HOME อุเอะโนะ ชำแหละให้หมดเปลือกกับย่านยะเนะเซ็นที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน
ชำแหละให้หมดเปลือกกับย่านยะเนะเซ็นที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน

ชำแหละให้หมดเปลือกกับย่านยะเนะเซ็นที่ยังคงหลงเหลือบรรยากาศแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน

Update: 27 เม.ย. 2560

ย่านที่เรียกว่า "ยะเนะเซ็น" นี้ได้นำตัวอักษรตัวแรกมาจากย่านยะนะกะ,
ย่านเนะซุและย่านเซ็นดะกิมาใช้เป็นชื่อเรียก ซึ่งในย่านยะเนะเซ็นนี้มี
สถานที่ที่ยังคงสภาพเดิมเหมือนในสมัยก่อนอยู่เป็นจำนวนมาก
เมื่อไปเที่ยวในย่านนี้ ท่านก็จะสามารถสัมผัสกับประเทศญี่ปุ่นแบบสมัยก่อนได้
มาค้นหาเสน่ห์ของย่านยะเนะเซ็นที่มีหลากหลายอารมณ์ไปด้วยกันเถอะ

"ร่องรอยของเจดีย์ห้าชั้น" ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่อันกว้างใหญ่

"สุสานยะนะกะ" เป็นสุสานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1872 โดยอยู่
ในร่องรอยของบริเวณวัดยะนะกะเท็นโนจิ บริเวณด้านในครอบคลุมพื้นที่
ประมาณ 100,000 ตรม. มีร่างของเหล่าผู้คนที่มีชื่อเสียงนอนหลับใหล
อยู่ด้านในเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น โชกุนในสมัยเอโดะและอดีตนายก
รัฐมนตรี เป็นต้น อีกทั้งบริเวณด้านในก็ยังมีร่องรอยเจดีย์ห้าชั้นของ
วัดยะนะกะเท็นโนจิอยู่อีกด้วย เจดีย์ห้าชั้นในสมัยแรกถูกสร้างขึ้นใน
ปี ค.ศ. 1644 แต่ก็ถูกเผาทำลายลงจากการเกิดอัคคีภัยในปี ค.ศ. 1771
แต่ตั้งแต่มีการสร้างขึ้นใหม่หลังจากนั้น 20 ปี ก็รอดพ้นจากภัยสงคราม
และภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวมาได้ แต่ในปัจจุบันยังคงหลงเหลือร่องรอย
จากการที่ถูกวางเพลิงในปี ค.ศ. 1957 ซึ่งร่องรอยนั้นอยู่ตรงใจกลางของ
สุสานยะนะกะอันเงียบสงบนี้พอดิบพอดี

  • Yanaka Cemetery
    • Address 7, Yanaka, Taitou-ku, Tokyo, 110-0001
      View Map
    • Nearest Station Nippori Station (JR Keihin-Tohoku Line / JR Yamanote Line / JR Joban Line / JR Ueno Tokyo Line / Nippori-Toneri Liner / Keisei Main Line / Narita SKY ACCESS Line)

"Kayaba Coffee" คาเฟ่ที่เปิดบริการในบ้านโบราณที่มีอายุ 100 ปี

ร้านนี้เป็นร้านที่ใช้บ้านที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1916 มาเปิดเป็นร้านกาแฟ
ในปี ค.ศ. 1938 ซึ่งบริหารงานโดยสมาชิก 3 คนในครอบครัว และที่แห่งนี้
ก็เป็นที่คุ้นเคยกันดีในฐานะสถานที่สำหรับการพักผ่อนของชาวบ้านใน
ละแวกนั้น อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องศิลปะของ
เหล่านักเรียนในมหาวิทยาลัยศิลปะโตเกียวที่อยู่ในบริเวณข้างเคียงด้วย
แม้จะทำการปิดร้านไปแล้วครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 2006 แต่หลังจากนั้น 2 ปี
ก็ได้กลับมาเปิดร้านใหม่อีกครั้งด้วยความช่วบเหลือจากผู้คนที่ต้องการ
ให้ร้านกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง ส่วนที่เสื่อมโทรมลงก็ได้ทำการซ่อมบำรุง
ส่วนรูปร่างภายนอก เก้าอี้ เสา และกระจกหน้าต่างนั้นได้คงสภาพเดิมของ
สมัยก่อนเอาไว้ ซึ่งได้รักษาบรรยากาศที่สง่างามในแบบเริ่มแรกที่เปิดร้าน
เอาไว้ด้วย

เมนูยอดนิยมที่นำรสชาติในสมัยก่อนมาทำใหม่

เมนูยอดนิยมที่นำรสชาติในสมัยก่อนมาทำใหม่

เมนูยอดนิยมคือ "ทามาโกะซันโดะ (แซนวิชไข่)" และ "Lucian"
เพื่อให้ปรุงรสโดยมีรสชาติในสมัยก่อนมานั้น มีการสอบถามจาก
เหล่าบรรดาลูกค้าประจำ และให้ลองชิมรสชาติจนออกมาสมบรูณ์แบบ
Lucian คือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากกาแฟและโกโก้อย่างละครึ่ง
ซึ่งมีรสชาติเบาบางเหมือนกับคาเฟ่มอคค่า และเนื่องจากบนชั้น 2
มีห้องแบบญี่ปุ่น จึงอยากให้ลองไปสัมผัสกับบรรยากาศในสมัยก่อนดู
สีเขียวชอุ่มและซากุระที่สามารถชมได้จากหน้าต่างในฤดูใบไม้ผลินั้น
ก็ช่างวิเศษงดงามจริง ๆ

