันก็นิยมทานเนื้อหมูด้วยเช่นกันมากกว่า เพราะดีต่อสุขภาพ

วิธีการปรุง

วิธีการปรุง

ใส่สาหร่ายคอมบุลงในหม้อต้มให้เดือด ใส่ผักต่างๆเต้าหู้ลงไป สำคัญคือวัตถุดิบต่างๆต้องไม่ต้มนานเกินไป จึงไม่ควรใส่ลงไปในหม้อเยอะเกินไป เมื่อน้ำซุปเดือดแล้วจึงคีบเนื้อที่ละชิ้นจุ่มลงในน้ำซุปที่เดือดประมาณ2-3ครั้ง เมื่อสีของเนื้อเปลี่ยนจึงนำขึ้นมาทานได้ทันที

น้ำจิ้มมี 2 ประเภทหลัก

น้ำจิ้มมี 2 ประเภทหลัก

"น้ำจิ้มงา"ที่ทำมาจากงาบดเข้มข้น และ"พอนสึ" โชยุผสมกับน้ำมะกรูดญี่ปุ่น(ยุสึ) ซึ่งนิยมทานกับชาบูชาบู

ชาบูชาบูที่ดัดแปลงได้

ชาบูชาบูที่ดัดแปลงได้

อีกทั้งยังมีการใช้อาหารทะเลจำพวก ปู เนื้อปลาบุริลงในหม้อชาบูชาบู น้ำซุปที่ได้จากการจุ่มเนื้อปลานั้นก็ยังมีรสชาติที่ต่างไปจากชาบูชาบูเนื้ออีกด้วย

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้