HOME เอะบิซุ/นะกะ-เมะกุโระ เพลิดเพลินเต็มอิ่มกับพื้นที่ศิลปะท่ามกลางพืชพันธุ์นานา!
เพลิดเพลินเต็มอิ่มกับพื้นที่ศิลปะท่ามกลางพืชพันธุ์นานา!

เพลิดเพลินเต็มอิ่มกับพื้นที่ศิลปะท่ามกลางพืชพันธุ์นานา!

Update:

เมืองที่พักสุดหรูของโตเกียวที่ชิโระคาเนะได มีสถาบันการศึกษาด้านธรรมชาติ
ซึ่งมีความกว้างเป็น 4 เท่าของโตเกียวโดม หรือ 198,000 ตารางเมตร
ความกว้างใหญ่ของป่าไม้เกือบทั้งหมดยังคงไว้ตามสภาพเดิมเป็นโอเอซิสของ
เมืองหลวงที่หายากลงไปทุกที เพื่อใช้ป่าไม้ที่อุมดมสมบูรณ์เช่นนั้นเป็น
ธรรมชาติบำบัด จึงขอแนะนำโปรแกรมเพื่อเพิ่มความเพลิดเพลินด้วยพิพิธภัณฑ์
ศิลปะและคาเฟ่

"สถาบันการศึกษาด้านธรรมชาติสังกัดพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ"

"สถาบันการศึกษาด้านธรรมชาติสังกัดพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ"

ทางเข้าสถาบันการศึกษาด้านธรรมชาติอยู่ห่างจากสถานีชิโระคาเนะได
และสถานีเมะงุโระด้วยการเดินเท้าประมาณ 10 นาที โดยมุ่งหน้าไปทาง
ถนนเมะงุโระ ที่นี่เมื่อ 400 ถึง 500 ปีที่แล้วเป็นคฤหาสน์ของครอบครัวหรือ
ตระกูลที่มีอำนาจ หลังจากนั้นได้กลายเป็นคฤหาสน์ของแคว้นทาคามัตสึบ้าง
เป็นโรงเก็บกระสุนดินปืน บ้างเป็นที่ดินของจักรพรรดิชิระคาเนะบ้าง ในช่วง
เวลาอันยาวนานจนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากบุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไป
ครอบครองได้ จึงทำให้ยังมีความอุมดมสมบูรณ์อยู่และในปีค.ศ. 1949
ได้รับการสงวนตามกฎหมาย และยังได้รับเลือกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง
ประวัติศาสตร์ด้วย

เพียงก้าวเท้าเข้าไปภายในสวนบรรยากาศของเมืองใหญ่ที่ผ่านมาก็เปลี่ยน
จากหน้ามือเป็นหลังมือ! คิดไม่ถึงว่าจะมีป่าทึบขึ้นกันอย่างหนาแน่น ภายใน
สวนมีตรอกซอยหรือถนนสำหรับเดินเล่นเตรียมไว้ แต่ต้นไม้น้อยใหญ่ยังคงไว้
ตามสภาพเดิมสามารถเพลิดเพลินกับต้นไม้จริง ๆ ที่ไม่ใช่ต้นไม้เทียม

ในขณะเดียวกันความกว้างของพื้นที่และการกำหนดผู้เข้าชมเพียง 300 คน
จึงไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดท่านที่ไม่ถนัดสถานที่ที่คนจอแจก็สามารถเที่ยวชมได้
อย่างเพลิดเพลิน ระหว่างทางมีที่ให้นั่งพักและห้องน้ำไว้บริการเดินเที่ยวชมนก
ชมไม้ไปพร้อม ๆ กับการได้พักเหนื่อยคือสิ่งที่เราอยากแนะนำ

และเมื่อเข้าไปอีก ขณะนี้ที่เบื้องหน้ามีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่าน! คล้ายกับว่า
นี่มันคืองูยักษ์โอโรจิ เมื่อหยิบเปลือกไม้มาดู "ต้นสนของงูยักษ์" ซึ่งว่ากันว่า
มีอายุถึง 300 ปี กลางใจเมืองเช่นนี้แต่มีต้นไม้ที่อายุขนาดนี้หลงเหลืออยู่ก็ไม่รู้
จะอธิบายอย่างไร! มีแสงแดดส่องระยิบระยับลอดผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้
ความอบอุ่นและพลังงานของธรรมชาติที่เราสามารถสัมผัสได้ผ่านผิวหนัง

เมื่อออกจากป่าทัศนวิสัยที่เห็นอีกด้านคือสวนพืชใต้น้ำมีหนองน้ำและพื้นที่
เปียกชื้นกว้างขวาง ด้านบนมีสะพานไม้ทอดผ่านให้เดินเล่นอย่างไม่ต้องเร่งรีบ
ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้นึกอยากยืดเหยียดร่างกายแล้วสูดลมหายใจเข้าให้
เต็มปอด

