มาทำการเตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อการเข้าออกประเทศที่ราบรื่นกันเถอะ

มาทำการเตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อการเข้าออกประเทศที่ราบรื่นกันเถอะ

Update: 25 ต.ค. 2559

เมื่อเดินทางไปยังต่างประเทศ บางทีใครๆก็อาจจะคิดว่าขั้นตอนการดำเนินการเข้าออกประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แต่ถ้าหากแค่ทำการเตรียมตัวเอาไว้ก็สามารถที่จะเข้าออกประเทศได้อย่างราบรื่น ดังนั้นในตรงนี้จะขอแนะนำขั้นตอนการดำเนินการเข้าออกประเทศที่จำเป็นเมื่อชาวต่างชาติเดินทางมาที่ญี่ปุ่นให้ทราบ

กรณีที่ไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่า

การพำนักในระยะเวลาไม่เกิน 90 วันและไม่ได้รับค่าจ้าง
ที่เรียกว่าเพื่อการท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาตินั้นหมายถึงการพำนักระยะสั้นเกี่ยวกับวีซ่านั้นประเทศญี่ปุ่นได้มีการยกเว้นวีซ่าสำหรับประเทศหรือเขตพื้นที่ 67 แห่ง แต่จำเป็นต้องมีวีซ่าในกรณีที่ทำกิจกรรมที่ได้รับค่าจ้าง
หรือในกรณีที่อยู่เกินระยะเวลาการพำนักระยะสั้นนั้นก็จำเป็นต้องมีวีซ่า
เช่นกันและก็ยังมีกรณีที่จำเป็นต้องมีหนังสือเดินทางที่มีข้อมูล
ส่วนบุคคลที่สามารถอ่านได้โดยเครื่องหรือหนังสือเดินทางไอซี
ที่ติดตั้งไอซีชิปซึ่งใส่ข้อมูลอื่นที่นอกเหนือจากข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้
เช่นภาพถ่ายใบหน้าหรือการรับรองร่างกายเอาไว้
ผลกระทบจากเรื่องการก่อการร้ายก็มีอยู่ด้วยเช่นกันดังนั้นเมื่อชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นจึงต้องมีการบังคับให้แสดงข้อมูลส่วนบุคคลเช่นภาพถ่ายใบหน้าหรือลายนิ้วมือด้วย

เกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่า

ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การพำนักระยะสั้นแต่ยังมีประเทศที่จำเป็นต้องใช้วีซ่า
ด้วยเหตุผลเรื่องสัญชาติและวัตถุประสงค์อาจทำให้เอกสารที่จำเป็นต้อง
ใช้ในการขอวีซ่านั้นมีแตกต่างกันไป ซึ่งขอให้ทำการตรวจสอบได้จากโฮมเพจของกระทรวงการต่างประเทศเอาไว้ก่อน
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่บุคคลสัญชาติญี่ปุ่น เอกสารที่จำเป็นหลักๆได้แก่ หนังสือเดินทาง ใบคำร้องขอวีซ่า และรูปถ่ายเป็นต้น
จากนั้นทำการยื่นคำร้องและขอรับการตรวจสอบได้ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้นจึงไปรัหนังสือเดิน
ทางและต้องเดินทางไปญี่ปุ่นภายใน 3 เดือนหลังจากที่ได้รับวีซ่า
โดยปกติแล้วการยื่นคำร้องนั้นจะต้องทำด้วยตนเองแต่ก็สามารถให้หน่วยงานที่เป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่าแทนได้ถ้าหากได้รับการยินยอมเห็นชอบจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของญี่ปุ่น

เกี่ยวกับวีซ่าที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง

ในกรณีที่ทำการพำนักในระยะยาวที่เป็นการทำงานนั้นจะมีวัตถุประสงค์ของการขอวีซ่าที่แตกต่างกันออกไป เช่น การศึกษาต่อ การทำงาน
หรือการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นต้น ซึ่งก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตนเองมีจุดประสงค์อย่างไรในการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากในแต่ละประเทศอาจมีการเปลี่ยนแปลงขั้ตอนการดำเนิน
การโดยไม่ได้มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงควรจะทำการตรวจ
สอบกับสถานทูตหรือสถานกงศุลของประเทศตนเองที่มีอยู่ในญี่ปุ่นด้วย
ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางทูต และหนังสือเดินทางราชการสำหรับบาง
สัญชาติอาจได้รับการยกเว้นการขอวีซ่าการทูตหรือวีซ่าราชการ
สำหรับท่านที่เข้าพักในระยะยาวนั้นเพื่อเป็นการยืนยันสิทธิในการพำนักอาศัยจะต้องมี"ไซริวการ์ด" (บัตรที่บันทึกข้อมูลส่วนตัวของชาวต่าชาติ)
จึงต้องทำการยื่นขอเอาไว้ด้วย

