ศิลปะการต่อสู้

ศิลปะการต่อสู้

Update: 16 มี.ค. 2560

ครั้งนี้จะแนะนำประวัติความเป็นมาและปัจจุบันของศิลปะการต่อสู้

ศิลปะการต่อสู้อย่างมีชั้นเชิง

ศิลปะการต่อสู้อย่างมีชั้นเชิง

ใน "โคะจิกิ" บันทึกประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ระบุว่าศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นจำแนกเป็นดาบ คะตะนะ หอก ธนู และซูโม่ เมื่อประมาณศตวรรษที่ 7 มีการฝึกอย่างเป็นทางการรวมที่มีศิลปะการต่อสู้ ด้วยการฝึกอบรมการขี่ม้าของเหล่าซามูไร จนมาถึงช่วงกลางสมัยคะมะคุระ(ปี1192 - ปี 1333) มีการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เมื่อจักรวรรดิมองโกล
รุกรานญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1274 รูปแบบการต่อสู้ที่ญี่ปุ่นมีอยู่นั้นใช้การไม่ได้ ทำให้เกิดศิลปะการต่อสู้ที่เน้นยุทธวิธีแบบหมู่คณะขึ้น หลังจากนั้นการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศเจริญรุ่งเรืองขึ้น ปืนจึงถูกมาใช้ในสงคราม จึงเกิดศิลปะการต่อสู้แบบใหม่ขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเภทของศิลปะการต่อสู้ก็พร้อมเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์และเวลา

การแตกแขนงของความหมายของศิลปะการต่อสู้

การแตกแขนงของความหมายของศิลปะการต่อสู้

เมื่อเข้าสู่ยุคเอโดะ ศิลปะการต่อสู้ก็ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อใช้ในการสู้รบจริง แต่ยังเริ่มมีความจำเป็น
ต่อการ "ขัดเกลาหนทาง ฝึกฝนจิตใจ" เช่นกัน มีสำนักฝึกศิลปะการต่อสู้พัฒนาขึ้นมากมาย ซึ่งศิลปะการต่อสู้นั้นถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง แม้กระทั่งซามูไรที่ไม่ออกศึกก็จำเป็นต้องเข้าสำนักเพื่อฝึกฝน

"โคะบุจุทสึ" พื้นฐานของศิลปะการต่อสู้

ศิลปะการต่อสู้ก่อนปี1868 เป็นยุคสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้น จึงเรียกว่าเป็นศิลปะการต่อสู้แบบโบราณ นอกจากนี้ยังมีศิลปะการต่อสู้แบบอื่น ที่มีพื้นฐานมาจากการต่อสู้โบราณ ศิลปการต่อสู้โบราณ อย่างเช่น การฟันดาบ ยิงธนู จูจุทสึ(ศิลปะการป้องตัวอย่างหนึ่ง) ว่ายน้ำ และมีดดาวกระจายของนินจา เมื่อศิลปะการต่อสู้ได้ววิวัฒนการสู่สมัยใหม่ก็มีการเปลี่ยนแปลงจาก "เค็นจุทสึ" เป็น "เคนโด้" "คิวจุทสึ" เป็น "คิวโด" และ "จูจุทสึ" เป็น "ยูโด" ปัจจุบันศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นเป็นที่นิยมทั่วโลกเช่นเดียวกับศิลปะการต่อสู้ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในฐานะเป็นกีฬา

ศิลปะการต่อสู้ในเชิงศาสนา”บูโด”

ศิลปะการต่อสู้ในเชิงศาสนา”บูโด”

บูโดคือไม่ใช่เพียงแค่ศิลปะการต่อสู้ ฝึกฝนทางจิตใจ แต่ยังมีความหมายในเชิง พิธีกรรมของศาสนาชินโต ซึ่งเป็นศาสนาหลักของญี่ปุ่น โดยการอุทิศตนเพื่อพระเจ้าผ่านศิลปะการต่อสู้ ซูโม่ทศิลปะการต่อสู้บนพื้นฐานของศาสนาชินโตโดยมีความหมาย “ตีตี” ในตำนานของญี่ปุ่น พูดถึงทวยเทพที่ประลองกันด้วยการจับทุ่ม ซึ่งว่ากันว่าเทพนิยายดังกล่าวนี้เองที่เป็นต้นกำเนิดของซูโม่ นอกจากนี้ยังมี "ยะบุซะเมะ" ที่เป็นการยิงธนูจากบนหลังม้า ซึ่งประกอบเป็นพิธีบูชาเฉลิมฉลองตามศาลเจ้า เป็นต้น

"นินจุทสึ" ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

"นินจุทสึ" เป็นเทคโนโลยีปฏิบัติการสายลับเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยมุโระมะจิ(ปี 1338-ปี 1573)
นินจา เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเพราะอิทธิพลของภาพยนตร์ การ์ตูนอนิเมชัน หนังสือการ์ตูน ฯลฯ แต่ภาพลักษณ์อย่างชุดที่เป็นสีดำทั้งตัวหรือไม่ยอมให้ผู้ใดเห็นตัว ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นเองในยุคหลัง แม้ปัจจุบันจะมีสำนักนินจุทสึอย่าง "เท็นชินโชเด็นคะโตะริชินโต" "อิงะ" และ "โคงะ" ก็ตามแต่"โรงเรียนนินจา" อันเป็นที่เลื่องลือก็ไม่ใช่ของที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น

ศิลปะการต่อสู้สำหรับญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน

ศิลปะการต่อสู้สำหรับญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน

ตามโรงเรียนประถมและมัธยมต้นจะมีชมรม "ซูโม่" "ยูโด" และ "เคนโด้” ให้นักเรียนเข้าร่วม อีกทั้งมีองค์กรที่เกี่ยวข้องมากมายเช่น "คณะกรรมศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น" และ"สมาคมศิลปะการต่อสู้โบราณของญี่ปุ่น" ที่มุ่งสืบสานโคะบุจุทสึหรือ"สมาคมวิชาการศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น" ที่ค้นคว้าวิจัยศิลปะการต่อสู้ทั้งเก่าและใหม่

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้