HOME นะริตะ เพียง 30 นาทีจากท่าอากาศยานนะริตะ! นะริตะ สะคุระ ที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
เพียง 30 นาทีจากท่าอากาศยานนะริตะ! นะริตะ สะคุระ ที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

เพียง 30 นาทีจากท่าอากาศยานนะริตะ! นะริตะ สะคุระ ที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

Update:

เมืองนะริตะและเมืองสะคุระที่มีจุดให้สัมผัสบรรยากาศดี ๆ แบบญี่ปุ่นโบราณอยู่หลายแห่ง
อีกทั้งยังเดินทางสะดวกห่างจากสนามบินนะริตะแค่ 30 นาที
มีหลายอย่างที่ใคร่อยากให้แวะชมก่อนมุ่งไปหาสีสันกรุงโตเกียว!
เมื่อตระเวนไปตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เปี่ยม กลิ่นอายของวัฒนธรรม ก็จะได้
สัมผัสเสน่ห์ของญี่ปุ่นในรูปแบบที่แตกต่างไปจากของโตเกียว

วัดอันดับหนึ่งของนะริตะอันภาคภูมิด้วยประวัติศาสตร์เกินหนึ่งพันปี

วัดอันดับหนึ่งของนะริตะอันภาคภูมิด้วยประวัติศาสตร์เกินหนึ่งพันปี

วัด "นะริตะซังชินโชจิ" บนภูเขานะริตะ เรียกได้ว่าโด่งดังเป็นที่รู้จักเทียบชั้นสนามบินนะริตะ
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 940 หลังการปราบปรามทหารกบฎในสมัยเฮอัง มีการประกอบพิธีสวด
โงะมะเพื่อให้การ
ก่อกบฎของไทระ โนะ มะสะคะโดะ สงบลง
พระพุทธรูปหลักประจำวัดคือ ฟุโดเมียวโอ และภายในเขตอารามยังมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญอยู่อีกมาก
เช่นชะคะโด และนิโอมงเป็นต้น
ด้วยความที่เป็นอารามหลักของพุทธศาสนาสำนักชินงน นิกายชิซัน ที่นี่จึงมีจำนวนผู้มากมาไหว้พระครั้งแรกของปี
โดยมากเป็นอันดับสองของประเทศรองจากศาลเจ้าเมจิที่โตเกียว
และจำนวนผู้ที่มาประกอบพิธีสวดโงะมะเองก็เยอะเช่นกัน

เส้นทางสู่ภูเขานะริตะคือเมืองที่มีร้านปลาไหลชื่อดัง

เส้นทางสู่ภูเขานะริตะคือเมืองที่มีร้านปลาไหลชื่อดัง

เส้นทางสำหรับผู้มาสักการะวัดนะริตะซังชินโชจินั้น มีของดีอยู่เต็มไปหมด ตั้งแต่หน้าสถานี่ JR "นะริตะ" ก็มีรูปเหมือนของ
องค์ฟุโดเมียวโอ ให้บูชาคู่กับต้นชีที่มีอายุมากกว่า 700 ปี และเมื่อผ่านบริเวณหน้าสถานี
ก็จะพบกับตัวเมืองที่เรียงราย
ด้วยร้านของที่ระลึก และร้านอาหาร ซึ่งของขึ้นชื่อประจำแถบนี้ก็คือ "ปลาไหล" แล้วก็มีร้านปลาไหลเปิดติดกันร้านต่อร้าน
อยู่ประมาณ 60 ร้าน
ชวนหยุดพักชาร์จพลังให้ร่างกายและจิตใจระหว่างทางไปวัดด้วยปลาไหลอันอุดมไปด้วยสารอาหารกันเถอะ

  • Shinsho-ji Omotesando
    新勝寺表参道
    • Address 1 Narita, Narita-shi, Chiba, 286-0023, Japan

คฤหาสน์เจ้าเมืองแห่งสุดท้ายของอาณาเขตสะคุระ บรรยากาศแห่งตระกูลไดเมียวครั้งเก่าก่อน

