มารู้จักสภาพภูมิประเทศญี่ปุ่นทั้งหมดกัน

มารู้จักสภาพภูมิประเทศญี่ปุ่นทั้งหมดกัน

Update: 25 ต.ค. 2559

ญี่ปุ่นที่เป็นประเทศเกาะอยู่ตะวันออกสุดของเอเชีย ถูกล้อมรอบไปด้วยทะเล
ทั้ง 4 ทิศ และเป็นที่รู้จักว่าเป็นมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม
แต่ว่า คนที่รู้เกี่ยวกับภูมิอากาศและภูมิประเทศจริง ๆ มีอยู่น้อยหรือเปล่านะ?
เพราะฉะนั้นเราจะขอแนะนำเกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นประเทศที่อยู่ตะวันออกสุดของเอเชีย

ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในทิศตะวันออกสุดของทวีปยูเรเซีย มีทะเลญี่ปุ่นขวางกั้น
รวมความยาวตั้งแต่เหนือไปใต้ประมาณ 3,300 กิโลเมตร
โดยประกอบด้วยส่วนที่เป็นเกาะญี่ปุ่น (ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชู)
และหมู่เกาะอิสุ หมู่เกาะโอกาซาวาระ และหมู่เกาะนันเซ
ถึงแม้จะถูกเข้าใจว่าเป็นประเทศที่มีเกาะเล็ก ๆ มารวมตัวกันอยู่บ่อย ๆ
แต่ที่ฮอนชูมีขนาดเกาะประมาณ 2 แสน 3 หมื่น ตารางกิโลเมตร
ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของโลก และอีกทั้งกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
เป็นพื้นที่ภูเขา และมีพื้นที่ป่าไม้ที่มีมากเป็นอันดับต้น ๆ ในโลก
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คนไปรวมตัวกันอยู่ในที่ราบ พื้นที่ชายฝั่งทะเล
และแผ่นดินรูปแอ่งล้อมรอบด้วยภูเขาหรือที่ราบสูง
อีกทั้ง พื้นที่ชายฝั่งทะเล ยังมีหาดทรายอันร่มรื่น มีชายทะเลที่มีความ
ซับซ้อนอยู่มาก ทำให้สามารถที่จะเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ต่าง ๆ
ได้อย่างมากมาย

ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 10 ของโลก

ประชากรญี่ปุ่นมีประมาณ 125 ล้านคน (ปัจจุบันในปี ค.ศ. 2014) เป็น
ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 10 ของโลก โดยเฉพาะฝั่งมหาสมุทร
แปซิฟิกที่มีอากาศอันอบอุ่นจะมีคนอยู่มาก และมีประชากรกว่าครึ่งของ
ประชากรทั้งหมดของประเทศที่อยู่ในเขต 3 เมืองใหญ่อันได้แก่ โตเกียว
โอซาก้าและนาโกย่า อีกทั้งแยกไฟแดงสครัมเบิ้ลที่ชิบุยะของโตเกียว
ก็ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้วย

ญี่ปุ่นที่มีความต่างของภูมิอากาศอย่างมากตามแต่ละพื้นที่

ถึงจะเป็นญี่ปุ่นที่มีภาพที่ว่าฤดูร้อนก็ร้อนชื้น ฤดูหนาวก็มีหิมะตก แต่เนื่องจาก
ญี่ปุ่นเป็นประเทศยาวจากเหนือลงใต้ จึงทำให้ฮอกไกโดมีอากาศหนาว
โอกินาว่ามีอากาศร้อน ซึ่งจะมีความต่างของอากาศตามแต่ละพื้นที่เป็น
อย่างมากดังที่กล่าวมา อีกทั้ง ถึงจะเป็นเกาะฮอนชูแต่ก็มีสภาพอากาศที่
แตกต่างกันระหว่างฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกกับฝั่งทะเลญี่ปุ่น แต่ทว่าเพราะ
ภูมิอากาศที่หลากหลายเช่นนี้ จึงทำให้มีวัฒนธรรมมากมายหลากหลาย
ทำให้สามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับอาหาร เทศกาล และภูมิทัศน์ที่เป็น
เอกลักษณ์ตามสถานที่ต่าง ๆ ได้

ฤดูใบไม้ผลิที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงง่าย

ฤดูใบไม้ผลิ จะมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้ง่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเพราะผลกระทบจากลมเปลี่ยนฤดู ตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนเมษายนจะมีลมพัดแรง และฤดูใบไม้ผลิก็ยังเป็นฤดูแห่งซากุระบานสะพรั่ง คนญี่ปุ่นที่ชอบซากุระ
พอถึงช่วงฤดูนี้ ก็จะทำการ "ชมดอกไม้" ที่จะได้สนุกเพลิดเพลินไปกับอาหาร
และสุราภายใต้ต้นซากุระ และตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงปลายเดือน
กรกฎาคม จะเป็นช่วงที่ฝนตกยาวนานอย่างต่อเนื่องที่ถูกเรียกว่า"ฤดูฝน"
ซึ่งจะมีความชื้นสูงขึ้น

ฤดูร้อนที่มีความร้อนราวกับจะเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง

