ระบบการยกเว้นภาษีของประเทศญี่ปุ่น

ระบบการยกเว้นภาษีของประเทศญี่ปุ่น

Update: 23 ก.พ. 2560

การยกเว้นภาษี ประกอบด้วย การยกเว้นภาษีศุลกากรที่เรียกว่า "ดิวตี้ฟรี" และการยกเว้นภาษีอุปโภคบริโภค(ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เรียกว่า "แท็กซ์ฟรี" ปัจจุบันในเดือนกันยายนปี2016นอกจากที่สนามบินแล้วร้านจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีจะอยู่ที่"T GALLERIA OKINAWA" จังหวัดโอกินาว่า และห้าง "MITSUKOSHI GINZA"ที่ย่านกินซ่าในโตเกียว "TOKYU PLAZA” ร้านค้าปลอดภาษีจะมีการกำหนดสติกเกอร์และป้ายเครื่องหมายสัญลักษณ์ร้านค้าปลอดภาษีไว้ สามารถค้นหาที่ตั้งของร้านค้าปลอดภาษีได้ในเวปไซด์ LIVE JAPAN

บุคคลที่สามารถซื้อสินค้ายกเว้นภาษียึและเงื่อนไขที่จำเป็น

บุคคลที่สามารถซื้อสินค้ายกเว้นภาษียึและเงื่อนไขที่จำเป็น

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่พำนักอาศัยในญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานานคือ ผู้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี ผู้ที่เข้าประเทศญี่ปุ่นมาเกินกว่า 6 เดือนขึ้นไป หรือผู้ที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น หรือผู้ที่มีสัญชาติญี่ปุ่น จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี
นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขตามด้านล่างอีก4ข้อดังต่อไปนี้
・ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ได้รับการอนุญาตให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
・ซื้อเพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ไม่มีจุดประสงค์ในการจำหน่ายต่อ"
・หากเป็นสินค้าที่ใช้แล้วไม่หมดไป ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา
เสื้อผ้า ของใช้ทั่วไป ฯลฯ ต้องนำออกนอกประเทศญี่ปุ่นภายใน 6 เดือน
นับจากวันที่เข้าประเทศญี่ปุ่น
・สินค้าที่ใช้แล้วหมดไป ได้แก่ เครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ อาหาร เครื่องดื่ม
ต้องนำออกนอกประเทศญี่ปุ่นโดยไม่แกะหีบห่อออก ภายใน 30 วัน
นับจากวันที่ซื้อ"

สินค้าและจำนวนเงินที่ยกเว้นภาษีได้

ในกรณีของสินค้าทั่วไป สามารถยกเว้นภาษีได้ที่ยอดซื้อรวมตั้งแต่ 10,001เยน ขึ้นไป โดยจะต้องเป็นยอดที่ซื้อจากร้านค้าเดียวกันและภายในวันเดียวกันด้วยสินค้าทั่วไปหมายถึง สินค้าที่ใช้แล้วไม่หมดไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ นาฬิกา เสื้อผ้า ฯลฯ หากเป็นสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง จะสามารถยกเว้นภาษีได้ที่ยอดซื้อรวมตั้งแต่ 5,001 เยน- 500,000เยน โดยยอดรวมของสินค้าที่ยังไม่รวมภาษีทั้งสินค้าทั่วไปและสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป หากมียอดรวมมากกว่า1ล้านเยน จำเป็นต้องแสดงหนังสือเดินทางเพื่อขอคืนภาษีด้วย
สำหรับการซื้อสินค้าในศูนย์การค้าที่ประกอบไปด้วยร้านค้าจำนวนมาก มีร้านค้าปลอดภาษีประเภทที่สามารถรับการคืนภาษีได้ด้วย หากยอดซื้อรวมตรงตามเงื่อนไขการยกเว้นภาษี แม้ว่ายอดนั้นจะเป็นการซื้อสินค้าจากคนละร้านภายในศูนย์การค้าก็ตาม ในกรณีนี้ ให้ทำการขอคืนภาษีได้ที่เคาน์เตอร์ดำเนินการยกเว้นภาษีภายในศูนย์การค้า แต่ทว่า มีบางศูนย์การค้าอาจไม่สามารถคำนวณยอดซื้อรวมจากร้านทั้งหมดรวมกันได้ด้วย

ขั้นตอนการยื่นขอคืนภาษี

สามารถขอคืนภาษีได้ภายในร้านค้าปลอดภาษี นอกจากนี้ ต้องทำการขอคืนภาษีภายในวันเดียวที่ซื้อสินค้า โดยมี2วิธีการใหญ่ๆ

