เข้าใจง่าย ! ข่าวสารสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

เข้าใจง่าย ! ข่าวสารสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

Update:

ประเทศญี่ปุ่น มหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่เป็นตัวแทนของเอเซีย
ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันนั้นได้มีจุดเปลี่ยนผันต่างๆมากมาย
เกิดขึ้นบนประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น มาลองตามร่องรอยประวัติศาสตร์ และค้นพบเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นกัน

ถ้ามองในอตีดแล้ว จะทำให้เห็นญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน !

ญี่ปุ่นถูกเข้าใจผิดว่าเป็นประเทศที่มีชื่อดังกล่าวในประมาณศตวรรษที่ 3
โดยปรากฏอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ "กิชิวะจินเด็น" ของประเทศจีน
ขอนำเสนอการเกิดประเทศญี่ปุ่นให้เข้าใจง่าย ด้วยการสรุปให้อยู่ในรูปของข่าว

หญิงแกร่ง !? ฮิมิโกะผู้รวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียว

ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น "ญี่ปุ่น" ในประมาณก่อนคริสตกาลไปจนถึงท้ายศตวรรษที่ 7
ญี่ปุ่นเคยเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ถูกเรียกว่าวะโกะกุ ภายในประเทศ
มีทั้งรัฐขนาดเล็กและใหญ่จำนวนมากกว่า 30 รัฐ ที่ไม่เคยจะหยุดทำสงครามต่อกัน
จักรพรรดินี "ฮิมิโกะ" ได้ปรากฏตัวอยู่ในประเทศดังกล่าว
กล่าวกันว่าหัวหน้าของแต่ล่ะรัฐต่างยอมรับว่า "ฮิมิโกะนั่นแหละที่เป็นราชินีของวะโกะกุ"
จึงหยุดทำสงครามต่อกัน หลังจากนั้นตอนประมาณศตวรรษที่ 4
การปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ "ราชสำนักยามาโตะ" ก็เกิดขึ้น
และวะโกะกุก็ถูกรวมให้เป็นหนึ่งเดียว

เกิดรัฐประหารครั้งแรกของญี่ปุ่น !

ศตวรรษที่ 7 ยุคอาสุกะ ได้เกิด "การปฏิวัติยามาโตะ" ขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่
ตระกูลโซงะที่มีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติกับราชวงศ์ของจักรพรรดิ
และเป็นตระกูลที่มีอำนาจในราชสำนักถูกลอบสังหาร
นี่เรียกได้ว่าเป็นการรัฐประหารครั้งแรกของญี่ปุ่น ซึ่งก่อขึ้นโดยฝ่ายราชวงศ์
ที่โกรธตระกูลโซงะ เพราะตระกูลโซงะไม่ได้ให้ความสำคัญกับองค์จักรพรรดิ เหตุการณ์นี้ทำให้การปกครองของญี่ปุ่นหันไปใช้การปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจที่มีราชวงศ์เป็นศูนย์กลางของการปกครอง

ยุคนาระที่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆด้านการส่งเสริมระหว่างประเทศ

"ยุคนาระ" เริ่มจากปี ค.ศ.710 และอยู่ต่อเนื่องมาอีกประมาณ 80 ปี
เป็นยุคที่มีการใช้วิธีควบคุมอาชญากรรมแบบมีองค์จักรพรรดิเป็นศูนย์กลางควบคู่ไปกับการมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีกับประเทศจีน
ดังนั้นสังคมญี่ปุ่นจึงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวัฒนธรรมของราชวงศ์ถัง
มีการส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่เรียกว่าเค็นโทชิ เพื่อไปเก็บเกี่ยววัฒนธรรมอย่างกระตือรือร้น มีการสร้างวัดขนาดใหญ่ต่าง ๆ เช่น วัดไดอัน วัดโคฟุกุ และวัดโทได รวมไปถึง "ไดบุทสึแห่งนาระ" อันเลื่องชื่อก็ถูกสร้างขึ้นด้วยเช่นกัน

