ฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วง

Update:

ฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่นเป็นฤดูที่อยู่ได้อย่างสบายในสภาพอากาศที่อบอุ่น
เป็นการต้อนรับเข้าสู่ช่วงของการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงาม
นอกจากนี้ ที่ญี่ปุ่นจะเรียกอีกอย่างว่า "ฤดูใบไม้ร่วงแห่งการกิน" เพราะเป็นฤดูกาลที่ของอร่อยจากท้องทะเลและภูเขามากมายจะถูกเก็บเกี่ยวออกมา

ใบไม้เปลี่ยนสี

ใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นนั้นจะสามารถชื่นชมความงามได้ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนโดยจะเริ่มจากทางฮอกไคโด และมาสิ้นสุดที่ทางคิวชูในช่วงเดือนพฤศจิกายน
การได้ชมศาลเจ้าหรือวัดที่ถูกย้อมไปด้วยสีน้ำตาลเข้มนั้นก็เพลิดเพลินกัน
จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงนั้นก็จะมีที่อาราชิยาม่าและที่ฮิกาชิยาม่าของเมืองเกียวโต สวนด้านนอกของศาลเจ้าเมจิชินกูและสวนสาธรณะที่ระลึกสมัยโชวะของเมืองโตเกียว เป็นต้น
ประเทศที่สามารถดูใบไม้เปลี่ยนสีได้นั้นก็มีที่อื่นอีกเหมือนกันแต่ว่ากันว่าไม่มีที่ไหนที่จะมีทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามเหมือนกับที่ญี่ปุ่น

เทศกาลชมพระจันทร์

วัฒนธรรมการรื่นเริง สังสรรค์ ไปพร้อม ๆ กับการชมพระจันทร์เต็มดวงที่สวยงามในฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่นนั้นมีต่อเนื่องกันมามากว่า 1000 ปีแล้ว
จะมีการประดับกระดิ่ง ทำขนมดังโงะชมพระจันทร์อย่างมากมาย และเตรียมเผือกที่ถูกเก็บใหม่เอาไว้
คนญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณได้ทำรูปร่างของขนมโมจิให้เป็นรูปกระต่ายโดยจินตนาการมาจากลวดลายของพระจันทร์

การทำพิธีทางศาสนาให้กับบรรพบุรุษหรือเพื่อขอบคุณต่อธรรมชาติ

เป็นพิธีทางศาสนาที่จัดขึ้นในช่วงที่เปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง โดยมีวัตถุประสงค์คือการขอบคุณและระลึกถึงบรรพบุรุษ
"ฮิกัง" คือช่วงที่เปลี่ยนจาก ฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ และจากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง ดอกฮิกังสีแดงจึงเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ในพิธีฮิกังของฤดูใบไม้ร่วง และคนญี่ปุ่นส่วนมากจะออกไปไหว้หลุมศพบรรพบุรุษในช่วงเวลานี้
โดยจะเป็นการไปทำความสะอาดหลุมศพของบรรพบุรุษตัวเอง และนำเอาดอกไม้พร้อมกับ "โอฮะกิ" ไปไหว้ด้วย
โอฮะกิคือขนมญี่ปุ่นที่ใช้ข้าวสวยมาทำให้เป็นก้อนเล็ก ๆ และห่อด้วยถั่วแดงบด

งานกีฬากลางแจ้ง

เมื่อผ่านช่วงฤดูร้อนที่ร้อนไป โรงเรียนของญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีอากาศเย็นขึ้นนั้น จะจัดกิจกรรม "งานกีฬากลางแจ้ง"
ในวันที่ 10 ของเดือนตุลาคม นั้นได้ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดของประชาชนในฐานะที่เป็น "วันออกกำลังกาย" ดังนั้นในช่วงก่อนและหลังวันนี้จะมีการจัดงานกีฬากลางแจ้งกันเป็นหลัก
งานกีฬากลางแจ้งนั้น จะแบ่งเป็น 2 ทีมคือสีแดงกับสีขาวและมาทำการแข่งขันกีฬากันในหลาย ๆ ประเภท

งานเทศกาลศิลปะวัฒนธรรม

ฤดูใบไม้ร่วงนั้นถูกกล่าวว่าเป็น "ฤดูใบไม้ร่วงแห่งศิลปะ" และโดยทั่วไปแล้วในมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนมัธยมปลายจะมีการจัดกิจกรรมงานเทศกาลศิลปะวัฒนธรรมขึ้นมา
งานศิลปะวัฒนธรรมนั้น เหล่านักเรียนจะจัดเตรียมการแสดงหรือการแสดงดนตรีสดที่บริเวณลานกว้าง
และยังมีการออกร้าน โดยนักเรียนจะเป็นคนนำเอาอาหารหรือขนมที่ทำขึ้นเองออกมาวางจำหน่าย คนภายนอกก็สามารถเข้ามาร่วมสนุกไปกับงานเทศกาลศิลปะวัฒนธรรมได้

การเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย

ในช่วงที่เปลี่ยนจากฤดูร้อนไปเป็นฤดูหนาวนั้นจะเรียกมีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากเสื้อผ้าบาง ๆ มาเป็นเสื้อผ้าที่หนาขึ้น เครื่องแบบของโรงเรียนก็เช่นกัน จะทำการเปลี่ยนเครื่องแบบพร้อมกันโดยยึดถือวันที่ 1 ตุลาคม โดยถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติที่จะปฎิบัติในทุกปีของญี่ปุ่น
เดิมทีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายนั้นจะเป็นธรรมเนียมแต่เครื่องแบบของโรงเรียนนั้นจะถูกจัดอยู่ในช่วงเวลาการเปลี่ยนอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ และเป็นกฏข้อบังคับ นอกจากนี้ในแต่ละบ้านก็จะเตรียมความพร้อมรับฤดูหนาวด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าด้วย

ถ้าอยากเพลิดเพลินไปกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีและอาหารสไตล์ญี่ปุ่นละก็ขอแนะนำช่วงฤดูใบไม้ร่วง

จุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหรือสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ กับใบไม้เปลี่ยนสีกับการแสดงที่สวยงามนั้นเป็นภาพที่ยอดเยี่ยมที่จะไม่สามารถหาดูได้ที่ไหนนอกจากญี่ปุ่น
อาหารญี่ปุ่นมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลกในฐานะอาหารที่มีความสวยงามนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงก็จะอร่อยขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ต้อนรับการเข้าฤดูกาลด้วยวัตถุดิบที่มีมากมาย ทั้งวัตถุดิบจากทะเลและจากภูเขา จึงทำให้จะมีเฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้นที่จะสามารถลิ้มลองความอร่อยได้อย่างมากมาย

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้