เมื่อซื้อสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
1.หลังจากที่ซื้อสินค้าเรียบร้อย ให้ไปยังเคาน์เตอร์บริการคืนภาษี โดยแสดงสินค้าที่ซื้อ หนังสือเดินทาง ใบเสร็จ ในกรณีที่ใช้บัตรเครดิต ให้แสดงบัตรเครดิตด้วย
2.ลงรายมือชื่อผู้ซื้อสินค้า
3.ลงบันทึกการซื้อสินค้า
4.คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยเงินสด หรือผ่านกลับไปยังบัตรเครดิต(หากชำระค่าสินค้าด้วยบัตร)(มีค่าธรรมเนียม)
5.เมื่อออกนอกประเทศ ยื่นใบบันทึกที่ศุลกากร

เมื่อซื้อสินค้าที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
1.เมื่อคุณซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษี ยื่นหนังสือเดินทาง ชำระเงินตามราคาที่ไม่รวมภาษี
2.ลงรายมือชื่อผู้ซื้อสินค้า
3.ลงบันทึกการซื้อ
4. เมื่อออกนอกประเทศ ให้ยื่นใบบันทึกการซื้อสินค้าที่ศุลกากร

ใบสัญญาการซื้อสินค้าและใบบันทึกการซื้อสินค้าคือ

ใบสัญญาการซื้อสินค้าคือ เอกสารที่ลงนามไว้ว่าเมื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคหมดหรือถูกใช้ก่อนที่จะออกนอกประเทศญี่ปุ่นแล้วต้องนำออกนอกญี่ปุ่นภายใน30วันนับจากวันที่ซื้อและสินค้านั้นจะไม่ โดยทางร้านจะให้ลงชื่อในเอกสารที่ทางร้านมอบให้
ใบบันทึกการซื้อสินค้าคือจะได้รับเมื่อซื้อสินค้าภายในร้าน โดยจะติดไว้ที่หนังสือเดินทาง เมื่อเดินทางออกนอกประเทศให้ยื่นที่ศุลกากร ถ้าหากใบบันทึกการซื้อสินค้าสูญหาย การคืนภาษีถือเป็นโมฆะ

ข้อควรระวังหลังจากซื้อสินค้า

สินค้าทั่วไปและสินค้าประเภทใช้แล้วหมดไปที่ซื้อโดยผ่านกระบวนการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะต้องไม่ผ่านการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นก่อน
ออกนอกประเทศ เมื่อจะออกนอกประเทศ จะต้องแสดง "สินค้ายกเว้นภาษีที่ท่านซื้อมา" ต่อศุลกากร พร้อมแนบหนังสือเดินทางและ "ใบบันทึกการซื้อสินค้ายกเว้นภาษีเพื่อนำออก" ด้วยหากนำสินค้าที่ซื้อใส่ในกระเป๋าเดินทาง จะต้องได้รับการตรวจสอบจากศุลกากร ก่อนที่จะนำกระเป๋าไปโหลดกับสายการบิน หากไม่ได้รับการอนุมัติให้ครอบครองสินค้ายกเว้นภาษี จะต้องชำระค่าภาษีที่ถูกยกเว้นไปตอนซื้อหากมีการส่งสินค้าแยกต่างหาก จะต้องผ่านการตรวจสอบจากศุลกากรก่อนเช่นกัน

วิธีการรับเงินคืน

วิธีการรับเงินคืน

สามารถรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มคืนได้ 2 วิธี
วิธีแรกคือ การแสดงหนังสือเดินทางขณะซื้อสินค้าแล้วท่านจะได้รับการหักภาษีมูลค่าเพิ่มออกก่อนการชำระเงิน
อีกวิธีคือ การชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อซื้อสินค้าและรับค่าภาษีคืนในอีกบริเวณหนึ่งของร้านค้านั้น
ไม่ว่าจะวิธีใดก็ไม่มีความยุ่งยาก เนื่องจากขั้นตอนการรับภาษีคืนจะทำให้เสร็จได้ภายในร้านค้านั้น ๆสิ่งที่ต้องปฏิบัติที่สนามบินเมื่อออกนอกประเทศ เพียงแค่แสดงหนังสือเดินทาง พร้อมแนบ "ใบบันทึกการซื้อสินค้ายกเว้นภาษีเพื่อนำออก" ให้แก่ศุลกากรเท่านั้น

ร้านค้าปลอดภาษีที่ขยายไปยังในเมือง

ร้านค้าปลอดภาษีที่มีมากมายนั้น ทางเข้าร้านจะติดป้ายสัญลักษณ์ ร้านค้าปลอดภาษี ในร้านขายยาไม่เพียงแต่ผลิตภัณท์ยา เครื่องสำอาง ของใช้เด็ก สินค้าอุปโภค เนื่องจากมีร้านอาจจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี ฉะนั้นควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าเป็นร้านค้าปลอดภาษีหรือไม่
ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำหน่ายตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในชีวิตประจำวันไปจนถึงคอมพิวเอตร์ ก็อาจจะไม่ใช่ร้านค้าปลอดภาษีเช่นกัน โดยส่วนมากร้านจะตั้งอยู่บริเวณรอบบนอกเขตเมืองและตามสถานีรถไฟ

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้