การกลับเข้าประเทศอีกครั้งในกรณีที่พำนักระยะยาว

ชาวต่างชาติที่มีวัตถุประสงค์ในการพำนักระยะยาวเช่นการศึกษาต่อหรือการทำงานเมื่อเดินทางออกนอกประเทศญี่ปุ่นและกลับเข้ามาอีกครั้งจะได้รับการยกเว้นวีซ่าแต่ก่อนที่จะออกนอกประเทศญี่ปุ่นต้องทำ
"Re-entry permit (การขออนุญาตกลับเข้าประเทศ)"
จากกระทรวงยุติธรรม (กองตรวจคนเข้าเมือง) ก่อนซึ่งต้องระมัดระวัง
ตรงจุดนี้ด้วยเพราะไม่สามารถที่จะทำที่สถานทูตญี่ปุ่นหรือสถานกงศุล
ได้นอกจากนี้แล้ว หลังจากได้รับอนุญาตให้กลับเข้าประเทศแล้วแต่เกิดกรณีที่เจ็บป่วยหรือมีเหตุผลอื่นใดที่ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศภายในกำหนดได้ต้องไปยื่นขอ"ขยายกำหนดระยะเวลาของ
Re-entry permit" ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลของญี่ปุ่นด้วย
Re-entry permit นั้นจะมีกำหนดระยะเวลาการใช้งานสูงสุดที่ 5 ปี

การถือว่ากลับเข้าประเทศอีกครั้งนั้นหมายความว่าอย่างไร?

ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดินทางออกนอกประเทศและกลับเข้ามาภายใน 1 ปีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้
"Re-entry permit"นี่เป็นความหมายของคำว่า ถือว่ากลับเข้าประเทศ
และเมื่อจะเดินทางออกนอกประเทศจะต้องทำเครื่องหมายถูกไว้ตรง
ช่องที่มีข้อความว่า "ถือว่าจะกลับเข้าประเทศ" ที่บัตรไซริว
หลังจากที่เดินทางกลับเข้าประเทศแล้วสิทธิที่สามารถพักอาศัยได้
ก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ความยุ่งยากเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ
ทำ Re-entry permit นั้นได้ถูกทำการคลี่คลายลงแล้วใช่ไหม

ขั้นตอนของการดำเนินการเข้าประเทศ

ในตอนที่ทำการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ที่สนามบินหรือที่ท่าเรือนั้น
จะต้องนำเอกสารที่จำเป็นเช่นหนังสือเดินทาง วีซ่า
(เฉพาะคนที่จำเป็นเท่านั้น) ไปขออนุญาตเพื่อเดินทางและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงจะสามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้
ผู้ที่ป่วยหรือเคยพำนักในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคติดต่อมาก่อน
จะต้องเข้าพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและต้องได้รับการตรวจเพื่อป้องกันโรคติดต่อเสียก่อน หลังจากนั้นจึงเข้าพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ถ้ามีความจำเป็นต้องดำเนินการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง การกักกันพืช หรือศุลกากร โปรดทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
ด้านศุลกากรนั้นไม่ใช่พียงแต่ของที่ซื้อมาจากต่างประเทศเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงของที่รับมาจากผู้อื่นและของที่นำมาเป็นของขวัญของฝากอีกด้วย สำหรับผู้ที่เข้าพำนักในระยะยาวจำเป็นต้องแสดงบัตร
ไซริวการ์ดที่สนามบินฮาเนดะ นาริตะ ชูบุ และคันไซเมื่อผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทางและต้องมอบการ์ดไซริวให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย
ส่วนกรณีที่เดินทางเข้าประเทศจากสนามบินอื่นก็ต้องดำเนินการ
ตามขั้นตอนของเมืองนั้นๆด้วย

สิ่งที่จำเป็นในขั้นตอนการดำเนินการออกนอกประเทศนั้นก็คือ?

ในการเดินทางออกนอกประเทศญี่ปุ่นจำเป็นต้องได้รับการยืนยัน
จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินหรือท่าเรือ
ไม่ใช่เป็นการจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศแต่ทำเพื่อให้รู้
ถึงชาวต่างชาติที่กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ
และในขณะนั้นผู้ที่มีใบอนุญาตเข้าประเทศที่กำลังจะเข้าประเทศนั้น
จะถูกทำการเก็บรวบรวมเอกสารส่งคืน
คุณสมบัติการพำนัก ・ ระยะเวลาการพำนักนั้นก็จะหมดไปและไม่สามารถพำนักได้อีกต่อไป ผู้ที่มี Re-entry permit (รวมถึงผู้ที่ถือว่าจะกลับเข้าประเทศ) เมื่อกลับเข้าประเทศภายในระยะเวลาที่กำหนดก็จะยังคงมีสถานะที่สามารถพำนักได้ต่อไป

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้