หลังจากฤดูฝนผ่านไปก็จะเข้าสู่ฤดูร้อนจริง ๆ เนื่องจากฤดูร้อนของญี่ปุ่นทั้งอุณหภูมิสูง และความชื้นสูง จึงทำให้รู้สึกอุณหภูมิร่างกายสูงไปด้วย แต่ว่ามี
กิจกรรมที่ทำได้เฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้นอย่ามากมาย เช่น ฮานาบิ (งานเทศกาล
ดอกไม้ไฟ) มัทสึริ (งานเทศกาลออกร้านตามวัดหรือศาลเจ้า) หรือจะเป็นการ
ไปเล่นน้ำทะเล ซึ่งไม่ว่าจะไปสถานที่เที่ยวที่ไหนก็เต็มไปด้วยผู้คนล้นหลาม
อีกทั้ง เนื่องจากรับผลกระทบพายุไต้ฝุ่นได้ง่ายในช่วงเดือนตุลาคม บางทีก็
ร้ายแรงจนทำให้เกิดภัยธรรมชาติ เช่น ลมแรงหรือน้ำท่วมจากแม่น้ำ จึงทำให้
เครื่องบินหรือเรือระงับการเดินทาง เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องระวังในจุดนี้ด้วย

ฤดูใบไม้ร่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยวพักผ่อน

สภาพอากาศฤดูใบไม้ร่วงจะคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิ โดยจะมีจุดเด่นคืออากาศ
เปลี่ยนแปลงง่าย ถึงจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องจากผลกระทบของพายุไต้ฝุ่น
แต่เพราะความร้อนของฤดูร้อนได้จากไป ทำให้ท้องฟ้าเปิด จึงเป็นฤดูแห่งการ
ท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างดี ในญี่ปุ่นมีคำกล่าวเช่นว่า"ฤดูใบไม้ร่วงกับความอยาก
อาหาร" "ฤดูใบไม้ร่วงกับการเล่นกีฬา" "ฤดูใบไม้ร่วงกับศิลปะการแสดง"
ในฤดูใบไม้ร่วงสำหรับคนที่รอคอยที่จะเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยว
กีฬา และอาหารอร่อยแล้วล่ะก็ ถือเป็นฤดูแห่งการทำกิจกรรมเลยก็ว่าได้
โดยเฉพาะเป็นฤดูที่ป่าไม้ภูเขาจะเต็มไปด้วยสีสรรสีเหลืองหรือสีแดง
ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจึงเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่ไปชื่นชม
ใบไม้เปลี่ยนสี

ฤดูหนาวที่มีหิมะตกมาก

ฤดูหนาวของญี่ปุ่น โดยทั่วไปจะหนาวและแห้ง ในฤดูหนาวจะเห็นคนที่สวมผ้า
คาดปิดปากและจมูกอยู่จำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่
แพร่กระจายได้ง่าย อีกทั้ง ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่น โทโฮคุ(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
และฮอกไกโด ทุก ๆ ปีจะมีหิมะกองสูงตั้ง 2-3 เมตร และเป็นพื้นที่ที่มีหิมตกหนัก
ระดับโลก

นิปปอน (ญี่ปุ่น) ประเทศแห่งออนเซ็น

ญี่ปุ่นที่มีภูเขามาก จึงมีคอร์สสำหรับสนุกไปกับการปีนเขาจำนวนมาก
โดยจะมีตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับสูง ดังนั้นการเดินป่าเดินเขา
จึงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่คนญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง และ ส่วนกลาง
ของเกาะฮอนชูยังมีภูเขาเรียงกันมากมายโดยมีความสูง 3 พันเมตร ที่
ถูกเรียกว่า"ภูเขาแอลป์ของญี่ปุ่น" เนื่องจากมีหิมะคุณภาพดีตก จึงมีชื่อเสียง
ที่ทำให้นักเล่นสกีทั่วโลกมารวมตัวกัน และ เนื่องจากมีภูเขาไฟทั่วประเทศ
จึงทำให้มีออนเซ็นผุดขึ้นมาหลายที่ อีกทั้ง ในญี่ปุ่นนั่นมีออนเซ็นประมาณ
3 พันแห่ง แหล่งกำเนิดออนเซ็นมีมากกว่าประมาณ 2 หมื่น 8 พันจุด
จึงมีวัฒนธรรมการเข้าออนเซ็นเป็นรากฐานมาตั้งแต่สมัยโบราณ

สถานที่ที่ปะทะกับกระแสน้ำ

ญี่ปุ่นที่ล้อมรอบไปด้วยทะเล สามารถที่จะหาปลาได้หลากหลายชนิด
เพราะเป็นเขตทะเลที่มีการประทะกันของกระแสน้ำอุ่นกับกระแสน้ำเย็น
ทั้งที่ฝั่งทะเลญี่ปุ่นและฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีปลา
มารวมตัวกันจำนวนมาก ตั้งแต่ปลาขนาดเล็กอย่างปลาทูน่าไปจนถึงปลา
ขนาดใหญ่ และเพราะมีสันเขาลาดชั้นมากจึงมีแม่น้ำมาก และทำให้การ
ประมงทะเลสาบหรือแม่น้ำรุ่งเรืองด้วย ถ้ามาที่ญี่ปุ่น แน่นอนว่าจะต้องทานซูชิ
และคงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าได้ลองอาหารประเภทปลาที่หลากหลายด้วย

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้