HOME นิงเกียวโจ/มงเซน-นะกะโจ/คาไซ ตามรอย "มัตสึโอะ บะโช"! สปายของรัฐบาลโชกุน ?
ตามรอย "มัตสึโอะ บะโช"! สปายของรัฐบาลโชกุน ?

ตามรอย "มัตสึโอะ บะโช"! สปายของรัฐบาลโชกุน ?

Update:

เคยมีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นที่เอโดะโตเกียว ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นจะต้องรู้จักกวีไฮกุผู้ยิ่งใหญ่
"มัตสึโอะ บะโช" อย่างแน่นอน แต่นั่นเป็นเพียงด้านหนึ่งที่ชาวโลกได้เห็น
มีข่าวลือว่าแท้จริงแล้วมัตสึโอะ บะโชเป็นสปายที่ได้รับคำสั่งจากโชกุนให้ไปปฏิบัติภารกิจ
และมัตสึโอะ บะโช ผู้นั้นก็ได้เริ่มออกเดินในเขตฟุคากาวะ เมืองที่ครั้งหนึ่งตนเคยอาศัยอยู่

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางในหนังสือรวมกลอน "โอคุโนะ โฮโซมิจิ"

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางในหนังสือรวมกลอน "โอคุโนะ โฮโซมิจิ"

ข้อสันนิษฐานที่ว่ามัตสึโอะ บะโชเป็นสปาย คือ
การเดินทางในหนังสือ "โอคุโนะ โฮโซมิจิ" นั้นไม่ใช่การออกเดินทางที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อแต่งกลอน
แต่อาจเป็นการเดินทางเพื่อแอบสำรวจความเคลื่อนไหวของแคว้นดาเตะ
ในเมืองเซนไดอย่างลับ ๆ ก็เป็นได้ ในเวลานั้นแคว้นดาเตะได้รับคำสั่งให้ทำการบูรณะ
ศาลเจ้านิกโกโทโช (ศาลเจ้าของโชกุนโทกุงะวะ อิเอะยะซุ)
ซึ่งถือเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ ทำให้แคว้นดาเตะไม่พอใจ
ดังนั้นรัฐบาลโชกุนจึงต้องส่งคนมาสอดส่องเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านขึ้น
และผู้ที่ถูกเลือกให้มารับหน้าที่นี้คือมัตสึโอะ บะโชนั่นเอง

แท้จริงแล้ว ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ก็มีการมอบหมายภารกิจลับให้กวีทำอยู่บ่อยครั้ง
เนื่องจากกวีเหล่านี้มักจะออกเดินทางไปตามแคว้นต่าง ๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจในการแต่งกลอน
การเดินทางของมัตสึโอะ บะโชเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1689 ซึ่งขณะนั้นเขาอายุ 45 ปี
และหากดูตามอายุโดยเฉลี่ยของคนในสมัยเอโดะ ก็เรียกได้ว่าบะโชอยู่ในวัยชราแล้ว
แต่ถึงกระนั้นเขาก็สามารถเดินได้กว่า 50 กิโลเมตรต่อวันเลยดีเทียว
แต่หากคิดดี ๆ แล้ว มีครั้งหนึ่งที่บะโชไปพักอยู่ที่เซนไดอยู่นานหลายวันจนน่าประหลาด
และเส้นทางการเดินทางก็ต่างจากในบันทึกของ คะวะอิ โซระ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ติดตามไปด้วย
นอกจากนี้บ้านเกิดของมัตสึโอะ บะโชยังอยู่ที่หมู่บ้านนินจา เมืองอิกะอุเอะโนะอีกด้วย
เมื่อลองพิจารณาข้อมูลทั้งหมดดูแล้ว ก็เรียกได้ว่าข้อสันนิษฐานที่ว่ามัตสึโอะ บะโชเป็นสปายนั้น
ไม่ได้เป็นแค่เพียงเรื่องเล่าปรัมปราประจำท้องถิ่นเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง "โอคุโนะ โฮโซมิจิ"
เริ่มจากถนนสายที่ 1 ในฟุคากาวะ จาก "ไซโตะอัน"
ซึ่งอยู่ริมสะพานอุมิเบะบะชิ แล้วจึงนั่งเรือจากจุดนี้ไปทางเหนือมุ่งไปยังเซนจุ
ถนนเลียบสะพานอุมิเบะบะชิซึ่งเป็นที่ตั้งของ "ไซโตะอัน" นั้น
เป็นเส้นทางสำหรับ "การชมทิวทัศน์เพื่อแต่งกลอนไฮกุของบะโช"
หากได้เดินทอดน่องพลางอ่านบทกลอนของบะโชแล้ว
จะทำให้รู้สึกเพลิดเพลินยิ่งขึ้น
เช่นกลอนขึ้นชื่อบทหนึ่งของบะโชทีถูกเขียนไว้บนแผ่นไม้ว่า
"ในความเงียบสงัด ยินเสียงจั๊กจั่น แทรกเข้าไปในหิน"