  • Kabaya Coffee
    カヤバ珈琲
    • Address 6-1-29 Yanaka, Taito-ku, Tokyo 110-0001, Japan

"ซุยจิเบ (รั้ว)" ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยานะคะที่เป็นย่านแห่งวัด

ฝั่งทิศใต้ของบริเวณภายในวัดคังนงนั้นมีรั้วที่มีความสูง 2.06 เมตรและมีความยาว 37.6 เมตร ซุยจิเบคือ รั้วดินที่นำ "คะวะระ (กระเบื้อง)" ที่มีดินและหลังคากระเบื้องเป็นวัสดุมาเรียงซ้อนสลับกัน อีกทั้งยังใช้กระเบื้องหลังคามาซ้อนทับกันอีกด้วย ถนนแห่งซุยจิเบที่กล่าวกันว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อ 400 ปีก่อนนั้น ก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของย่านชานเมืองอย่างคละคลุ้ง

สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ "ศาลเจ้าเนะซุ"

สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ

ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ของย่านเซ็นดะกิเมื่อประมาณ 1900 ปีก่อน
หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1706 ก็ถูกย้ายมาในที่ตั้งปัจจุบันที่ในย่านเนะซุ
ซึ่งวิหารทั้ง 7 แห่งก็ยังคงอยู่ครบถ้วน เช่น วิหารหลัก และประตูสู่วิหาร เป็นต้น ศาลเจ้าเนะซุนั้นมีสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับนักประพันธ์ตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ด้วยเหตุนี้ภายในบริเวณ
จึงมีโบราณสถานอย่าง "หินแห่งการพักผ่อนสำหรับนักเขียนยอดนิยม"
ที่กล่าวกันว่าเป็นสถานที่ที่นั่งขัดเกลาไอเดียของผลงานต่าง ๆ อีกด้วย

"โบสถ์เนะซุ" สถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกในสมัยปี ค.ศ. 1900

โบสถ์ไม้ที่มีอาคารยอดสูงเล็กเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้น ตั้งอยู่ภายใน
ย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบที่เข้าไปในถนนชิโนะบะซุอยู่เล็กน้อย
โดยแรกเริ่มนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สำหรับนมัสการทางศาสนา
ของประเทศสหรัฐอเมริกาใน ปีค.ศ. 1919 แต่ก็ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติ
แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเขตคันโตและความเสียหายจากภัยสงคราม
จึงยังคงตั้งอยู่ ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
ที่มีรูปร่างของชาติในฐานะที่เป็นอาคารสำคัญที่ยังหลงเหลือกลิ่นอาย
ของสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912-1926
ผนังไม้สไตล์อังกฤษที่ถูกแปะไว้บนผนังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอาคารนี้

"ต้นสนฮิมาลายา" ที่มีอายุ 90 ปี

เมื่อเดินข้ามเนินมิยาเกะ ตรงสุดทางก็จะพบกับต้นสนญี่ปุ่นขนาดมหึมาที่มีอายุมากกว่า 90 ปี ตั้งอยู่ด้านข้างของร้านขนมปัง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่คุณปู่เจ้าของร้านนี้ปลูกไว้ในกระถางจนกระทั่งเจริญเติบโตเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 20 เมตรเช่นในปัจจุบัน
พื้นที่ที่มีต้นสนฮิมาลายานี้ ในสมัยก่อนได้เป็นที่พักอาศัยให้กับศาสนิกชนและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าให้กับศาสนิกชน โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง หลังจากนั้นเมืองรอบ ๆ วัด ก็ได้ก่อร่างสร้างต้วขึ้น ต้นสนฮิมาลายานี้ได้รอดพ้นจากภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และความเสียหายจากภัยสงครามมาได้ ซึ่งยังคงเติบโตและดำรงอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ เชิญท่านมาเยี่ยมชมด้วยความสำรวมโดยไม่รบกวนผู้อื่นกันเถอะ

มาทานขนมปังอันเหนียวนุ่มที่ "โอฮิระเซปัง"

มาทานขนมปังอันเหนียวนุ่มที่

ร้านนี้เป็นร้านขนมปังเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่หน้าป้ายรถประจำทาง"เซ็นดะกินิโจเมะ" บนถนนชิโนะบะซุ ซึ่งได้ทำการปรับปรุงมาจากร้านจำหน่ายเครื่องเขียน สินค้าที่ขายดีมีชื่อเสียงของร้านนี้คือ "โคปเปะปัง" ที่ทำมาจากขนมปังทรงวงรี กล่าวกันว่าขนมปังนี้ถือกำเนิดขึ้นมาในญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นของปียุค 1900 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ขนมปังยังไม่แพร่หลายภายในประเทศญี่ปุ่น ในสมัยนั้นนิยมนำมารับประทานโดยการทาแยมหรือมาการีน ซึ่งขนมปังที่ใช้วิธีการผลิตดั้งเดิมนี้มีรสชาติที่นุ่มนวลอย่างมาก เนื่องจากไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ดังนั้นควรระมัดระวังให้มาก

  • Taiheiseipan
    大平製パン
    • Address 2-44-1 Sendagi, Bunkyo-ku, Tokyo 2-44-1, Japan
*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้