  • Kokuritsu Kagaku Hakubutsukan Fuzoku Shizenkyouikuen
    国立科学博物館附属 自然教育園
    • Address 5-21-5, Shirokanedai, Minato-ku, Tokyo, 108-0071

พักสายตาและหัวใจที่ "TOKYO METROPOLITAN TEIEN ART MUSEUM"

พักสายตาและหัวใจที่ "TOKYO METROPOLITAN TEIEN ART MUSEUM"

เมื่อเดินเล่นในสวนรอบ ๆ แล้วต่อไปจะไปข้าง ๆ กันคือ TOKYO
METROPOLITAN TEIEN ART MUSEUM ซึ่งเปิดเมื่อปีค.ศ. 1983
ก่อสร้างตั้งแต่ช่วงแรกของยุคโชวะ โดยใช้สถาปัตยกรรมรูปแบบ
Art Deco ใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการศิลปะภายใต้ชื่อ KYUASAKANOMITATEI
ความอุดมสมบูรณ์ของแมกไม้นานาพันธุ์ในสวนขนาดใหญ่กลมกลืนกับเมืองหลวง ก็นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่หายาก เมื่อเดือนพฤศจิกายน
ปีค.ศ. 2014 ได้ปิดเพื่อปรับปรุงจากนั้นก็มีการก่อตั้งขึ้นมาใหม่มีคาเฟ่
และแกลอรี่ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะนี้มีสนามหญ้ากว้างขวาง สามารถ
หาอะไรปูนั่งแล้วล้อมวงรับประทานอาหารกันก็ได้

เมื่อผ่านด้านหน้าสนามหญ้าก็จะถึงอาคารที่เป็นศูนย์กลางของพิพิธภัณฑ์
KYUASAKANOMIYATEI เมื่อปีค.ศ. 1933 สองสามีภรรยา ASAKANOMIYA
ได้หลงเสน่ห์ความงามของศิลปะแบบ ART DECO ของฝรั่งเศสในยุครุ่งเรือง
สูงสุดจนสั่งให้สร้างคฤหาสน์นี้ เป็นที่มาของประวัติศาสตร์แห่งการก่อสร้าง
อาคาร ในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบญี่ปุ่นและฝรั่งเศสหรือช่างระดับสูง
ต่างหันมาสนใจศิลปะแบบ ART DECO กันอีกครั้งอย่างจริงจัง ถึงจะพูดว่า
ตัวอาคารเองก็เป็นผลงานศิลป์ชิ้นหนึ่งก็คงไม่เกินความจริงมากไปแต่อย่างใด
เพราะมีสิ่งที่น่าชมมากมาย ตัวอาคารที่เป็นศูนย์กลางกับอาคารใหม่นั้นเชื่อม
ติดกันแต่ค่าเข้าชมแยกกันต่างหาก

เมื่อซื้อของฝากเสร็จเเล้วก็แวะพักที่ "CAFE DU PALAIS" ซึ่งอยู่ด้านหน้าร้านค้า
ของพิพิธภัณฑ์ หน้าต่างกระจกล้อมรอบ สามารถมองวิวโล่งด้านนอกไปพร้อม ๆ
กับการผ่อนคลายเยียวยาความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน แถมอีกหน่อยว่า การ
เข้าใช้บริการที่คาเฟ่จำเป็นต้องใช้ตั๋วที่ฉีกครึ่งหนึ่ง ดังนั้นต้องระวังอย่าทำหาย!

สิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงที่คาเฟ่แห่งนี้คือ เค้กชิฟฟอนที่เป็นต้นตำรับ
(รสชาติตามฤดูกาล/มะนาวกับดอกเอลเดอร์) และกาแฟผสม (TEIEN BLEND)
ชิฟฟอนเค้กนุ่มฟูให้สัมผัสที่วิเศษ เมื่อส่งเข้าปาก กาแฟที่สั่งผสมพิเศษก็เข้ากัน
ได้ดียอดเยี่ยม เมื่อหิวนิดหน่อย ก็มีแซนวิช ชิฟฟอนเค้ก และกาแฟหรือน้ำชา
เซ็ทละ 3 อย่างนี้แนะนำ น้ำชาก็ใช้ใบชาที่คัดสรรเป็นอย่างดี โดยใช้ใบชาจาก
ร้าน BETJEMAN และ BARTON ซึ่งเป็นร้านชาโดยเฉพาะที่เก่าแก่ของฝรั่งเศส

วิวจากด้านในร้านมองออกไปด้านนอกก็วิเศษมากแต่ว่าถ้าอากาศดีขอแนะนำ
ที่นั่งตรงระเบียง ที่นั่งกว้างขวางที่รายล้อมด้วยสีเขียวอย่างกับนั่งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์
บนที่ราบสูงเลยทีเดียว ลักษณะเปิดโล่งแบบโดดเด่น ให้ความรู้สึกดีถ้าใช้เวลา
อยู่ตรงนี้ไม่ผิดหวังแน่ ๆ !

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้