แลนด์มาร์ค อนุสาวรีย์

แลนด์มาร์ค อนุสาวรีย์

Update:

ญี่ปุ่นมีแลนด์มาร์คและอนุสาวรีย์ที่รำลึกถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับญี่ปุ่น สถานที่เหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เท่านั้น
แต่ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ แม้จะมองจากมุมมองของเทคนิคด้านสถาปัตยกรรมแล้ว
ก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยอดเยี่ยมทุกที่

แลนด์มาร์คที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่น

“โตเกียวทาวเวอร์” ซึ่งอยู่ที่สวนชิบะในกรุงโตเกียว เป็นแลนด์มาร์คที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่น
มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "หอคลื่นวิทยุญี่ปุ่น"
สูง 333 เมตร ความสูงนี้ครอบคลุมสัญญาณในเขตรัศมี 100 กิโลเมตรของแถบคันโต
ในขณะเดียวกันก็เป็นความสูงที่ถูกออกแบบมาให้กันลม กันไฟ และกันแผ่นดินไหวอีกด้วย
เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง
แลนด์มาร์คที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวทาวเวอร์
จึงถูกสร้างโดยคำนึงถึงเรื่องการป้องกันแผ่นดินไหวเป็นอันดับหนึ่ง
ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีผู้มาเยี่ยมชม 3 ล้านคนต่อปี
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2012 โตเกียวยังได้เปิดใช้งาน TOKYO SKYTREE(R)
ถือเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของกรุงโตเกียว มีความสูง 634 เมตร
จุดชมวิวสูง 350 เมตร มองเห็นทัศนียภาพเมืองของโตเกียวได้รอบทิศ
ครองความสูงอันดับหนึ่งของโลกในบรรดาหอกระจายสัญญาณที่เปิดใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
และอันดับสองของโลกในบรรดาสิ่งปลูกสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น

อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า

อาคารที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1915 โดยสถาปนิกชาวเช็ก
ในปี ค.ศ.1945 เมืองฮิโรชิม่าถูกทิ้งระเบิดปรมาณู
ทำให้อาคารส่วนหนึ่งได้รับความเสียหายจนพังทลายและถูกพัดปลิวไป
แต่หลังจากนั้น เนื่องจากมีการคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
จึงได้หนุนเสริมตัวอาคารและปล่อยทิ้งไว้ในฐานะสิ่งก่อสร้างที่ล้ำค่าจนถึงปัจจุบัน
สถานที่นี้ถูกรักษาไว้อย่างดีในฐานะสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความล้ำค่าของความสงบสุข
ให้ผู้คนที่มาเยี่ยมชมได้รับรู้อย่างเงียบ ๆ
และด้วยการใช้เทคโนโลยีของญี่ปุ่นในการดูแลรักษาสภาพอย่างจริงจัง
ทำให้แม้ลักษณะภายนอกจะยังคงความพินาศเหมือนในช่วงเวลานั้นอยู่
แต่ปัจจุบันซึ่งมีพัฒนาการการป้องกันแผ่นดินไหวที่ดีแล้ว
อาคารนี้จึงถูกสร้างให้รับมือกับแผ่นดินไหวได้

อนุสาวรีย์แห่งสันติภาพนางาซากิ

นางาซากิเป็นเมืองที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเช่นเดียวกันกับเมืองฮิโรชิม่า
วันที่ 6 สิงหาคม ปี ค.ศ.1945 มีการทิ้งระเบิดปรมาณูลงที่เมืองฮิโรชิม่า
จากนั้นจึงทิ้งลงที่นางาซากิในเวลา 3 วันต่อมา
"อนุสาวรีย์แห่งสันติภาพ" สร้างโดยนายเซโบ คิตามุระ ตั้งอยู่ที่สวนสันติภาพนางาซากิ
สื่อถึงภัยคุกคามของระเบิดปรมาณูและความล้ำค่าของสันติภาพ
อนุสาวรีย์นี้ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายจากระเบิดปรมาณู
ต่างจากอนุสรณ์สันติภาพของฮิโรชิม่า
แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้วถือเป็นอนุสาวรีย์ที่สำคัญในฐานะสถานที่สวดภาวนาสู่สันติภาพ
มีความสูง 9.7 เมตร น้ำหนัก 30 ตัน
กล่าวกันว่าอนุสาวรีย์นี้แสดงถึงความรักของพระเจ้าและความเมตตาของพระพุทธเจ้า
มือขวาชี้ขึ้นฟ้าสื่อถึงภัยคุกคามของระเบิดปรมาณู
มือซ้ายยื่นออกมาในแนวราบสื่อถึงสันติภาพ

หอสูงตระหง่าน สัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้า

หอคอย "ซึเทนคาคุ" แลนด์มาร์คของเมืองโอซาก้า
เป็นหอคอยรุ่นที่ 2 ที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1956 ตัวหอคอยสูง 100 เมตร
หอคอยซึเทนคาคุรุ่นแรกถูกไฟไหม้ลามจากโรงภาพยนตร์ข้าง ๆ จนพังทลายไป
แต่ด้วยพลังของคนในท้องถิ่นที่เรียกร้องจนสร้างขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จ
จึงได้เริ่มการก่อสร้างหอคอยที่จะรับมือกับผลกระทบจากแผ่นดินไหวได้
โดยใช้เวลาราว 8 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014
การก่อสร้างนี้ได้นำเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมาใช้อย่างเต็มความสามารถ
ถือเป็นหอคอยชมวิวแห่งแรกของโลก
นอกจากนี้การก่อสร้างยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดพักอีกด้วย
ชั้นบนสุดความสูง 94.5 เมตร มีลานชมวิวติดกระจกนิรภัยรอบด้าน

ลิฟท์ที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น

"แลนด์มาร์คทาวเวอร์" ที่เมืองโยโกฮาม่า เป็นตึกสูง 70 ชั้น ความสูง 296.33 เมตร
"โยโกฮาม่ามินาโตะมิไร 21" เป็นย่านที่มีสำนักงานรวมตัวอยู่มากมาย
แต่ตึกนี้นอกจากจะมีสำนักงานจำนวนมากแล้ว
ยังเป็นตึกสูงเสียดฟ้าที่ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของเมืองอีกด้วย
บนชั้น 69 มีการสร้าง "สกายการ์เด้น"
ชั้นชมวิวที่สามารถชมทิวทัศน์จากความสูง 273 เมตรจากพื้นดินได้
ลิฟท์ของตึกนี้เป็นลิฟท์ที่มีความเร็วสูงสุดในญี่ปุ่น ความเร็ว 750 เมตร/นาที
หากเป็นขาขึ้น ลิฟท์ที่เร็วที่สุดในโลกอยู่ที่ "เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์" ของประเทศจีน
แต่หากเป็นขาลง ลิฟท์ที่นี่ยังคงครองความเร็วอันดับ 1 ของโลกอยู่
และไม่เพียงความเร็วเท่านั้น
แต่ยังมีการทุ่มเทเทคโนโลยีในการสร้างโดยคำนึงถึงเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือน
เพื่อสร้างลิฟท์ที่สะดวกสบายสำหรับผู้ใช้อีกด้วย

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้