มารยาทการรับประทานอาหารในญี่ปุ่น

มารยาทการรับประทานอาหารในญี่ปุ่น

Update:

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับมารยาทมาก
การที่มีมารยาทหรือบุคลิกที่ไม่ดีเวลารับประทานอาหาร
อาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดที่จะอยู่ใกล้ และอยากหลบเลี่ยง
จะขอแนะนำมารยาทโดยทั่วไปในการรับประทานอาหารญี่ปุ่น

เวลารับประทานอาหาร

เวลารับประทานอาหาร

มารยาทที่ถูกต้องในการทานอาหารญี่ปุ่น คือ การถือถ้วยอาหารแล้วทาน
ระวัง อย่าวางถ้วยแล้วทาน เพราะเป็นบุคลิกที่ไม่ดี
และการวางข้อศอกบนโต๊ะอาหารเวลาทานอาหารก็เป็นมารยาทที่ไม่ดี
ถึงจะเป็นท่าที่สะดวกสบาย แต่พยายามหลีกเลี่ยงการทำแบบนี้กันเถอะ

มารยาทเกี่ยวกับการใช้ตะเกียบ

มารยาทเกี่ยวกับการใช้ตะเกียบ

หากได้เรียนรู้การถือตะเกียบที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก
จะสามารถถือตะเกียบได้สวยงาม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้
หากไม่คุ้นเคยกับการใช้ อาจจะเป็นการยากซักหน่อย แต่ก็มาลองดูกันเถอะ
ที่ญี่ปุ่น มีมารยาทเกี่ยวกับการใช้ตะเกียบอยู่มากมาย
เช่น การใช้ตะเกียบเสียบอาหาร การลังเลว่าจะคีบอะไรโดยถือตะเกียบในมือ
การคาบตะเกียบไว้ในปาก ถือเป็นมารยาทที่ไม่ดี

การใช้ภาชนะให้ใช้แบบเบา ๆ ไม่เสียงดัง

การใช้ภาชนะให้ใช้แบบเบา ๆ ไม่เสียงดัง

การวางภาชนะอย่างไม่ระวัง จนเกิดเสียงนั้นเป็นมารยาทที่ไม่ดี
ห้ามใช้ตะเกียบเคาะภาชนะอาหาร หรือวางภาชนะจนเกิดเสียง

ระมัดระวังความดังของเสียง

ระมัดระวังความดังของเสียง

บางครั้งอาจจะขึ้นอยู่กับสถานที่รับประทาน หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังเกินความจำเป็น
ไม่ได้มีเพียงแค่เราที่ใช้ร้านอาหาร เราต้องใช้ร่วมกับลูกค้าคนอื่นด้วย
จึงควรใส่ใจคนรอบข้างด้วย

การทานโซบะ สามารถดูดเส้นมีเสียงได้

การทานโซบะ สามารถดูดเส้นมีเสียงได้

ในแต่ละประเทศแต่ละพื้นที่ การส่งเสียงขณะทานอาหารเป็นมารยาทที่ไม่ดี
แต่ที่ญี่ปุ่น การทานอาหารประเภทเส้น สามารถส่งเสียงดูดเส้นได้
โดยเฉพาะการทานโซบะ การดูดเส้นโดยมีเสียง
จะทำให้กลิ่นของโซบะกระจายภายในปากขณะรับประทาน

"อิทาดาคิมัส (ทานแล้วนะคะ/ครับ)" กับ "โกะจิโซซามะ (ขอบคุณสำหรับอาหาร)"

"อิทาดาคิมัส (ทานแล้วนะคะ/ครับ)" กับ "โกะจิโซซามะ (ขอบคุณสำหรับอาหาร)"

การกล่าวแสดงความขอบคุณสำหรับอาหารก่อนและหลังทาน
เป็นขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่ง ในอาหารต่าง ๆ มีชีวิตอยู่
การจะทานอาหาร เป็นการรับชีวิตจากอาหารที่ทาน
จึงพูดว่า "อิทาดาคิมัส (จะทานแล้วนะ)"
และเมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว จะกล่าว
"โกะจิโซซามะ (ขอบคุณสำหรับอาหาร)" โดยรู้สึกขอบคุณด้วย
การจะออกเสียงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตอนนั้น ๆ
ในสถานที่เงียบสงบ หรือเวลาอยู่คนเดียว อาจจะไม่ต้องกล่าวเสียงออกมา
เพียงแค่กล่าวในใจก็ได้

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้