ยุคเฮอันที่วัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้นผลิบาน

"ยุคเฮอัน" ที่เกิดขึ้นในปลายศตวรรษที่ 8 ได้มีการเกิดขึ้นของ
"อักษรฮิรางานะ" วัฒนธรรมเฉพาะตัวของญี่ปุ่นเช่น วะกะ (กลอนญี่ปุ่น) และทังกะ (กลอนสั้น) จึงเกิดการผลิบานขึ้น
เมื่อลองหันไปดูการแต่งกายของผู้หญิงในราชวังจะพบกับ "จูนิฮิโตะเอะ"
ที่ซ้อนทับด้วยกิโมโนสีสันสดใสหลายชั้น และการไว้ผมสีดำยาว
อาจกล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบที่แสดงถึงความงามของผู้หญิงญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้

ช่วงที่มีแต่สงครามอย่างไม่หยุดหย่อน ! การเกิดขึ้นของชนชั้นนักรบ

จนถึงศตวรรษที่ 11 ในยุคเฮอัน การปกครองของญี่ปุ่นเป็นการบริหารโดยองค์จักรพรรดิ
แต่เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 12 "ชนชั้นนักรบ" ที่เคยมีหน้าที่เป็นองครักษ์ของชนชั้นสูง
ก็เริ่มมีอำนาจมากขึ้น ด้วยพลังอำนาจที่ได้มาจากความสามารถทางสงคราม
โครงสร้างทางการปกครองโดยรัฐบาลโชกุน "บาคุฟุ" ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 12
ยุคสมัยของชนชั้นนักรบจึงเริ่มขึ้น แต่ว่าได้เกิดการขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่องของเหล่าผู้มีอำนาจ
จึงทำให้เกิดสงครามขึ้นทั่วทั้งญี่ปุ่น ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายนี้
ดำเนินมาจนถึงตอนที่มีการรวมประเทศได้สำเร็จ ในเวลาต่อมายุคสมัยนี้จึงถูกเรียกว่า "ยุคเซ็งโงะกุ (ยุคแห่งสงคราม)"

สามขุนพลที่แบกรับภาระในยุคสมัยดังกล่าว

ในยุคเซ็งโงะกุนั้น นอกจากชนชั้นนักรบแล้ว เกษตรกรยังถูกดึงเข้ามาพัวพันกับสงครามด้วย
ภายใต้การแพร่ขยายของกระแสการต่อต้านชนชั้นสูงโดยชนชั้นล่าง
เมื่อเข้าสู่กลางศตวรรษที่ 16 สภาวะสงครามก็สิ้นสุดลงโดยขุนพลที่ชื่อว่า "โอดะ โนบุนางะ"
ทำให้เริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ในการรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว
แต่ทว่า โนบุนางะกลับถูกขุนพลที่เป็นบริวารของตัวเองลอบสังหาร
หลังจากนั้นไม่นาน ขุนพลคนดังกล่าวก็ได้ถูกลอบสังหารโดย โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้ซึ่งเป็นบริวารของโนบุนางะเช่นเดียวกัน ทำให้การครองแผ่นดินของขุนพลที่ลอบสังหารโนบุนางะนั้นมีระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน
หลังจากนั้น ฮิเดโยชิ ก็รวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม โทคุงาวะ อิเอะยาสุ ผู้ที่ได้รับชัยชนะในสงครามต่าง ๆ
เช่น สงครามเซคิงาฮาระในปี ค.ศ.1600 ก็เข้ามาครอบครองอำนาจ
ตระกูลโทคุงาวะจึงกลายเป็นผู้สร้างยุคสมัยเอโดะที่มีอยู่หลังจากนั้น
ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาอีก 200 ปี