คฤหาสน์เจ้าเมืองแห่งสุดท้ายของอาณาเขตสะคุระ บรรยากาศแห่งตระกูลไดเมียวครั้งเก่าก่อน

คฤหาสน์ที่พำนักของ ฮตตะ มะสะโตะโมะ เจ้าเมืองผู้ปกครองอาณาเขตสะคุระเป็นคนสุดท้าย
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1890 ในฐานะคฤหาสน์สำหรับตระกูลไดเมียวเก่าแก่ที่ยังคงอยู่ในสมัยเมจิ
อีกทั้งยังจัดเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญ ด้วยการผสมผสานเทคนิคทางสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น
เดิมอย่าง "สึบะซึคุริ" และ "ฮิอุจุนุกิ" เข้ากับวิธีการก่อสร้างที่ใช้น็อตและสกรูตามการก่อสร้างแบบตะวันตก
เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อาทิเช่นประตูเลื่อน และตู้เก็บของต่าง ๆ ล้วนแล้วคงอยู่ในสภาพเดิม ให้ความรู้สึกโรแมนติก
แห่งยุคเมจิ

ยอดสถานที่ชมซากุระที่ติดอันดับ 100 ปราสาทญี่ปุ่นชื่อดัง

ยอดสถานที่ชมซากุระที่ติดอันดับ 100 ปราสาทญี่ปุ่นชื่อดัง

ณ ปราสาทสะคุระซึ่งเคยเป็นสถานที่ว่าการบริหารปกครองเขตแดนสะคุระ มีสวนซากปราสาทสะคุระ
อันแต่งแต้มไปด้วยสีเขียวและประวัติศาสตร์มีซากปรัก เช่น หอคอยสังเกตการณ์ และคูปราสาทที่ว่างเปล่า
หลงเหลืออยู่จำนวนมาก อีกทั้งยังมีอนุสาวรีย์ธรรมชาติแห่งชิบะ "ฟูฟุมกโกกุ" ต้นไม้ป่าดิบสูงชะลูดอายุ
ประมาณ 400 ปี
และต้นไม้ใหญ่อีกมาก เป็นสถานที่ขึ้นชื่อซึ่งมีซากุระกว่า 1100 ต้น 48 ชนิดบานสะพรั่งอย่างองอาจ
ภายในสวนยังมีห้องสำหรับจัดพิธีชงชาชื่อว่า "ซังเคเท" ซึ่งจัดพิธีชงชาแก่สาธารณชนในวันอาทิตย์และ
วันหยุดต่าง ๆ

บ้านนักรบที่แสดงให้เห็นการใช้ชีวิตของซามูไรสมัยเอะโดะ

บ้านนักรบที่แสดงให้เห็นการใช้ชีวิตของซามูไรสมัยเอะโดะ

เมื่อครั้งสมัยเอะโดะที่ญี่ปุ่นเองก็มีการแบ่งชนชั้นทางสังคม และผู้คนที่มีตำแหน่งสูงสุดทางสังคมก็คือ "ซามูไร"
ซึ่งเขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่ที่สุดในคันโตก็คือ บ้านซามูไรประจำสะคุระซึ่งสะท้อนการใช้ชีวิตในสมัยนั้น
ตั้งอยู่ทำเลดีที่เดินจากสถานี JR "สะคุระ" เพียง 10 นาที อีกทั้งมีทางเดินแบบโบราณที่ห้อมล้อมด้วย
ป่าไผ่ "ฮิโยะริสะกะ"
สามารถสัมผัสทิวทัศน์ของยุคเก่าอย่างเต็มอิ่ม ตัวบ้าน 3 หลังจาก 5 หลังเปิดให้สาธารณะชนเข้าชม
บ้านขนาดที่เล็กใหญ่แตกต่างตามชนชั้นนั้นเห็นได้ชัดในปราดเดียว

*ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะลงพิมพ์บทความ

แชร์บทความนี้