สิ่งทอ

สิ่งทอ

Update: 27 ต.ค. 2559

ญี่ปุ่นมีประวัติและเทคนิคในการผลิตสิ่งทอ
ผลิตผ้าที่ทำขึ้นจากเส้นใย
การลงลายไปจนถึงกระบวนการย้อมสีที่เฉพาะไม่เหมือนใคร
ซึ่งไม่เพียงแต่ "งานย้อม" และ "ทอ" เท่านั้น
ยังมีสิ่งทอจำพวก "ถักสาน" "ผ้าปักลาย"
ซึ่งที่ญี่ปุ่นมีสินค้าศิลปะในเชิงอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ที่อยู่ในระดับผลงานศิลป์จำนวนมาก

ประวัติสิ่งทอและกิโมโนญี่ปุ่น

เทคนิคการทอและย้อมสีผ้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ อินเดีย
และยุโรปเข้ามาในญี่ปุ่นตั้งแต่ประมาณช่วงศตวรรษที่ 8
ในสมัยเอโดะ เทคนิคการย้อมสีพัฒนาอย่างฉับพลัน
โดยเฉพาะกิโมโนของผู้หญิงที่มีความสวยโดดเด่นมากขึ้น
และเนื่องจากในแต่ละท้องที่ได้มีการผลักดันการฝึกอบรมในเรื่องของการผลิต
งานศิลป์จากการทอและย้อมในแต่ละพื้นที่จึงเจริญงอกงาม
และมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร
ช่วยให้มีการพัฒนางานแบบใหม่ออกมาได้สำเร็จเรื่อย ๆ
และเมื่อเข้าสู่ยุคปัจจุบัน ก็ได้มีการนำเอาสีย้อมหรือเส้นใยเคมีมาใช้
ทำให้งานทอและย้อมมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์สิ่งทอและกิโมโน

"กิโมโน" ชุดประจำชาติตัวแทนของประเทศญี่ปุ่น
ในระดับนานาชาติเองก็เป็นชุดที่ได้รับความนิยมสูง
โกโซเดะ (ชุดกิโมโนของผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว) ที่ชนชั้นสูงสวมใส่
ได้แผ่ขยายเข้าไปในกลุ่มชาวบ้านทั่วไป
เป็นกิโมโนที่มีลวดลายและทอย้อมด้วยสีสดใส จึงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง
ปัจจุบันกิโมโนใยสังเคราะห์มีวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก
การทอและย้อมด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ
บวกกับเทคนิคการทอและย้อมที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต
ทำให้กิโมโนได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก
ที่เป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นเเละประเทศ
และคงรักษาสืบทอดเรื่อยมา

ชนิดของสีย้อม

เทคนิคการทอและย้อมผ้าของญี่ปุ่นมีการใช้สีย้อมที่หลากหลาย
เช่น สีน้ำเงินที่เรียกว่า "JAPAN BLUE"
ผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นใช้สีย้อมจากธรรมชาติ
ที่ทำจากพืชหลากหลายชนิด เช่น
"สีแสด" ที่สกัดจากรากไม้เลื้อยยืนต้นหรือพรรณพืชวงศ์เข็ม (Rubiaceae)
สีม่วง" สกัดจากราก LITHOSPERMUM ERYTHRORHIZON หรือวงศ์หญ้างวงช้าง
"UKON" สกัดจากขมิ้นชันหนึ่งในชนิดของขิง เป็นต้น
นอกเหนือไปจากนั้น สียังมีหลากหลายชนิด
ซึ่งเพียงแค่สีโทนแดงก็มีมากกว่า 10 ชนิดขึ้นไป
ทั้งสีดอกซากุระ สีชมพู สีแดงเชอร์รี่ สีดอกอซาเลีย เป็นต้น

สิ่งทอเทคนิคระดับสูง

กิโมโนญี่ปุ่นมีความหลากหลายในเรื่องของราคาซึ่งถููกผ่อนปรนตามสถานการณ์
เช่น ที่เมืองอิมะบะริจังหวัดไอจิ หรือเมืองเอะฮิเมะจังหวัดโอซาก้า
ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "แหล่งผลิตผ้าขนหนู" นั้น ต้องมีมาตรฐานสินค้าที่คงที่
ถ้าไม่สามารถผ่านชิ้นงานให้ได้ตามมาตรฐานเเล้วก็ไม่สามารถออกวางขายสู่ตลาดได้
ไม่เพียงเเต่ผลิตภัณฑ์ศิลปะในเชิงอุตสาหกรรมสิ่งทอแบบดั้งเดิมเท่านั้น
ปัจจุบันมีการวางขายสินค้าประเภทสิ่งทอที่มีคุณภาพสูง
โดยนำเทคนิคที่ล้ำหน้าในปัจจุบันเข้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์อีกด้วย

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้