ความเฟื่องฟูของวัฒนธรรมเอโดะเช่น คาบุกิ อุกิโยะเอะ และอื่น ๆเป็นต้น

ปี ค.ศ.1603 โทคุงาวะ อิเอะยาสุ ได้สร้างองค์กรทางการปกครองที่เรียกว่ารัฐบาลเอโดะขึ้นในบริเวณที่เป็นโตเกียวในปัจจุบัน และนำมาซึ่งยุคสมัยอันสงบสุขและปราศจากสงคราม ผู้คนจำนวนมากได้ย้ายเข้ามาอาศัยในเมืองเอโดะ วัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น คาบุกิ (ละครหน้ากาก)
อุกิโยะเอะ (ภาพวาดบันเทิงเริงรมย์ทางโลก) และกิโมโนก็เติบโตขึ้น
ในเมืองเอโดะที่เต็มไปด้วยอิสระภาพและความมีชีวิตชีวา
ชาวบ้านได้ให้กำเนิดวัฒนธรรมใหม่ ๆ อย่างไม่ขาดสาย จากวิธีการคิด
ที่มีความเป็นอิสระ

เรือดำที่ทำให้เมืองเอโดะอันสงบสุขตกอยู่ในความหวาดกลัว

ค.ศ.1853 เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เมืองเอโดะอันสงบสุขตกอยู่ในความโกลาหล
เรือดำหรือกองทัพเรือจากอเมริกาที่นำโดยพลเรือจัตวาเพอร์รี ได้เข้ามาสู่น่านน้ำ
ในเวลานั้น ญี่ปุ่นยังเป็น "ประเทศปิด" ที่ห้ามการซื้อขายกับต่างประเทศ
แต่เพอร์รี่ก็ได้ส่งมอบจดหมายของประธานาธิบดีที่เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ
ประเทศจึงถูกสั่นคลอนอย่างมากจากกลุ่มคนต่าง ๆ เช่น ฝ่ายเปิดประเทศที่
เห็นว่าควรเปิดการค้าขาย และผู้สนับสนุนที่เห็นว่าควรมอบอำนาจในการปกครอง
ของชนชั้นนักรบให้กับองค์จักรพรรดิ

ลาก่อน ชอนมะเงะ

ค.ศ.1867 การปกครองที่ดำเนินมาหลายร้อยปีของบาคุฟุก็จบลง
ยุคสมัยเมจิที่มีองค์จักรพรรดิกลับมาทำการปกครองอีกครั้งจึงเริ่มต้นขึ้น
รัฐบาลที่เกิดใหม่ได้สร้างรัฐธรรมนูญขึ้นโดยอ้างอิงจากระบบการปกครองของตะวันตก ทำให้ญี่ปุ่นมีความทันสมัยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
มีการรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเป็นจำนวนมากอาทิเช่น ชุดเดรส และรูปถ่าย
ที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ชนชั้นนักรบได้ตัด "ชอนมะเงะ (ทรงผมที่มีการรวบจุกไว้กลางศรีษะ)" ออกและเปลี่ยนมาเป็นทรงผมแบบตะวันตก การแต่งตัวแบบซามูไรจึงได้จางหายไปจากเมือง

การนำไปสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเซีย !

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1914 ญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา
ประเทศกำลังพัฒนาทั้งสองได้กระตุ้นการค้าขายเพื่อใช้เป็นฐานในการผลิต
สินค้า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจึงเฟื่องฟูเป็นประวัติการณ์ ด้วยเหตุนี้ภายในประเทศจึงมีการเกิดขึ้นของต้นแบบวัฒนธรรมกระแสหลักต่าง ๆ เช่น เพลงป๊อป
และเพลงแจ๊ส ในปี ค.ศ. 1939 สงครามโลกครั้งที่สองที่ดึงทั่วทั้งโลกเข้ามาเกี่ยวข้องก็ได้อุบัติขึ้น ญี่ปุ่นพ้ายแพ้ในสงครามที่ดำเนินติดต่อกันมากว่า 6 ปี หลังจากนั้นญี่ปุ่นก็ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูศูนย์กลางของเศรษฐกิจ
ได้ราวกับปาฏิหาริย์ สินค้าหลากหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นจึงเป็นที่ดึงดูดความสนใจเรื่อยมา

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้