จากนั้น เดินตัดสวนคิโยซุมิมุ่งไปทาง "ศาลเจ้าบะโชอินาริ"
ว่ากันว่าสถานที่นี้มีอาศรมที่บะโชเคยพำนักอยู่

หลังเสียชีวิต สถานที่แห่งนั้นก็ได้กลายเป็นบ้านของซามูไร และเรื่องของบะโชก็ถูกลืมไปขณะหนึ่ง
แต่ตั้งแต่เกิดสึนามิ ในปี ค.ศ.1917 ก็ได้ค้นพบรูปปั้นกบที่บะโชชื่นชอบในที่แห่งนี้นี่เอง
ปัจจุบันรูปปั้นกบซึ่งเป็นโบราณวัตถุนี้ได้ถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่ชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มัตสึโอะ บะโช

เลียบแม่น้ำสุมิดะไปทางทิศเหนือคือ "พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มัตสึโอะ บะโช เขตโคโต"
ที่แห่งนี้นอกจากห้องจัดแสดงสิ่งที่เกี่ยวกับบะโชแล้ว ยังมีห้องสมุด ห้องประชุม ห้องฝึก
และอื่น ๆ อีกด้วย

ส่วนข้าง ๆ ศาลเจ้าบะโชอินาริ มี "สวนชิเซะกิเทนโบ" ที่สามารถชมทิวทัศน์ของทั้งแม่น้ำสุมิดะและ
แม่น้ำโอนากิได้ในคราวเดียวกัน ที่แห่งนี้มีรูปปั้นของบะโชอยู่
ซึ่งเมื่อถึงเวลา 5 โมงเย็นแล้วจะมีการเปิดไฟ และรูปปั้นบะโชนี้ก็จะเปลี่ยนบทบาท
เป็นเหมือนสปายที่สอดส่องแม่น้ำสุมิดะอยู่ใต้เงาไฟก็ไม่ปาน

เมื่อเดินตรงเลียบตามฝั่งแม่น้ำสุมิดะไปทางทิศเหนือแล้วก็จะพบกับ
"พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มัตสึโอะ บะโช เขตโคโต" บะโชเคยอาศัยอยู่ที่นิฮงบะชิมาก่อน
แต่สาเหตุที่จู่ ๆ บะโชก็ย้ายมาอยู่ที่ฟุคากาวะอย่างกะทันหันนั้นยังคงเป็นปริศนา
แต่ดูเหมือนว่าจะมีข้อสันนิษฐานหนึ่งที่เป็นที่พูดถึงกันหนาหูว่า เป็นเพราะ จุเท
ภรรยาลับของบะโชหนีตามโทอินซึ่งเป็นหลานชายของเขาไป

หากลองเดินตามรอยบะโชด้วยมุมมองตามข่าวลือที่ว่า บะโชเป็นสปายจริงหรือ?!
ก็จะได้พบกับรูปปั้นของชายแก่ที่มีเลือดเนื้อและอาจจะมีภรรยาลับ ๆ อยู่ก็เป็นได้
เหล่าบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกบันทึกอยู่ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
หากลองไปเยือนสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับคนเหล่านั้นด้วยมุมมองที่แตกต่างแล้ว
จะพบกับความน่าสนใจคือ จะรู้สึกเหมือนเขาเป็นคนใกล้ตัวขึ้นมาทันที
แม้สำหรับคนที่ไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์ก็ห้ามพลาดเช่นกัน!

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้