งานโลหะ

งานโลหะ

Update:

ขอนำเสนอประวัติศาสตร์และเทคนิคแบบดั้งเดิมของ "งานโลหะ" ที่เพาะบ่มมา
เนิ่นนาน

เทคนิคงานโลหะแบบดั้งเดิม

"งานโลหะ" คืองานฝีมือที่เกิดจากการนำโลหะมาประดิษฐ์แปรรูป อีกทั้งคำใน
ภาษาญี่ปุ่นยังหมายรวมถึงตัวช่างฝีมือด้วย วัสดุที่จัดเป็นโลหะนั้นครอบคลุมถึง
ทอง เงิน เหล็ก สำริด ฯลฯ เทคนิคงานโลหะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ
ได้แก่ "การตี" "การหล่อ" และ "การทำลายนูน"

การตีคือ...

การใช้ค้อนเหล็กทุบตีโลหะให้เปลี่ยนรูป โดยในช่วงต้นนั้นเป็นเทคนิคในการ
สร้างกระจกสำริด ดาบเหล็ก และ เกราะแบบญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่เมื่อเข้าสู่สมัย
อาสึกะ เทคนิคนี้ก็ใช้ในการสร้างเครื่องบูชาศาสนาพุทธด้วยเช่นกัน

การหล่อคือ...

การประดิษฐ์โลหะโดยเทโลหะหลอมลงในแม่พิมพ์แล้วทำให้เย็นตัวลงจน
แข็งเป็นรูป ผิวของโลหะที่แกะออกจากแม่พิมพ์แล้วจะได้รับการขัดให้แวววาว
เป็นเทคนิคที่ใช้ทำกาต้มชา แจกันดอกไม้และพระพุทธรูป พระพุทธรูปขนาด
ใหญ่ที่นาราเองก็สร้างจากการหล่อโลหะเช่นกัน

การทำลายนูนคือ...

คือการเจาะตัวโลหะด้วยสิ่วเรียกว่าทากาเนะ ทำลวดลายละเอียดบนผลงานมากมายดังเช่นเครื่องประดับ ลายนูนบนกระบังดาบที่อยู่ระหว่างใบดาบกับ
ด้ามจับของดาบญี่ปุ่นนั้นมีความประณีตอย่างมาก อีกทั้งยังว่ากันว่าลวดลาย
บนกระบังดาบถือเป็นแฟชั่นของเหล่าซามูไร

จุดเริ่มต้นของงานโลหะ

งานโลหะที่สืบทอดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่และคาบสมุทรเกาหลีนั้น เริ่มมี
การถ่ายทอดวิชาที่คิวชู โดยในช่วงต้นนั้นใช้ทำระฆังสำริดและกระจกสำริด
ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม ต่อมาก็นิยมทำกาโลหะสำหรับต้มน้ำร้อนเมื่อญี่ปุ่น
เริ่มมีวัฒนธรรมในการดื่มชา

งานโลหะสมัยเอโดะ

เครื่องมือเครื่องใช้ประจำครัวเรือนจำนวนมากในสมัยเอโดะเป็นงานโลหะ
ตั้งแต่รูปปั้นประดับบ้าน กาต้มน้ำที่ทำจากเหล็ก "คิเสะรุ" ที่เป็นไปป์สูบยา
แบบญี่ปุ่น จนกระทั่งข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวก็มีลวดลายประดับตกแต่งอย่าง
เลิศหรู ชีวิตประจำวันของผู้คนเองก็มีความหรูหรามากขึ้นเช่นกัน

งานโลหะที่ยังคงเฉิดฉายอยู่บนเวทีในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้งานโลหะที่ประดิษฐ์ด้วยมือช่างทีละชิ้น ๆ ก็มีการส่งออกไปขายนอก
ญี่ปุ่น ในจำนวนนั้นมีกาน้ำชา "นัมบุเท็กกิ" ซึ่งมีจุดเด่นที่เมื่อต้มน้ำจนเดือดแล้ว
น้ำจะเย็นตัวช้า อีกทั้งธาตุเหล็กที่ละลายออกมาจากตัวกาลงในน้ำยังดีต่อ
ร่างกายอีกด้วย

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้