ต้นกำเนิดของศาสนาชินโตและประวัติความเป็น

ต้นกำเนิดของศาสนาชินโตและประวัติความเป็น

Update: 6 มี.ค. 2560

ศาลเจ้าซึ่งมี่สัญลักษณ์เสาสีแดงซึ่งเรียกว่าโทริอินั้น เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น สังคม ขนบธรรมเนียนมประเพณี ตำนาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่จะเข้าใจว่า “ศาสนาชินโตคืออะไร?” นั้นยาก ไม่มีตำราอย่างเช่นพระคัมภีร์ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องที่เข้าใจยากของเขตแดนของพระเจ้า ก็ยังมีบางคนที่ว่ายากที่จะเรียกว่าศาสนา

ต้นกำเนิดของศาสนาชินโต

แม้ว่าโดยทั่วไปศาสนาเป็นสิ่งที่เผยแพร่คำสอนจากพระคัมภีร์ แต่ศาสนาชินโตไม่ได้เป็นหนังสืออย่างพระคัมภีร์ “โคชิกิ” ซึ่งเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้บันทึกไว้มากมายเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าของญี่ปุ่นในศาสนาชินโต ซึ่งมีความเชื่อที่ว่าศาสนาชินโตมีมานานกว่าหลายศตวรรษ ก่อนที่ “โคชิกิ” จะเสร็จสมบูรณ์ในศตวรรษที่8เสียอีก

ความเชื่อในศาสนาชินโต เรื่องเทพเจ้า

ศาสนาของชินโตเชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่สิงสถิตอยู่ในธรรมชาติ เชื่อในเทพเจ้าซึ่งมีอำนาจทุกอย่าง ศาสนิโตเชื่อว่าทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ก้อนหิน แม่น้ำ ไปจนกระทั่งสายลม เป็นที่เทพเจ้าสิงสถิตอยู่ทั่วจักรวาล เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า เทพ8ล้านองค์ นั่นคือเทพเจ้าในศาสนาชินโตซึ่งแตกต่างจากเทพเจ้าของชาวตะวันตก อาจะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายกว่าวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในธรรมชาติ รู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อสิ่งที่ไม่สมบูรณ์อย่างใบไม้ที่แห้งตาย หรือ ก้อนหินที่แตกร้าว เพราะการบูชาธรรมชาตินั้นเป็นรากฐานของศาสนาชินโต

ประกอบกันเป็นญี่ปุ่นซึ่งเห็นได้จากชินโต

ชินโตเป็นจุดกำเนิดของโลกเช่นเดียวกับหลายศาสนา สำหรับญี่ปุ่นโบราณโลกถือกำเนิดมาจากญี่ปุ่นเอง
อ้างอิงจากหนังสือประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น “โคชิกิ” กล่าวไว้ว่าต้นกำเนิดของญี่ปุ่นเกิดจากเทพเจ้าสองพี่น้อง คือ อิซานางิและอิซานามิ

เทพเจ้ากำเนิด ประเทศกำเนิด

ในตำนานของญี่ปุ่นกล่าวกันว่า โลกเคยเป็นสถานที่เต็มไปด้วยปลักโคลน เหล่าเทพยดาจึงส่งให้อิซานางิและอิซานามิสร้างผืนแผ่นดิน โดยได้ทรงมอบหอกวิเศษแก่ทั้งสองเพื่อใช้ในการสร้างเกาะ ทั้งสองยืนอยู่บน “อาเมโนคิฮาชิ”(สะพานสายรุ้ง) แล้วจึงกวนปลักโคลนไปมา เมื่อทั้งสองดึงหอกขึ้น เศษโคลนที่หยดตามปลายหอกก็กลายเป็นเกาะเล็กๆซึ่งเป็นจุดกำเนิดของญี่ปุ่น หลังจากนั้นอิซานางิและอิซานามิก็ได้แต่งงาน และให้กำเนิดบุตรมากมาย เด็กๆเหล่านั้นได้กลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยมากมายในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังให้กำเนิดลม ภูเขา และแม่น้ำ

อะมะเตะระสุ กับราชวงศ์ญี่ปุ่น

อะมะเทระสุ(สุริยเทพี)เป็นเทพธิดาที่ดูแลเหล่าเทพเจ้าและพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นเทพที่สำคัญที่สุดในศาสนาชินโต
เธอมีพี่น้องของตัวเองคือสึกุโยะมิ (ซึ่งเป็นจันทรเทพดวงจันทร์) ด้วยความที่เทพ อะมะเทระสุโกรธที่เทพ สึกุโยมิได้ฆ่าเทพ อุเคโมจิ(เทพแห่งอาหาร)ตาย จึงแยกกันอยู่ จากนั้นเป็นต้นมาจึงเกิดเป็นกลางวันและกลางคืน
สิ่งสำคัญที่สุดที่เกี่ยวกับเทพ อะมะเทระสุ เกี่ยวกับราชวงศ์ของญี่ปุ่นและเครือญาติ จักรพรรดิ จิมมุ ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นขึ้นครองบังลังก์ครั้งแรกเมื่อ660ปีก่อนคริสตกาล ได้เป็นถูกกล่าวไว้ในตำรา “โคชิกิ” ว่าลูกชายของหลานของเทพ อะเมะเทระสุ

พิธีกรรมของศาสนาชินโตในปัจจุบัน

ราชวงศ์ของญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์กับเทพอะมะเทระสุ แน่นอนว่าศาสนาชินโตยังคงฝังรากลึกอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นในปัจจุบัน คนญี่ปุ่นไปศาลเจ้าไหว้พระขอพร อย่างเช่นการขอพรในการเรียน เรื่องการงาน การคลอดบุตรให้เด็กเจริญเติบโตแข็งแรง นอกจากนี้ยังเป็นการกระทำที่แสดงถึงความเชื่อ โดยการนำสินของมาถวายต่อเทพเจ้าในศาลเจ้าซึ่งเรียกว่า “ชินเซน” ของที่ถูกนำมาถวายต่อเทพเจ้าบ่อยๆอย่างเช่น เหล้า โมจิ หรือข้าวปั้น ข้าวเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดในหมู่เครื่องบูชา โดยเชื่อว่าในเมล็ดข้าวทุกเมล็ดจะมีจิตวิญญาณอยู่
นอกจากนี้เครื่องบูชายังรวมไปถึงน้ำเต็มแก้ว โดยไม่ผ่านมือมนุษย์

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้